ร่างหลักสูตรใหม่ในฝัน
ร่างหลักสูตรใหม่ในฝัน
ขณะที่สังคมคาดหวัง อยากเห็นคุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้น เด็กไทยมีสติปัญญา และสามารถแข่งขันในเวทีนานาชาติได้
ผลการประเมินในระดับนานาชาติของการศึกษาที่เป็นตัวชี้วัด สะท้อนภาพการศึกษาไทยยังมีปัญหา เช่นผล การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ที่ประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ทุกๆ 3 ปี ล่าสุดในปี 2562 เด็กไทยยังคงได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
แม้ที่ผ่านมา ศธ. ผลักดันนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษามาโดยตลอดก็ตาม
ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือบอร์ด กพฐ. ได้มีมติตั้ง คณะทำงานบรรณาธิการกิจ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ระดับประถมศึกษา หรือ “หลักสูตรแกนกลางฐานสมรรถนะ” พร้อมเห็นชอบแผนทดลองใช้ (ร่าง) หลักสูตร ในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ปัจจุบันหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ใช้กันในโรงเรียนทั่วประเทศ เป็นหลักแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2551 และฉบับปรับปรุงล่าสุด พ.ศ.2560 เป็นหลักสูตรที่มีตัวมาตรฐานและดัชนี้ชี้วัดจำนวนมาก ซ้ำซ้อน ทำให้เด็กเน้นท่องจำไปสอบมากกว่าฝึกทักษะ ส่วนตัวเนื้อหาวิชา สื่อ การจัดกระบวนการเรียนรู้นั้นพัฒนาช้า และไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ส่วนร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พ.ศ… ระดับประถมศึกษา ฉบับล่าสุด มีการปรับสาระที่เพิ่มเติมน่าสนในหลายส่วน มีลักษณะเป็นหลักสูตรสมรรถนะ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อนักเรียนทุกคน โดยสามารถนำเอาสมรรถนะหลักและสมรรถนะอื่นๆ ไปใช้ต่อยอดในอนาคต
จุดหมายเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะและเจตคติที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต และมีความสามารถ 1.รู้จัก รักเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น จัดการอารมณ์และความเครียด ปัญหาและภาวะวิกฤต สามารถฟื้นคืนสู่สภาวะสมดุล (Resilience) และมีสุขภาวะและมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น 2.มีทักษะการคิดขั้นสูงอย่างมีคุณธรรม มีความสามารถในการนำและกำกับการเรียนรู้ของตนเอง อย่างมีเป้าหมาย
3.สื่อสารอย่างฉลาดรู้ สร้างสรรค์ มีพลัง ด้วยความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 4. จัดระบบและกระบวนการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีความเป็นผู้ประกอบการ ภาวะผู้นำ และจัดการความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์ที่มีความซับซ้อน
5.ปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก และ 6.เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ของโลกและจักรวาล เข้าถึงและรู้เท่าทันวิทยาการเทคโนโลยี เพื่อการดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ร่างกรอบหลักสูตรได้กำหนดสมรรถนะเพื่อพัฒนาผู้เรียนใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การจัดการตนเอง 2.การคิดขั้นสูง 3.การสื่อสาร 4.การรวมพลังทำงานเป็นทีม 5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6.การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมาการเรียนการสอนของเด็กไทยมีชั่วโมงเรียนที่ค่อนข้างมาก อย่างในระดับประถมศึกษา มีชั่วโมงเรียนปีละ 1,000 ชั่วโมง ร่างกรอบหลักสูตรใหม่ดังกล่าวจึงปรับโครงสร้างเวลาเรียนใหม่
โดยในช่วงชั้นที่1 ระดับประถมศึกษา
ปีที่ 1-3 กำหนดชั่วโมงเรียน ปีละไม่เกิน 800 ชั่วโมง แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กำหนดเวลาเรียนรวม 45-55% ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ เวลาเรียนรวม 35-45% กิจกรรมเพิ่มเติมตามจุดเน้นของสถานศึกษาและกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน เวลาเรียนรวม 10%
ช่วงชั้นที่ 2 ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 กำหนดชั่วโมงเรียน ปีละไม่เกิน 900 ชั่วโมง แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กำหนดเวลาเรียนรวม 34-45% ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ เวลาเรียนรวม 45-55% กิจกรรมเพิ่มเติมตามจุดเน้นของสถานศึกษาและกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน เวลาเรียนรวม 10-15%
“เกศทิพย์ ศุภวานิช” รองเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่าร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือหลักสูตรฐานสมรรถนะ แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ จะเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงชั้น แต่ละโรงเรียนจะต้องนำกรอบหลักสูตรแตกเป็นวิชาให้เป็นไปตามโครงสร้างเวลาเรียน
จะมีการเพิ่มวิชาขึ้นมาให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายตามบริบทของโรงเรียน โดยเชื่อว่าจะตอบโจทย์เรื่องคุณภาพการศึกษาได้ เพราะการจัดการเรียนการสอนเด็กจะมีการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ เด็กมีโอกาส ต่อยอดความรู้ และทักษะ
ก่อนหน้านี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันการจัดการศึกษาของประเทศไทยที่ผ่านมา อาจไม่เพียงพอต่อสภาพการแข่งขันของโลกใจปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานการศึกษาด้วยการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย สู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 และเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย โดย 6 สมรรถนะจะทำให้เด็กคิดได้ ทำเป็น เห็นคุณค่า ทำให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีส่วนร่วมในสังคม
“หลักสูตรฐานสมรรถนะ ยังเป็นการต่อยอดหรือเน้นในสัดส่วนที่เรายังขาดหายไปในหลักสูตรเก่า ให้ผู้เรียนเกิดทักษะ เกิดความรู้ความสามารถ และทำได้เก่งมากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนในสาระสำคัญ เช่น เรื่องของเวลาเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะของเด็กมากขึ้น” น.ส.ตรีนุชกล่าว
สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ระบุว่า ข้อดีของร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะ จะเน้นการปฏิบัติมากกว่าการให้นักเรียนเรียนรู้แบบท่องจำเนื้อหา เด็กจะได้เรียนรู้จากการปฏิบัติมากกว่าเดิม ส่วนตัวชี้วัดหลักสูตรที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันได้กำหนดตัวชี้วัดมากถึง 2,000 กว่าตัวทำให้เป็นภาระอย่างมากกับครูผู้สอน แต่ร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะที่เน้น 6 ตัวสมรรถนะจึงแตกออกมาเป็นตัวชี้วัดไม่ถึง 100 ตัว ลดภาระครูผู้สอนเป็นอย่างมาก ดังนั้น ร่างหลักสูตรนี้เมื่อประกาศใช้แล้วจะส่งผลดีต่อระบบการศึกษา
อย่างไรก็ดี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 นี้จะมี 186 โรงเรียนแห่งเข้าร่วมนำร่องการใช้ร่างหลักสูตร เป็นระยะเวลา 1ปี เพื่อนำมาปรับปรุงร่างหลักสูตรดังกล่าว ก่อนจะประกาศใช้เป็นหลักสูตรระดับชาติทั่วประเทศ
คาดว่าอาจใช้เวลาจากนี้อีก 2-3 ปี กว่าจะได้ใช้ (ร่าง) หลักสูตรใหม่ อย่างเป็นทางการ กว่าจะประเมินผลบรรลุเป้าหมาย ยกเครื่อง ยกระดับคุณภาพการศึกษาหรือไม่ ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกหลายปี