โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร่างหลักสูตรใหม่ในฝัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 เม.ย. 2565 เวลา 00.08 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 00.08 น.

ร่างหลักสูตรใหม่ในฝัน

ขณะที่สังคมคาดหวัง อยากเห็นคุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้น เด็กไทยมีสติปัญญา และสามารถแข่งขันในเวทีนานาชาติได้

ผลการประเมินในระดับนานาชาติของการศึกษาที่เป็นตัวชี้วัด สะท้อนภาพการศึกษาไทยยังมีปัญหา เช่นผล การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ที่ประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ทุกๆ 3 ปี ล่าสุดในปี 2562 เด็กไทยยังคงได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
แม้ที่ผ่านมา ศธ. ผลักดันนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษามาโดยตลอดก็ตาม
ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือบอร์ด กพฐ. ได้มีมติตั้ง คณะทำงานบรรณาธิการกิจ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ระดับประถมศึกษา หรือ “หลักสูตรแกนกลางฐานสมรรถนะ” พร้อมเห็นชอบแผนทดลองใช้ (ร่าง) หลักสูตร ในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ปัจจุบันหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ใช้กันในโรงเรียนทั่วประเทศ เป็นหลักแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2551 และฉบับปรับปรุงล่าสุด พ.ศ.2560 เป็นหลักสูตรที่มีตัวมาตรฐานและดัชนี้ชี้วัดจำนวนมาก ซ้ำซ้อน ทำให้เด็กเน้นท่องจำไปสอบมากกว่าฝึกทักษะ ส่วนตัวเนื้อหาวิชา สื่อ การจัดกระบวนการเรียนรู้นั้นพัฒนาช้า และไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ส่วนร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้น

พื้นฐาน พ.ศ… ระดับประถมศึกษา ฉบับล่าสุด มีการปรับสาระที่เพิ่มเติมน่าสนในหลายส่วน มีลักษณะเป็นหลักสูตรสมรรถนะ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อนักเรียนทุกคน โดยสามารถนำเอาสมรรถนะหลักและสมรรถนะอื่นๆ ไปใช้ต่อยอดในอนาคต

จุดหมายเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะและเจตคติที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต และมีความสามารถ 1.รู้จัก รักเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น จัดการอารมณ์และความเครียด ปัญหาและภาวะวิกฤต สามารถฟื้นคืนสู่สภาวะสมดุล (Resilience) และมีสุขภาวะและมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น 2.มีทักษะการคิดขั้นสูงอย่างมีคุณธรรม มีความสามารถในการนำและกำกับการเรียนรู้ของตนเอง อย่างมีเป้าหมาย
3.สื่อสารอย่างฉลาดรู้ สร้างสรรค์ มีพลัง ด้วยความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 4. จัดระบบและกระบวนการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีความเป็นผู้ประกอบการ ภาวะผู้นำ และจัดการความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์ที่มีความซับซ้อน

5.ปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก และ 6.เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ของโลกและจักรวาล เข้าถึงและรู้เท่าทันวิทยาการเทคโนโลยี เพื่อการดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ร่างกรอบหลักสูตรได้กำหนดสมรรถนะเพื่อพัฒนาผู้เรียนใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การจัดการตนเอง 2.การคิดขั้นสูง 3.การสื่อสาร 4.การรวมพลังทำงานเป็นทีม 5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6.การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมาการเรียนการสอนของเด็กไทยมีชั่วโมงเรียนที่ค่อนข้างมาก อย่างในระดับประถมศึกษา มีชั่วโมงเรียนปีละ 1,000 ชั่วโมง ร่างกรอบหลักสูตรใหม่ดังกล่าวจึงปรับโครงสร้างเวลาเรียนใหม่

โดยในช่วงชั้นที่1 ระดับประถมศึกษา

ปีที่ 1-3 กำหนดชั่วโมงเรียน ปีละไม่เกิน 800 ชั่วโมง แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กำหนดเวลาเรียนรวม 45-55% ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ เวลาเรียนรวม 35-45% กิจกรรมเพิ่มเติมตามจุดเน้นของสถานศึกษาและกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน เวลาเรียนรวม 10%

ช่วงชั้นที่ 2 ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 กำหนดชั่วโมงเรียน ปีละไม่เกิน 900 ชั่วโมง แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กำหนดเวลาเรียนรวม 34-45% ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ เวลาเรียนรวม 45-55% กิจกรรมเพิ่มเติมตามจุดเน้นของสถานศึกษาและกิจกรรมพัฒนา

ผู้เรียน เวลาเรียนรวม 10-15%

“เกศทิพย์ ศุภวานิช” รองเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่าร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือหลักสูตรฐานสมรรถนะ แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ จะเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงชั้น แต่ละโรงเรียนจะต้องนำกรอบหลักสูตรแตกเป็นวิชาให้เป็นไปตามโครงสร้างเวลาเรียน

จะมีการเพิ่มวิชาขึ้นมาให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายตามบริบทของโรงเรียน โดยเชื่อว่าจะตอบโจทย์เรื่องคุณภาพการศึกษาได้ เพราะการจัดการเรียนการสอนเด็กจะมีการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ เด็กมีโอกาส ต่อยอดความรู้ และทักษะ

ก่อนหน้านี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันการจัดการศึกษาของประเทศไทยที่ผ่านมา อาจไม่เพียงพอต่อสภาพการแข่งขันของโลกใจปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานการศึกษาด้วยการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย สู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 และเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย โดย 6 สมรรถนะจะทำให้เด็กคิดได้ ทำเป็น เห็นคุณค่า ทำให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีส่วนร่วมในสังคม

“หลักสูตรฐานสมรรถนะ ยังเป็นการต่อยอดหรือเน้นในสัดส่วนที่เรายังขาดหายไปในหลักสูตรเก่า ให้ผู้เรียนเกิดทักษะ เกิดความรู้ความสามารถ และทำได้เก่งมากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนในสาระสำคัญ เช่น เรื่องของเวลาเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะของเด็กมากขึ้น” น.ส.ตรีนุชกล่าว

สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ระบุว่า ข้อดีของร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะ จะเน้นการปฏิบัติมากกว่าการให้นักเรียนเรียนรู้แบบท่องจำเนื้อหา เด็กจะได้เรียนรู้จากการปฏิบัติมากกว่าเดิม ส่วนตัวชี้วัดหลักสูตรที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันได้กำหนดตัวชี้วัดมากถึง 2,000 กว่าตัวทำให้เป็นภาระอย่างมากกับครูผู้สอน แต่ร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะที่เน้น 6 ตัวสมรรถนะจึงแตกออกมาเป็นตัวชี้วัดไม่ถึง 100 ตัว ลดภาระครูผู้สอนเป็นอย่างมาก ดังนั้น ร่างหลักสูตรนี้เมื่อประกาศใช้แล้วจะส่งผลดีต่อระบบการศึกษา

อย่างไรก็ดี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 นี้จะมี 186 โรงเรียนแห่งเข้าร่วมนำร่องการใช้ร่างหลักสูตร เป็นระยะเวลา 1ปี เพื่อนำมาปรับปรุงร่างหลักสูตรดังกล่าว ก่อนจะประกาศใช้เป็นหลักสูตรระดับชาติทั่วประเทศ

คาดว่าอาจใช้เวลาจากนี้อีก 2-3 ปี กว่าจะได้ใช้ (ร่าง) หลักสูตรใหม่ อย่างเป็นทางการ กว่าจะประเมินผลบรรลุเป้าหมาย ยกเครื่อง ยกระดับคุณภาพการศึกษาหรือไม่ ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกหลายปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...