โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความหวังทองซีเกมส์บอลชาย ที่ไม่เคยมาพร้อมการเตรียมตัว / เขย่าสนาม : เด็กเก็บบอล

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 เม.ย. 2565 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2565 เวลา 12.00 น.

เขย่าสนาม

เด็กเก็บบอล

toongerrard08@gmail.com

ความหวังทองซีเกมส์บอลชาย

ที่ไม่เคยมาพร้อมการเตรียมตัว

ทุกครั้งที่มีมหกรรมกีฬาระดับอาเซียนอย่าง ซีเกมส์ ขึ้นมา กีฬาหนึ่งที่คนจะสนใจมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ฟุตบอลชาย ที่ไม่ว่าจะไปครั้งไหน ก็ต้องการเพียงเหรียญทองเท่านั้น

เพราะประเทศไทยคือเจ้าแห่งฟุตบอลชายซีเกมส์ คว้าเหรียญทองมาแล้วถึง 16 ครั้งด้วยกัน

แต่ก็ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ที่ฟุตบอลอาชีพในเมืองไทยนั้น ค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาจนกลายเป็นอาชีพแบบจริงจัง มันทำให้การเตรียมทีมนักกีฬาเพื่อเข้าแข่งขันนั้นทำได้ยากขึ้นว่าเดิม

จุดสำคัญเลยคือการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาซีเกมส์ ไม่ใช่ช่วง ฟีฟ่าเดย์ ที่จะสามารถเรียกขอนักเตะจากสโมสรแล้วจะต้องปล่อยมาร่วมทีมโดยไม่มีเงื่อนไข

แม้ว่าในซีเกมส์จะมีการกำหนดอายุของนักเตะที่เข้าแข่งขัน เท่ากับว่าต้องใช้ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี แต่ในปัจจุบันบรรดานักเตะรุ่นยู-23 ก็มักจะมีฝีเท้าที่ดีและก้าวขึ้นไปเป็นตัวหลักของทีมชุดใหญ่ได้แล้วเกือบทั้งสิ้น ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สโมสรจะปล่อยตัวออกมาเช่นกัน

ยิ่งถ้าโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศยังไม่จบ แล้วชนกับการแข่งขันซีเกมส์แบบจังๆ ก็จะทำให้การเตรียมทีมนักกีฬายากยิ่งขึ้นไปอีก

ซึ่งมันก็มาเกิดกับกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ เมื่อการแข่งขันนั้นถูกเลื่อนมาจากปี 2021 เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนถูกวางโปรแกรมใหม่ให้แข่งในช่วงเดือนพฤษภาคม

แต่ฟุตบอลลีกของไทยกว่าจะจบก็เป็นช่วงกลางเดือนพฤษภาคม อีกทั้งจากที่ช่วงต้นฤดูกาล เจอการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ช่วงเปิดฤดูกาลเลื่อนออกมาช้ากกว่าปกติ กลายเป็นว่าหลังปิดฤดูกาล ยังมีโปรแกรมฟุตบอลถ้วยรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับโปรแกรมฟุตบอลลีกในประเทศนั้น รีโว่ ไทยลีก 2021/2022 จะปิดฤดูกาลในวันที่ 7 พฤษภาคม จากนั้นยังมีฟุตบอล ช้าง เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 พฤษภาคม กับรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งเหลือ 4 ทีมก็คือ สุพรรณบุรี, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, โปลิศ เทโร

นอกจากนี้ ยังมีรีโว่ ลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดตกค้าง วันที่ 4 พฤษภาคม, รอบรองชนะเลิศ วันที่ 11 พฤษภาคม และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 15 พฤษภาคม มีทีมเหลืออยู่ 5 ทีม คือ พีที ประจวบ, ชลบุรี, ลีโอ เชียงราย และราชบุรี หรือบุรีรัมย์

ขณะที่ในส่วนของฟุตบอลชาย ซีเกมส์ หลังจากจับสลากแบ่งสายออกมาแล้ว โปรแกรมของทีมชาติไทยนั้น นัดแรก พบ มาเลเซีย วันที่ 7 พฤษภาคม, นัดสอง พบ สิงคโปร์ วันที่ 9 พฤษภาคม นัดที่ 3 พบ กัมพูชา วันที่ 14 พฤษภาคม และนัดสุดท้าย พบ ลาว วันที่ 16 พฤษภาคม ส่วนรอบรองชนะเลิศ วันที่ 19 พฤษภาคม กับนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 22 พฤษภาคม

จุดหนึ่งที่ถือว่าเป็นข้อสังเกตสำหรับการวางโปรแกรมของเจ้าภาพอย่าง เวียดนาม ในกีฬาซีเกมส์ คล้ายคลึงกับรู้ถึงปัญหาการเตรียมทีมของประเทศไทย เพราะตามหลักเวลาฟุตบอลรอบแบ่งกลุ่ม เรามักจะเห็นทีมวางอันดับแรก พบเจอกับทีมวางอันดับสุดท้ายในเกมแรก

แต่ทว่าในซีเกมส์ครั้งนี้ กลับจัดเอาทีมวางอันดับ 1 ของกลุ่ม เจอกับทีมวางอันดับ 2 ของกลุ่มตั้งแต่เกมแรก อย่างที่ทีมชาติไทยจะต้องเจอกับมาเลเซียตั้งแต่นัดแรกของการแข่งขัน ไหนจะเกมที่สอง ที่ต้องเจอกับสิงคโปร์อีก

ซึ่งมันส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการวางแผนของทีมชาติไทย เพราะเท่ากับว่า 2 นัดแรกเจอทีมที่หนักที่สุดในกลุ่ม ครั้นจะวางแผนส่งผู้เล่นไปแบบไม่ครบทีม ค่อยให้ตัวหลักๆ ที่เสร็จสิ้นจากภารกิจสโมสรบินตามไป ก็คงเป็นเรื่องที่ยาก

เท่ากับว่าตารางแข่งขันตรงกันแทบจะทั้งหมด และเมื่อดูจากทีมที่เหลือในฟุตบอลถ้วย ก็จะเห็นรายชื่อของนักเตะหลายๆ คน ที่อยู่ในข่ายต้องรับใช้สโมสรในช่วงฟุตบอลถ้วย ไม่ว่าจะเป็น ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา, อิรฟาน ดอเลาะ, นพพล ละครพล ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / กฤษดา กาแมน, ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์, ทรงชัย ทองฉ่ำ, บุคฆอรี เหล็มดี จากชลบุรี เอฟซี / ธิติ ทุมพร จากนครราชสีมา / เมธี สาระคำ จากพีที ประจวบ เป็นต้น

เรียกได้ว่านักเตะเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกำลังสำคัญของทีมชุดซีเกมส์เลยก็ว่าได้ แบบที่ถ้าขาดไป คุณภาพทีมจะลดลงไปเยอะมาก แม้ว่าอาจจะได้พวกตัวต่างประเทศอย่างเบนจามิน เจมส์ เดวิส หรือโจนาธาน เข็มดี มาช่วยก็ตาม

นี่คือโจทย์ใหญ่ของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม และ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ในการที่จะต้องหว่านล้อมสโมสร เพื่อจะให้ปล่อยผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้มาร่วมทีม

ว่ากันตามตรงแล้ว เรื่องนี้มีแต่เสียกับเสีย

เพราะความหวังของคนไทย รวมถึงรัฐบาล, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย คือเหรียญทองสถานเดียว ไม่มีพื้นที่ให้กับความผิดพลาด

ก็น่าแปลกใจเหมือนกัน ทั้งๆ ที่จบจากซีเกมส์ มีรายการที่สำคัญกว่าอย่าง ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศอุซเบกิสถาน แต่เชื่อหรือไม่ว่า ต่อให้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายหรือเข้าชิงถ้วยเอเชียได้ แต่ถ้าตกรอบหรือไม่ได้แชมป์ซีเกมส์ คนไทยก็มองว่านี่คือความผิดพลาดที่ให้อภัยไม่ได้อยู่ดี

แล้วว่ากันตามตรง คนที่มานั่งคาดหวัง ไม่เคยได้รู้ถึงความยากลำบากของคนที่ต้องทำงานเลยสักนิด

ทางเลือกมันมีแค่ 2 ทาง คือส่งทีมไปบางส่วน แล้วจบภารกิจสโมสรค่อยตามกันไป หรือจัดเอาชุดที่พร้อมที่สุดไปลุยเลย

มันคงไม่มีใครการันตีได้ว่า ถ้าหากเลือกส่งผู้เล่นไปแบบไม่เต็มทีมแล้วลุย 2 เกมแรกไปแบบวัดดวง ค่อยให้คนอื่นๆ ตามหลังไปแล้วลุยกันเต็มที่ในทุกเกมที่เหลือ มันอาจจะไปถึงแชมป์ได้ แต่ถ้า 2 นัดแรกพลาด มันอาจจะหมายถึงตกรอบแรกได้เลย

ขณะที่ถ้าเลือกผู้เล่นที่พร้อมที่สุด เท่าที่จะเรียกมาติดทีมได้ ก็อาจจะได้คล้ายๆ ชุดผสมยู 19, 21 และ 23 ที่ไปลุยชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศกัมพูชา แน่นอนว่าคุณภาพผู้เล่นอาจจะไม่ได้สูงที่สุด แต่ก็ต้องไปวัดหนักสักหน่อยกับเวียดนาม ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นั้นเราแพ้เขาถึง 2 นัด รวมถึงรอบชิงชนะเลิศ

เวลาก็เข้มงวดเข้ามา คงต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วทีมชาติไทย จะเลือกแบบไหน

งานนี้เหรียญทองคือเสมอตัว แต่ถ้าพลาด คงโดนยำเละเทะแน่นอน •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...