โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DPA ดันองค์กรสู่ “ดิจิทัล” พร้อมคุ้มครองผู้ฝากเงิน 98%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 มี.ค. 2565 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 05.44 น.

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) หรือ DPA ยันวงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาทยังเหมาะสม ครอบคลุมผู้ฝากเงิน 98% ชี้ มีการทบทวนวงเงินทุกปี ล่าสุดตัวเลขเงินฝากปี 64 ทั้งระบบโต 4.39% หรือ 15.592 ล้านล้านบาท 

วันที่ 22 มีนาคม 2565 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก กล่าวว่า ภายหลังจาก DPA มีการปรับลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงินเมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 ที่ผ่านมา ปัจจุบันตัวเลขผู้ที่ได้รับความคุ้มครองยังมีสัดส่วนครอบคลุมกว่า 98% ของผู้ฝากเงิน สะท้อนว่ามีผู้ฝากเงินที่มีเงินเกิน 1 ล้านบาท สัดส่วนเพียง 2% โดยครอบคลุมสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองทั้ง 34 แห่ง

โดยภายใต้อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น DPA มีการทบทวนวงเงินคุ้มครองทุกปี โดยยึดหลักการคุ้มครองจะต้องไม่น้อยกว่า 90% ของผู้ฝากเงินทั้งหมด รวมถึงดูการเพิ่มขึ้นของรายได้ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนผู้ได้รับความคุ้มครองยังอยู่นระดับสูง 98% แม้ว่าวงเงินคุ้มครองจะปรับลดลงก็ตาม แต่ถือว่าวงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาทยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่ง DPA จะมีการทบทวนและปรับวงเงินตามความเหมาะสมของสถานการณ์

อย่างไรก็ดี หากดูตัวเลขสถิติเงินฝากในปี 2564 พบว่า มียอดจำนวนผู้ฝากเงินเพิ่มขึ้นเป็น 85.83 ล้านราย จากปี 2563 อยู่ที่ 82.38 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 3.45 ล้านรายคิดเป็นการเติบโต 4.19% ขณะที่ยอดเงินฝากรวมเพิ่มขึ้นเป็น 15.592 ล้านล้านบาท จากปี 2563 อยู่ที่ 14.936 ล้านล้านบาท คิดเป็นยอดเม็ดเงินฝากเพิ่มขึ้นสุทธิราว 6.56 แสนล้านบาท หรือเติบโต 4.39%

“การเติบโตของเงินฝากจะเห็นว่าเติบโตทั้งในแง่จำนวนผู้ฝากเงินและเม็ดเงิน ส่วนหนึ่งสะท้อนมาจากความกังวลในเรื่องของการฟื้นตัวเศรษฐกิจ คนยังไม่มั่นใจจึงเอาเงินมาพักไว้ ซึ่งเงินฝากไม่มีความเสี่ยง หรือบางกลุ่มเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และทองคำ ทำให้เราจะเห็นว่าเงินฝากมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ 65 ภาพรวมเงินฝากยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีปัจจัยท้าทายค่อนข้างมาก ทั้งการระบาดของโควิด-19 การเข้ามาของผู้เล่นฟินเทครายใหม่”

นายทรงพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนกลยุทธ์ของ DPA จะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ 1.ตั้งแต่ปี 2551-2555 ก่อตั้งและสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 2.ตั้งแต่ปี 2556-2560 สร้างโครงสร้างพื้นฐานและเร่งดำเนินการ และ 3.ตั้งแต่ปี 2561-2565 การเข้าสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล (Digital DPA) ซึ่งทำหน้าที่หลักในการคุ้มครองผู้ฝากเงินภายหลังจากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต (License) ให้ได้รับเงินภายใน 30 วัน โดยผู้ฝากเงินไม่ต้องยื่นคำร้อง ซึ่งในปี 2565 จะเป็นปีที่ DPA มีความพร้อมมากขึ้น

สำหรับความพร้อมด้านแรก คือ “ระบบ” พร้อม ด้วยการวางโครงข่ายระบบดิจิทัล เทคโนโลยี และระบบปฏิบัติการ อีกทั้งยังมีการจำลองสถานการณ์ทดสอบระบบ (Simulation) กระบวนการจ่ายคืน รูปแบบการสื่อสารกับผู้ฝาก รวมถึงการทดสอบระบบร่วมกับหน่วยงานในตาข่ายความมั่นคงทางการเงิน อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเตรียมความพร้อมการจ่ายคืนผู้ฝากอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนจะไม่สะดุดในวันที่ต้องเจอกับภาวะวิกฤต

และ “คน” พร้อม แม้ว่าจะมีพนักงานเพียง 70 คน แต่ผ่านการซักซ้อมอยู่เสมอเพื่อให้ระบบพร้อมใช้งาน และคนพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ก้าวไปให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินและเศรษฐกิจ เสริมทักษะ ความรู้ผ่านโปรแกรมแลกเปลี่ยน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบคุ้มครองเงินฝาก อย่างธปท.และกรมบังคับคดี เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญ มาพัฒนากระบวนการทำงานให้สามารถช่วยเหลือประชาชนผู้ฝากได้ดียิ่งขึ้น

โดย “กองทุนคุ้มครอง” พร้อม สร้างความเข้าใจเรื่องเงินที่นำมาใช้คุ้มครองผู้ฝาก ซึ่ง DPA เก็บเงินนำส่งจากสถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครองเพื่อสะสมไว้ในกองทุนคุ้มครองเงินฝาก โดยไม่ต้องใช้เงินภาษีของประชาชนมาจ่ายคืนให้แก่ผู้ฝาก ซึ่งปัจจุบัน DPA มีเงินกองทุนสะสมอยู่ที่ 1.34 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากสถาบันการเงินนำส่งในอัตรา 0.01% ของยอดเงินฝากทั้งหมด ซึ่ง DPA จะมีการบริหารจัดการสภาพคล่องและหาผลตอบแทน โดยการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและธปท.ที่มีความมั่นคงเป็นหลัก

ท้ายที่สุด “ประชาชน” พร้อม เป็นการเตรียมประชาชนให้พร้อมรับการคุ้มครองอย่างเข้าใจและเชื่อมั่น ประชาชนผู้ฝากทุกคนเองก็เตรียมความพร้อมได้ โดยการอัพเดทข้อมูลของตัวผู้ฝากเอง ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยเฉพาะที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่สามารถติดต่อได้ กับสถาบันการเงินที่มีบัญชีเงินฝาก และผูก PromptPay กับหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ฝากได้รับการคุ้มครองสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย สอดคล้องกับชีวิตยุคใหม่ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมแต่ละ Generation ผ่านช่องทางต่างๆ ของสถาบันคุ้มครองเงินฝากแล้ว DPA ยังมีข้อมูลความรู้เรื่องการคุ้มครองเงินฝาก ข้อมูลอัพเดทสถาบันการเงินและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และความรู้ด้านการเงินอื่นๆ พร้อมให้ผู้ฝากทุกคน พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ โดยประชาชนที่สนใจสอบถามข้อมูลคุ้มครองเงินฝาก สามารถติดต่อ DPA ได้หลายช่องทาง ได้แก่ แฟนเพจ Facebook: Line: Twitter: dpathailand Website: www.dpa.or.th และ Contact Center 1158

“การสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับระบบคุ้มครองเงินฝากและความรู้ทางการเงินพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้คือภูมิคุ้มกันที่จะช่วยลดความตื่นตระหนกให้กับประชาชนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือปิดกิจการ นอกจากนี้ DPA ได้พัฒนาเครื่องมือที่จะให้บริการประชาชนโดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการปฏิบัติงานด้านการจ่ายคืนผู้ฝากและการชำระบัญชี อีกทั้งมีการเชื่อมต่อระบบการสื่อสารเป็น Omni Channel เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลให้สามารถตรวจสอบข้อมูล ตอบข้อซักถาม ช่วยเหลือประชาชนผู้ฝากได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...