โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ผมจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางทางการเมือง" วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ คนใหม่

The MATTER

อัพเดต 04 ก.ค. 2566 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2566 เวลา 07.02 น. • Brief

“ผมจะทำหน้าที่-ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเป็นกลางทางการเมือง และจะน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

ตอนหนึ่งในการลุกขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ของ ส.ส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ อย่าง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก่อนจะได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ ชุดที่ 26 ในวันนี้ (4 กรกฎาคม 2566) โดยไม่ต้องลงคะแนนเสียง หลังได้รับการเสนอชื่อเพียงผู้เดียว

"ประชาชนคนไทยกว่า 70 ล้านคน ถูกคนไม่กี่คนยึดอำนาจ ขอให้การกระทำเมื่อ 9 ปีที่แล้ว จากผู้อำนาจขอให้เป็นครั้งสุดท้ายของประเทศไทย ไม่ควรที่จะมีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว"

ยังคงเป็นที่จดจำ กับคำพูดของ วันมูหะมัดนอร์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่กล่าวไว้ในการแถลงเซ็น MOU จัดตั้งรัฐบาล ตอกย้ำความรู้สึกกว่า 40 ปีบนถนนการเมืองไทย ชายผู้นี้ฝ่าฟันมาทุกวิกฤติแล้ว จนได้หวนครองเก้าอี้ประธานสภาฯ อีกครั้ง

ใครคือวันนอร์? ชื่อนี่อาจถูกจดจำต่างกันไป ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนในหลายแวดวง The MATTER จึงถือโอกาสนี้รวบรวมประวัติคร่าวๆ ให้ดูกัน

1 เส้นทางสายราชการ

ก่อนที่ชื่อของ วันมูหะมัดนอร์ มะทา จะมาเป็นที่รู้จักในฐานะคนการเมือง หลายคนอาจทราบว่า ในวัยเพียง 20 ปี เขาเริ่มรับราชการครู และได้รับตำแหน่งเป็นครูใหญ่ โรงเรียนอัตตรกียะห์ อิสลามมียะห์ จ.นราธิวาส

ในช่วงปี 2518 ได้ย้ายมาเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยครูสงขลา ซึ่งปัจจุบันนี้ คือ
ม.ราชภัฏสงขลา จนเติบโตสู่ตำแหน่งรองอธิการบดีของวิทยาลัย ในเวลาราว 3 ปี

ย้อนไปแล้วพื้นเพ วันมูหะมัดนอร์ เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ที่ จ.ยะลา แล้วย้ายมาศึกษาในกรุงเทพฯ ที่โรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท ครุศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จึงไม่แปลกที่หลายคนจะคุ้นชินกับ 'อ.วันนอร์' และยังคงเรียกแทนด้วยชื่อนี้

2 รู้จักในนามผู้ก่อตั้งกลุ่มวาดะห์

สำหรับเส้นทางการเมืองของ วันมูหะมัดนอร์ เริ่มชัดเจนหลังเอาสามารถเอาชนะการเลือกตั้งใน จ.ยะลา ภายใต้สังกัดพรรคกิจสังคม ชื่อนี้ยิ่งถูกพูดถึงเมื่อนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ได้รวมตัวกันตั้ง 'กลุ่มวาดะห์' หรืออีกชื่อว่า กลุ่มเอกภาพ ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในสามผู้ร่วมก่อตั้ง ก่อนทั้งหมดจะย้ายไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคความหวังใหม่ ตามลำดับ

ตอนนั้นกลุ่มวาดะห์กับพรรคความหวังใหม่นับว่าไปได้สวย โดยเฉพาะเมื่อวันมูหะมัดนอร์ ได้ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค จนปี 2545 พรรคได้ยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย เขาได้รับตำแหน่งเป็นถึงรองหัวหน้าพรรค

แต่นั่นก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งหนึ่ง เพราะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จากคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 ซึ่งระหว่างนั้นมีการโยกย้ายสังกัดอยู่บ้าง จนเมื่อพ้นถูกตัดสิทธิ์ วันมูหะหมัดนอร์ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

จนในการเลือกตั้ง ส.ส. ในปี 2562 วันมูหะหมัดนอร์ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อใต้สังกัดพรรคประชาชาติ และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และในปีถัดมาได้ลาออกจากการเป็น ส.ส. ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ

โดยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด จึงถือเป็นการได้รับตำแหน่ง ส.ส.ต่อเนื่องยาวนาน 11 สมัย ซึ่งตลอดเส้นทางการเมืองเขาก้าวขึ้นไปถึงตำแหน่งสำคัญในฝ่ายบริหารอย่าง รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรองนายกฯ ในสมัยพรรคไทยรักไทย

3 สู่เก้าอี้ประธานสภา

ตามที่ทราบกัน ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับตำแหน่งประธานสภาฯ ย้อนไปช่วงพฤศจิกายน 2539 ร่างรัฐธรรมนูญ 2540 เคยได้รับารโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมาแล้ว ซึ่งเขาพยายามที่จะพัฒนาการประชุมสภาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งศรัทธาที่ประชาชนมีต่อองค์กรนี้ในขณะนั้นนับว่าน้อยมาก

เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ The MATTER เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน โดยเล่าถึงครั้งต้องรับผิดชอบงานใหญ่อย่าง การเลือก ส.ส.ร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ให้เสร็จใน 1 ปี ซึ่งท้ายสุดก็บรรลุเป้าหมาย

"แต่น่าเสียดายที่เราคิดว่าจะใช้ไปได้นาน หรือถ้าเกิดข้อบกพร่องก็ค่อยแก้ไข แต่ปรากฏว่าไม่ได้แก้ไขในรัฐธรรมนูญ กลับแก้ไขด้วยการยึดอำนาจและฉีกรัฐธรรมนูญ พอฉีกแล้วก็ร่างใหม่ก็แย่ลงกว่าเดิมทุกครั้งๆ แม้แต่ฉบับ 2560 ยิ่งแย่หนักเมื่อเทียบกับ 2540 มันคนละเรื่องเลยในความเป็นประชาธิปไตย" อดีตผู้มีส่วนร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ให้ความเห็น

คุณสมบัติของประธานสภาต้องมีอะไรบ้าง? เป็นอีกคำถามหนึ่ง ที่วันมูหะหมัดนอร์ ระบุว่า "คนที่จะเป็นประธานสภาต้องรู้สึกว่าทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่ารับปาก มันจะทำให้สภาวุ่นวาย ไม่ใช่ว่าเขาให้เป็นจะได้หมดโควตารัฐมนตรี เราต้องเป็นเพราะเชื่อมั่นว่าเราทำได้ ถึงค่อยไปทำ"

ดูเหมือนตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เขาสามารถควบคุมบรรยากาศการประชุม ให้การพิจารณาต่างๆ สำเร็จ จนเป็นที่ยอมรับของบรรดาสมาชิก

ในวัย 79 ปี ส.ส. ที่ถูกมองว่ามากประสบการณ์ ด้วยดำรงตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานถึง 11 สมัย และผ่านมาแล้วหลายศึก จึงกลายเป็นบทสรุปให้ วันมูหะมัดนอร์ ได้รับความไว้วางใจให้กำกับดูรัฐสภาในสมัยนี้

อย่างไรก็ดี ข้อกังวลของประชาชนประการหนึ่ง จุดยืนของพรรคต้นสังกัด จะกระทบกับการทำหน้าที่ในฐานะประธานสภาฯ หรือไม่นั้น แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคที่เทียบเชิญ ระบุระหว่างแถลงการณ์ร่วมวานนี้ (3 กรกฎาคม) ว่า พรรคประชาชาติอาจขอสงวนสิทธิ์ในการโหวต และให้รองประธานสภาฯ เป็นผู้จัดการเสนอกฎหมายแทน

คงต้องรอติดตามว่า นักการมือจอมเก๋ารายนี้ จะสามารถรักษาสมดุลกการเมือง สมกับที่ฝ่ายออกปากว่าเป็นประธานสภาฯ 'คนกลาง' ได้หรือไม่ ด้วยแนวทางเช่นที่วันมูหะมัดนอร์ เคยกล่าวไว้ว่า "ท่านอาจไม่พอใจที่ไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความต้องการได้บ้างไม่ได้บ้าง และการเจรจาการทำงานใด ๆ ไม่มีใครได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องมีการถอยคนละก้าว เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง"

- อ่าน 'จากประธานสภาถึงประธานสภา ถอดความคิดวันมูหะมัดนอร์ มะทา ผู้มีส่วนร่างรัฐธรรมนูญ 40’ : ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...