โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

เรื่องราวเบื้องหลัง 'Parachutes' อัลบั้มที่ Coldplay บอกว่า “ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยทำมา”

BT Beartai

อัพเดต 23 ก.ค. 2566 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2566 เวลา 08.55 น.
เรื่องราวเบื้องหลัง 'Parachutes' อัลบั้มที่ Coldplay บอกว่า “ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยทำมา”

ในตอนนี้หลายคนคงกำลังตื่นเต้นที่จะได้ไปชมการแสดงสดสุดอลังของ Coldplay ในงาน “Coldplay Music Of The Spheres World Tour Bangkok” ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่ตอนแรกจะมีขึ้นแค่เพียงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ซึ่งเพียงไม่นานบัตรที่กดจองกันข้ามปีก็ขายหมดเกลี้ยง จนต้องมีเพิ่มรอบในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ซึ่งใครที่พลาดรอบแรกก็ยังสามารถจับจองบัตรกันได้ Thaiticketmajor

วงดนตรีอินดี้อัลเทอร์เนทีฟร็อกจากลอนดอนวงนี้ มาเยือนไทยเป็นครั้งแรกในปี 2003 ที่อิมแพ็คอารีน่าเมืองทองธานี หลังจากออกอัลบั้มชุดที่ 2 ‘A Rush of Blood to the Head’ จากนั้นพวกเขาก็เดินทางมาไกลและได้มาเล่นในสถานที่ที่ใหญ่กว่าเดิม (อย่างมาก) อย่างราชมังคลากีฬาสถานเป็นครั้งแรกใน ‘A Head Full Of Dreams Tour’ เมื่อวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2017 แน่นอนว่าคอนเสิร์ตทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาก็เต็มแน่นหมดเกลี้ยง จึงไม่แปลกใจเลยที่คอนเสิร์ตในครั้งนี้จะเต็มขนาดต้องเพิ่มรอบ เอาจริง ๆ มันก็คงไม่น่าแปลกใจนักในการเติบโตและความชื่นชมที่แฟน ๆ มีให้กับพวกเขา เพราะหากเราย้อนกลับไปฟังอัลบั้มเปิดตัวของวงที่มีชื่อว่า ‘Parachutes’ ที่เพิ่งครบรอบ 23 ปีไม่เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม เราจะพบว่าในท่วงทำนองอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่เข้ามาสู่ความรู้สึกของเราอย่างลึกลับนั้นมีศักยภาพของการเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ซ่อนไว้อยู่

‘Parachutes’
‘Parachutes’

อัลบั้มเปิดตัว ‘Parachutes’ นี้ทำให้ Coldplay เติบโตขึ้นมาในฐานะหนึ่งในวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งปรากฏขึ้นในรุ่งอรุณของสหัสวรรษใหม่ ที่หลายสิ่งหลายอย่างกำลังปรับตัวและเปลี่ยนแปลง Coldplay ได้ปรากฏตัวขึ้นในวงการเพลงด้วยเสียงที่กลมกล่อมและแฝงแววครุ่นคิดที่จะกำหนดยุคสมัยอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ แต่อัลบั้มเปิดตัวของวงก็จุดประกายให้วงการเพลงบริตป๊อปทันที (และวงการดนตรีโลกในเวลาต่อมา) เมื่อออกจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม ปี 2000 อันเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมระหว่างเสียงร้องที่นุ่มนวลแต่ทรงพลังของ คริส มาร์ติน (Chris Martin) การแต่ง เรียงร้อย และบรรเลงเพลงที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้ง ทำให้อัลบั้มนี้ยังคงเป็นผลงานเพลงคลาสสิกเหนือกาลเวลา มอบประสบการณ์ทางดนตรีที่ก้องกังวานและกินใจและได้กลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จที่สุดของศตวรรษที่ 21

Coldplay
Coldplay

กว่าจะมาเป็น ‘Coldplay’

ต้นกำเนิดของ Coldplay สามารถย้อนกลับไปได้ถึงเดือนกันยายน 1996 เมื่อ คริส มาร์ติน ได้พบกับมือกีตาร์ จอนนี่ บัคแลนด์ (Jonny Buckland) เป็นครั้งแรกในช่วงสัปดาห์รับน้องใหม่ที่ University College London (UCL) ขณะเล่นพูลที่บาร์ของสมาพันธ์นักศึกษา ทั้งคู่ได้สานสัมพันธ์ผ่านความหลงใหลในดนตรีที่มีร่วมกัน พูดคุยถึงศิลปินที่ชื่นชอบเช่น Sting, U2, เจฟฟ์ บัคลี่ย์ (Jeff Buckley) และ ลีโอนาร์ด โคเฮน (Leonard Cohen) และได้รับอิทธิพลเพิ่มเติมจากวงดนตรีที่พวกเขาค้นพบร่วมกันที่ UCL โดยเฉพาะ Radiohead และ Echo & The Bunnymen จากแรงบันดาลใจที่มีมาร์ตินและบัคแลนด์เริ่มเขียนเพลงร่วมกัน

ในเวลาต่อมา กาย เบอร์รีแมน (Guy Berryman) มือเบสและเพื่อนร่วมสถาบันได้เข้าร่วมเดินบนเส้นสู่ความฝันร่วมกัน ทั้ง 3 คนเริ่มรวมตัวกันพูดคุยเรื่องดนตรีและต่อเติมผลงานเพลงร่วมกัน จากนั้นสมาชิกคนสุดท้ายของวงคือมือกลอง วิล แชมเปียน (Will Champion) ซึ่งในตอนแรกปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขา แต่ต่อมาได้เข้าร่วมหลังจากที่ต้องซ้อมเพื่อเล่นในงานดนตรีอย่างกะทันหัน เมื่อนักดนตรีอายุน้อยและทะเยอทะยานทั้ง 4คนนี้เริ่มเล่นคอนเสิร์ตในสถานที่ต่าง ๆ เช่น Camden’s Laurel Tree พวกเขาได้ปรากฏตัวภายใต้ชื่อ ‘Starfish’ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้ ‘Coldplay’ หลังจากเห็นชื่อนี้จากหนังสือบทกวีสำหรับเด็กที่ชื่อว่า ‘Child’s Reflections: Cold Play’ เมื่อได้ชื่อที่เหมาะสมพวกเขาก็เริ่มฝึกฝนและสร้างสุ้มเสียงของตัวเอง

ช่วงแรกของ Coldplay นั้นเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ ผู้จัดการคนสุดท้ายของพวกเขา ฟิล ฮาร์วีย์ (Phil Harvey) ให้ทุนสนับสนุนเพื่อบันทึกเสียงเดโมครั้งแรกที่ Sync City Studios (ปัจจุบันคือ Bally Studios) ในท็อตแนม และผลการบันทึกเสียงครั้งนี้คืออัลบั้ม ‘Safety EP’ นำไปสู่งานสำคัญที่ผับ Camden Falcon ซึ่งพวกเขาไปเตะตา A&R ไซมอน วิลเลียมส์ (Simon Williams) แห่ง Fierce Panda Records ซึ่งเสนอตัวเซ็นสัญญากับวง ด้วยการสนับสนุนจากค่ายเพลงอินดี้สำหรับการเปิดตัวซิงเกิลเปิดตัว “Brothers & Sisters” ทำให้ Coldplay เริ่มเป็นที่ฮือฮา และในไม่ช้าก็ได้รับเสียงชื่นชมจากวงการและได้รับการเผยแพร่เรื่องราวผ่านนิตยสารและสื่อต่าง ๆ อย่าง NME และ BBC Radio 1

ไม่นานนัก A&R จากค่ายเพลงใหญ่ ๆ ก็เริ่มสนใจพวกเขา และในที่สุด Coldplay ก็เซ็นสัญญากับ Parlophone ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่หนึ่งในแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาสังกัดอยู่ นั่นคือ Radiohead จากนั้น EP ที่ 2 ของวงอย่าง ‘The Blue Room’ ได้ถือกำเนิดขึ้นอันตามมาด้วยกำหนดการทัวร์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Premier Tour ของ NME ในช่วงต้นปี 2000 ซึ่งพวกเขาได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวก จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเขาที่ UCL ไปจนถึงการเป็นที่รู้จักมากขึ้น เห็นได้ชัดว่า Coldplay กำลังพุ่งทะยานขึ้นเรื่อย ๆ อย่างงดงาม

เผชิญหน้ากับ ‘ความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์’ ผ่านพ้น ‘สิ่งที่ยากที่สุดที่เคยทำมา’

เป็นเรื่องธรรมดาที่สมาชิกวงดนตรีที่อยู่ร่วมกันมาย่อมจะมีเรื่องที่ขัดแย้งกัน ซึ่งนั่นอาจนำมาสู่จุดจบของความเป็นวงดนตรีได้ สำหรับ Coldplay มันอาจจะเป็นเรื่องดีที่พวกเขาเจอประสบการณ์นี้เสียแต่เนิ่น ๆ หลังจากอัดเพลงบางเพลงที่ Orinoco Studios ในลอนดอน โดยมี คริส อัลลินสัน (Chris Allinson) เป็นโปรดิวเซอร์ Coldplay ไม่พอใจกับเสียงที่ออกมา จนถึงจุดหนึ่ง คริส มาร์ติน ที่ผิดหวังกับผลงานอย่างมากถึงกับไล่ วิล แชมเปียน มือกลองออกไป “มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในสตูดิโอ และผมบอกกับวิลว่ามันเป็นความผิดของเขา” มาร์ตินกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Q แต่ในไม่ช้าเขาก็เสียใจกับการตัดสินใจอันรุนแรงนี้ มาร์ตินจึงไปง้อและเชิญแชมเปียนให้กลับมา แต่ความกดดันในการเร่งทำผลงานออกมาให้ดีทันกำหนดเวลานั้นยังคงอยู่

ในช่วงปลายปี 1999 วงได้ย้ายค่ายไปที่ Rockfield Studios ทางตอนใต้ของเวลส์ โดยมี เคน เนลสัน (Ken Nelson) โปรดิวเซอร์คนใหม่ และพวกเขาก็ก้าวหน้าไปมาก เพลง “Shiver” บทเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหญิงสาวลึกลับที่มาร์ตินหลงรัก และความหลงใหลในศิลปินที่เขาชื่นชมนั่นคือ เจฟฟ์ บักลีย์ (Jeff Buckley) ได้ถูกเลือกให้เป็นซิงเกิลนำของ ‘Parachute’ ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2000 เสียงกีตาร์จากบทเพลงนี้คือหนึ่งในสิ่งที่น่าประทับใจและทำให้บทเพลงขึ้นสูงสุดที่อันดับ 35 ในสหราชอาณาจักร ต้องขอบคุณไลน์กีตาร์ที่ส่องประกายระยิบระยับของบัคแลนด์ และเสียงร้องสูงต่ำเปี่ยมอารมณ์ของมาร์ติน “มันเป็นความพยายามอย่างโจ่งแจ้งต่อแรงบันดาลใจในเจฟฟ์ บักลีย์ ซึ่งผมคิดว่ามันอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่” มาร์ตินได้เล่าถึงแรงบันดาลใจของเขาในการสัมภาษณ์กับ BBC Radio 1 “ตอนนั้นเราอายุ 21 ปี และเขาก็เป็นฮีโรของเรามาก ๆ และแน่นอนว่างานของเรามันจึงถูกกรองผ่านแรงบันดาลใจที่มี”

ช่วงเวลาแห่งการดูดาวยามค่ำคืนเป็นแรงบันดาลใจให้ “Yellow” ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของ Coldplay ในทันทีที่ถูกปล่อยออกมา เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ความมืดปกคลุมชนบทอันงดงามของเวลส์พวกเขาได้ก้าวออกไปข้างนอกเพื่อแหงนมองท้องฟ้าที่ส่องแสงดาว เนื้อเพลงผุดขึ้นในหัวของมาร์ตินทันที เพาะเมล็ดพันธุ์ของเพลงที่แสดงความโหยหาและความอัศจรรย์ใจในช่วงเวลานั้น แม้ว่ามาร์ตินจะกล่าวติดตลกว่าการเลือกสีที่ใช้ในเพลงนี้มาจากสมุดหน้าเหลือง แต่เนื้อหาของเพลงกลับเจาะลึกถึงแก่นเรื่องของการอุทิศตนและความเต็มใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อคนที่คุณห่วงใยอย่างสุดซึ้ง

มาร์ตินก้าวเข้าไปในห้องอัดเสียงโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์เสียงของ นีล ยัง (Neil Young) และมีเป้าหมายที่จะเลียนแบบการผันเสียงที่โดดเด่นของนักร้องนักแต่งเพลงชาวแคนาดาระดับตำนานคนนี้ โดยเฉพาะเมื่อมาร์ตินร้องคำว่า ‘stars’ “เพลงนี้มีคำว่า ‘stars’ และนั่นดูเหมือนคำที่คุณควรร้องด้วยเสียงของนีล ยัง” มาร์ตินกล่าวไว้ในหนังสือ “Viva Coldplay !” โดย มาร์ติน โรช (Martin Roach) “Yellow” เปิดตัวเป็นซิงเกิลในเดือนมิถุนายนปี 2000 ได้รับการโปรโมตด้วยมิวสิกวิดีโอสุดเท่ที่ถ่ายทำเป็นลองเทคมาร์ตินเดินตากฝนอยู่ริมหาดของอ่าวสตัดแลนด์ในสวาเนจโดยมีฉากหลังเป็นช่วงเวลาก่อนตะวันจะมาเยือนและจบเพลงพอดีกับที่แสงตะวันแรกของวันสาดส่องมาถึง มันช่างเข้ากันกับเพลงอะไรอย่างนี้ ผลงานชิ้นนี้กำกับโดย เจมส์ ฟรอสต์ (James Frost) จากนั้นบทเพลงนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดในยุค 2000 เพลงขึ้นสู่อันดับสูงสุดที่อันดับ 4 ในสหราชอาณาจักร และต่อมาอันดับ 48 ในสหรัฐอเมริกา เป็นความสำเร็จเชิงพาณิชย์ครั้งสำคัญสำหรับ Coldplay ปัจจุบัน “Yellow” ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเพลงรักที่ดีที่สุดในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา

แม้ว่าการทำอัลบั้มให้สำเร็จจะต้องใช้ความอุตสาหะและการทำงานอย่างหนัก แต่ ‘Parachutes’ อัลบั้มเปิดตัวของ Coldplay ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวงนี้สามารถเอาชนะความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นระหว่างเซสชันการอัดเสียงครั้งแรกได้อย่างสง่างามเพียงใด “ในแง่ของดนตรี มันเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่เราเคยทำมา” คริส มาร์ติน กล่าวในภายหลัง แม้จะมีความท้าทายที่พวกเขาต้องเผชิญ แต่ความทุ่มเทที่ไม่เปลี่ยนแปลงของวงและการแสวงหาความสมบูรณ์แบบอย่างไม่ลดละทำให้ ‘Parachutes’ มาถึงจุดที่พร้อมสำหรับการปล่อยตัวตามที่คาดหวังไว้สูง สมดังกับชื่ออัลบั้ม ‘Parachutes’ (ร่มชูชีพ) ซึ่งเป็นชื่ออันเหมาะสมที่ทางวงต้องการเปรียบเปรยถึงบางสิ่งที่ช่วยให้รอดและแคล้วคลาดจากภัยอันตราย ซึ่งเป็นชื่อที่เหมาะกว่า ‘Don’t Panic’ หรือ ‘Yellow’ ที่ตอนแรกทางวงตั้งใจจะใช้

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทุกเพลงมีความรู้สึกอยู่ในนั้นจริง ๆ”

วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมปี 2000 หนึ่งเดือนหลังจากความสำเร็จของซิงเกิล “Yellow” อัลบั้ม ‘ Parachutes’ ขายได้กว่า 70,000 ชุดในสัปดาห์แรกและขึ้นสูงสุดที่อันดับ 1 ในสหราชอาณาจักร แซงยอดขาย ของอัลบั้ม ‘The Marshall Mathers LP’ ของ Eminem ได้อย่างโดดเด่น Parachutes นำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อก ความเป็นอินดี้ และเพลงบัลลาดที่กินใจ ‘Parachutes’ ได้สร้างอิมแพคให้กับวงการดนตรีทันที ผลักดันให้ Coldplay กลายเป็นดาวเด่นระดับประเทศในชั่วข้ามคืน ซิงเกิลที่ 3 ของอัลบั้มคือเปียโนบัลลาด “Trouble” ที่ขึ้นสูงสุดที่อันดับ 1 ในสหราชอาณาจักร และทำให้ Coldplay เป็นวงที่ประสบความสำเร็จแห่งปี เพลงนี้นับเป็นหนึ่งในเพลงไฮไลท์ของอัลบั้ม ‘Parachutes’ เพลงที่สร้างสะพานเชื่อมระหว่างวงและช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอีกด้วย “มีเรื่องแย่ ๆ เกิดขึ้นในวงของเรา” มาร์ตินพูดถึงความหมายของเพลง “เพลงนี้เกี่ยวกับการประพฤติตัวไม่ดีต่อคนที่คุณรักจริง ๆ และผมก็ทำแบบนั้นกับสมาชิกบางคนในวงด้วย” ซึ่งสมาชิกที่ว่านั้นก็คือแชมเปียนมือกลองของวงนั่นเอง

ตั้งแต่ความรู้สึกลึกลับที่รายล้อมรอบตัวในเพลง “Spies” ที่เป็นเหมือนการคารวะต่อ เจมส์ บอนด์ (James Bond) และงานประพันธ์เพลงของ จอห์น เบอร์รี (John Barry) ที่พวกเขาชื่นชอบ บัลลาดที่นุ่มนวลสว่างไสวด้วยเสียงเบสที่คดเคี้ยวและเสียงแหลมของนิ้วบนกีตาร์อะคูสติกใน “Sparks” รวมถึงเพลง “High Speed” ซึ่งเต็มไปด้วยไลน์กีตาร์ที่เท่เร้าใจและริฟฟ์เบสที่หนักแน่นคล้ายกับเพลง “Come Together” ของ The Beatles ไปจนถึงเปียโนแจ๊สที่ไพเราะของเพลงปิดอย่าง “Everything’s Not Lost” ‘Parachutes’ ได้ผสมผสานไลน์กีตาร์ที่พุ่งทะยานของบัคแลนด์ เพอร์คัสชันที่สร้งสรรค์และกระชับทุกอารมณ์ของแชมเปียน งานเบสที่เร้าใจของเบอร์รีแมนและท่วงทำนองเปียโนที่ละเอียดอ่อนของมาร์ติน ทั้งหมดปลุกความรู้สึกของเราทั้งความหวังและความเศร้าโศก ดำดิ่งลึกลงไปในห้วงความทรงจำ อารมณ์และความรู้สึก

‘Parachutes’ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในหมู่ผู้ฟังทั้งหลายโดยเฉพาะชาวอัลเทอร์เนทีฟร็อกนั้นมีความต้องการมากขึ้นที่จะได้สัมผัสกับท่วงทำนองทางดนตรีที่สะท้อนความเปราะบางและอ่อนไหวในอารมณ์ของมนุษย์เรา ด้วยความอ่อนไหวของมาร์ตินและผองเพื่อนสิ่งเหล่านี้จึงได้มีขึ้นในเพลงของพวกเขา “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทุกเพลง…” มาร์ตินกำลังกล่าวถึงหัวใจในบทเพลงของพวกเขา “…ต้องมีความรู้สึกจริง ๆ อยู่ในนั้น” ไม่ว่าจะเป็นการขอโทษ วิล แชมเปียน สำหรับความไม่รอบคอบในอดีตของเขา (“I never meant to cause you trouble/And I, I never meant to do you wrong” – “Trouble”) หรือแสดงความโหยหาการหลบหนีของเขา (“I want to live in a wooden house/Where making more friends would be easy” – “We Never Change”) มาร์ตินการันตีเลยว่าทุกบทเพลงใน ‘Parachutes’ เกิดจากความจริงใจอย่างสุดซึ้ง

ซิงเกิลที่ 4 และเพลงสุดท้ายที่ปล่อยออกมาจากอัลบั้มคือ “Don’t Panic” เป็นหนึ่งในเพลงแรกสุดที่ Coldplay เขียนขึ้น เนื้อเพลงแสดงอารมณ์ทางการเมือง ความเบื่อหน่ายโลกซึ่งสอดคล้องกับยุคสมัยของการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง (“Bones, sinking like stones/All that we fought for”) ด้วยการสะท้อนความท้อแท้และความคับข้องใจที่หลายคนรู้สึกในช่วงเปลี่ยนสหัสวรรษ Coldplay ได้จับอารมณ์ของคนรุ่นหนึ่งที่อุดมการณ์ทางการเมืองกำลังสูญเสียความสดใส และนำมาสู่สไตล์การแต่งเพลงใหม่ที่จับใจคนยุคหลัง Y2K

“อัลบั้มที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เราเคยทำมา”

‘Parachutes’ ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ดีที่สุดแห่งยุค 2000 Coldplay ได้รับรางวัล BRIT Awards ในเดือนกุมภาพันธ์ 2001 ในสาขา Best British Album และ Best British Group พวกเขาได้รับความสนใจในระดับนานาชาติและได้รับรางวัลแกรมมี่อวอร์ดสาขา ‘Best Alternative Music Album’ ในปี 2002 แม้ว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์มากขึ้นในอัลบั้มต่อ ๆ มา เช่น ‘A Rush Of Blood To The Head’ และ ‘X&Y’ แต่หากไม่มี ‘Parachutes’ วิถีของ Coldplay อาจแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ‘Parachutes’ มียอดขายมากกว่า 13 ล้านชุดทั่วโลก และส่งผลให้ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘หนึ่งในอัลบั้มเปิดตัวที่ดีที่สุด (และขายดีที่สุด) ตลอดกาล’ อัลบั้มเปิดตัวของ Coldplay ไม่เพียงแค่ได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวกเท่านั้น แต่ยังดึงดูดผู้ชมจำนวนมาก พิสูจน์ให้เห็นว่าดนตรีที่มีอารมณ์ลึกซึ้งและครุ่นคิดของ คริส มาร์ติน และเพื่อน ๆ นั้น สามารถมอบความสบายใจและความหมายให้กับแฟน ๆ นับล้านทั่วโลก ในหลาย ๆ ด้าน ‘Parachutes’ ได้วางรากฐานให้กับการเดินทางอันน่าทึ่งของวง โดยหลาย ๆ คนยังคงยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของ Coldplay

“เราทำงานหนักอย่างไม่น่าเชื่อ” วิล แชมเปียน กล่าวกับนิตยสารกลอง ‘Drum !’ “และเราเชื่อว่ามันเป็นสถิติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราเคยทำได้” เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและความเชื่อที่ไม่เปลี่ยนแปลงของ Coldplay ในฝีมือของพวกเขา ‘Parachutes’ ยังคงยืนหยัดในบททดสอบของกาลเวลา เป็นผลงานที่ยืนยงของความงามอันละมุนลึกที่ยังคงสะกดใจผู้ฟังผ่านกาลเวลามาตราบจนทุกวันนี้

ที่มา

NME

Thisisdig

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...