JAS พลิกขาดทุน 875 ลบ.ใน Q1 ปิดดีลขาย TTTBB-JASIF ไตรมาส 2 ผันตัวทำธุรกิจพลังงานสะอาด-สุขภาพ
บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ( JAS) แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 875.02 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 132.31 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลง 331 ล้านบาท หรือ 27% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/65 ซึ่งขาดทุน 1,206 ล้านบาท มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 2,796 ล้านบาท ลดลง 962 ล้านบาท คิดเป็น 26% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 73 ล้านบาท คิดเป็น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/65
ในไตรมาสแรก JAS มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 4,771 ล้านบาท ลดลง 349 ล้านบาท คิดเป็น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 263 ล้านบาท คิดเป็น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/65
สำหรับรายละเอียดของรายได้มีดังนี้
- รายได้จากส่วนงานให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอินเทอร์เน็ตทีวี 4,215 ล้านบาท ลดลง 399 ล้านบาทคิดเป็น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 161 ล้านบาท คิดเป็น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต แม้บริษัทจะพยายามรักษาฐานลูกค้าด้วยการนำเสนอแพ็คเก็จที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ แต่ยังไม่สามารถเพิ่มรายได้รวมได้ตามเป้าหมาย ณ สิ้นไตรมาส 1/66 มีจำนวนผู้ใช้บริการรวม 3.68 ล้านราย เมื่อหักจำนวนผู้ใช้บริการ ภาคองค์กร ลูกค้า WIFI กลุ่ม Barter กลุ่มที่ใช้ในกิจการภายใน กลุ่มบริการเสริมอื่น และกลุ่มลูกค้าที่มีหนี้ค้างออก จะมียอดผู้ใช้บริการสำหรับลูกค้าทั่วไปในส่วนที่เป็น Fixed Broadband และที่สามารถเก็บเงินได้ประมาณ 2.33 ล้านราย โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อราย (ARPU) 566 บาทต่อเดือน
- รายได้จากส่วนงานสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยี โซลูชั่น 366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท คิดเป็น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 28 ล้านบาท คิดเป็น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้รายได้จากการให้บริการวงจรเช่าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่รายได้จากธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการหยุดขุดบิตคอยน์ในช่วงปลายไตรมาส 4/65 โดยกลับมาขุดอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 1/66 เนื่องจากราคาเหรียญบิตคอยน์ปรับตัวสูงขึ้น ปัจจุบันจำนวนเหรียญที่ขุดได้มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 181.27231886 เหรียญบิตคอยน์โดยเหรียญบิตคอยน์ในไตรมาส 1/66 มีราคาเฉลี่ยประมาณ 28,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่มีราคาเฉลี่ยประมาณ 16,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น
คิดเป็น 75% - รายได้ส่วนงานอื่นและรายได้อื่น จำนวน 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 74 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
พร้อมกันนี้ JAS ได้รายงานความคืบหน้าการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัทย่อย และธุรกิจที่เกี่ยวข้องของบมจ. ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB) รวมถึงการจำหน่ายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF ให้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) มูลค่ารวมทั้งสิ้น 32,420 ล้านบาท ตามมติคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2565 และมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2565 ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2566
ภายหลังการขายธุรกิจบรอดแบนด์แล้วเสร็จ กลุ่ม JAS จะมุ่งเน้นดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาด สำหรับลูกค้ากลุ่ม C&I และครัวเรือนรวมถึง SME โดยเบื้องต้นตั้งเป้าติดตั้ง Solar Rooftop รูปแบบ model EPC ประมาณ 80 MW/ปี ซึ่งจะเน้นบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ลูกค้าสามารถใช้งานระบบที่ติดตั้งได้อย่างคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน
ในขณะที่ธุรกิจด้านสุขภาพจะให้บริการครอบคลุมทั้งแบบ B2G2C ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป และแบบ B2C ซึ่งร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรด้านสาธารณสุขเพื่อให้บริการโดยตรงกับลูกค้าในลักษณะ online to offline นอกจากนี้บริษัทฯ มีแผนมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้บริษัทฯ อย่างยั่งยืนต่อไปอีกด้วย
ส่วนธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ ของบมจ. จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) กลุ่ม JTS อยู่ระหว่างศึกษาและวางกลยุทธ์ BTC Ecosystem Roadmap เกี่ยวกับ BTC Trading และ BTC Lightning Network เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตอล นอกจากนี้กลุ่ม JTS ยังตั้งเป้าจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมระหว่างประเทศชั้นน าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านโครงข่ายไฟเบอร์ระหว่างประเทศที่มีเสถียรภาพสูง