ตีนไก่ จีนขาดแคลน คนฮิตกินปีละ 3 หมื่นล้านตัน พาณิชย์ แนะอัพเกรดเป็น ขนมขบเคี้ยว
พาณิชย์ แนะ ตีนไก่ จีนขาดแคลน คนฮิตกินปีละ 3 หมื่นล้านตัน เปิดช่องท่างเร่งส่งออก อัพเกรดเป็น ขนมขบเคี้ยวรสต้มยำ-แกงเขียวหวาน
วันที่ 23 พ.ค.2566 รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ชาวจีนนิยมบริโภคตีนไก่มาอย่างยาวนาน และมีปริมาณการบริโภคต่อปีเป็นจำนวนมหาศาล โดยตีนไก่กว่า 80% จากทั่วโลกถูกบริโภคโดยชาวจีน ซึ่งคนจีนนิยมนำมาทำอาหารว่าง เช่น ตีนไก่รสพะโล้ ตีนไก่พริกดอง หรือเมนูของว่าง รวมทั้งแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยวซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่น
แต่ปัจจุบันตลาดตีนไก่ในจีนกำลังเกิดปัญหาขาดแคลน เนื่องจากภายในประเทศจีนสามารถผลิตตีนไก่ได้เพียง 18,000 ล้านตีน ขณะที่ มีความต้องการบริโภคมีมากถึงปีละ30,000 ล้านตีน หรือขาดแคลนกว่า 12,000 ล้านตีน
ทำให้จีนต้องนำเข้าตีนไก่แช่แข็งจำนวนมากทุกปี โดยปี 2565 นำเข้าตีนไก่แช่แข็งจากทั่วโลก เพิ่มขึ้น 37.69 %และช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 นำเข้าเพิ่มขึ้น 26.78% โดยนำเข้าจากบราซิลมากที่สุด คิดเป็น 62.82 % ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ อาร์เจนติน่า และชิลี ตามลำดับ
สำหรับประเทศไทยพบว่าในปี 2565 จีนนำเข้าตีนไก่จากไทยเพิ่มขึ้น 16.17% ส่วนไตรมาสแรกปีนี้ นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นมากถึง 165.74% หรือคิดเป็นมูลค่า 79.56 ล้านเหรียญสหรัฐ 2,640 ล้านบาท
“ตลาดตีนไก่ในจีนเป็นตลาดกำลังเติบโตมาก และยังมีที่ว่างสำหรับผู้ส่งออกไทย โดยผู้ประกอบการไทย ต้องใช้โอกาสนี้เร่งเข้าไปขยายตลาดส่งออกทั้งรูปแบบตีนไก่แช่แข็งและผลิตภัณฑ์แปรรูปชนิดอาหารว่าง ของทานเล่นที่ชาวจีนนิยมเป็นอย่างมาก โดยอาจนำเสนอรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย อาทิ อาหารว่างตีนไก่รสต้มยำ รสแกงเขียวหวาน รสบาร์บีคิวไทย เป็นต้น และผลิตเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อสะดวกในพกพาและรับประทานได้ทันที “
สำหรับอุตสาหกรรมตีนไก่ภาพรวมนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหาร มีผลประกอบการ 900 ล้านขึ้นไป หรือประมาณ 4,500 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทคู่แข่งสำคัญที่มีศักยภาพในการเติบโต เช่น แบรนด์ Qishuang และแบรนด์ Spicy Lady เป็นต้น มีผลประกอบการ 100 – 200 ล้านหยวน หรือประมาณ 500 – 1,000 ล้านบาท และ 3. กลุ่มบริษัทขนาดเล็กและมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดระดับภูมิภาค