ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ดิ่งกว่า 700 จุด นลท.เทขายหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด
ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ดิ่งกว่า 700 จุด นลท.เทขายหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 มี.ค. 68 7:46: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงแรงในวันศุกร์ (28 มี.ค) โดยดาวโจนส์ทรุดลง 715.80 หลังนักลงทุนพากันเทขายหุ้นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Amazon, Microsoft และบริษัทอื่น ๆ เนื่องมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในวันเดียวกัน สร้างความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าเพิ่มมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 715.80 จุด หรือ 1.69% ปิดที่ 41,583.90 จุด ดัชนี S&P500 ปิดลดลง 112.37 จุด หรือ 1.97% ปิดที่ 5,580.94 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดลดลง 481.04 จุด หรือ 2.70% ปิดที่ 17,322.99 จุด
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวลดลงประมาณ 1% ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.5% และดัชนีแนสแดค ลดลง 2.6%
ข้อมูลเศรษฐกิจชุดล่าสุด ระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ฟื้นตัวน้อยกว่าที่คาดไว้ในเดือนก.พ. ขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 13 เดือน โดยดัชนีเพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนก.พ. สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.7% ในเดือนม.ค. ทั้งนี้ ดัชนี PCE พื้นฐาน เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ
ด้านผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนแสดงให้เห็นว่า การคาดการณ์ของผู้บริโภคเกี่ยวกับเงินเฟ้อในอีก 12 เดือนข้างหน้า พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่งในเดือนมี.ค. และผู้บริโภคคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงเพิ่มสูงต่อไปในปีหน้า
ข้อมูลดังกล่าว ก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่า การระดมประกาศมาตรการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะผลักดันให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เงินเฟ้อสูงขึ้นตามมา และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้
ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและภาษีนำเข้า ส่งผลให้หุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในวอลล์สตรีทร่วงลงอย่างหนัก โดยหุ้น Apple ลดลง 2.7%, Microsoft ลดลง 3% และ Amazon ลดลง 4.3%
หุ้น 10 ใน 11 กลุ่ม ที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่าปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มบริการสื่อสาร ลดลง 3.81% รองลงมาเป็นหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยที่ลดลง 3.27%
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า นักลงทุนคาดว่ามีโอกาส 76% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนมิ.ย.
ดัชนี S&P 500 Banks Group ที่ติดตามหุ้นกลุ่มธนาคาร ลดลง 2.3% ขณะที่ดัชนีความผันผวน CBOE ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3 จุด สู่ระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์
ทั้งนี้ ดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มลดลงรายไตรมาสครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส ขณะที่ดัชนีแนสแดค ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี กำลังเผชิญกับการลดลงรายไตรมาสมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ UBS Global Wealth Management ปรับลดเป้าหมายดัชนี S&P 500 สิ้นปีลงเหลือ 6,400 จุด จาก 6,600 จุด
หุ้นของ CoreWeave ซึ่งเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia เปิดตลาดลดลงเกือบ 3% จากราคาเสนอขายในการเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แนสแดคเมื่อวันศุกร์ ซึ่งอาจทำลายความหวังในการฟื้นตัวของการเสนอขายหุ้น IPO โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวนจากความตึงเครียดด้านภาษี
ภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ของทรัมป์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้สัปดาห์นี้ ต่างกดดันหุ้นกลุ่มรถยนต์เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยหุ้น General Motors ลดลง 1.1% และ Ford ลดลง 1.8% ซึ่งปัจจุบัน นักลงทุนต่างจับตาการประกาศมาตรการภาษีชุดใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ ที่เตรียมเปิดเผยในวันที่ 2 เม.ย. โดยทรัมป์ได้ส่งสัญญาณว่า มาตรการเหล่านี้อาจแตกต่างจากแนวทาง ตอบโต้แบบตาต่อตา ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้
ด้านหุ้นรายตัว พบว่าหุ้นของ Lululemon Athletica ลดลง 14% หลังบริษัทปรับลดประมาณการรายได้ประจำปี โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษี ขณะที่หุ้นบริษัทเหมืองแร่ทองคำ Harmony Gold และ Gold Fields พุ่งขึ้น 9.5% และ 4.5% ตามลำดับ จากราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ