โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซีอานต้องการ ผลไม้ไทยมาก ‘พาณิชย์’ ชี้ผลไม้ไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในซีอานสูง แต่ยังขาดผู้นำเข้าผลไม้ไทยในพื้นที่โดยตรง

The Structure

อัพเดต 09 มี.ค. 2568 เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • The Structure

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) รายงานว่าผู้บริโภคชาวนครซีอานนิยมบริโภคผลไม้นำเข้าเพิ่มมากขึ้น โดยผลไม้ไทยได้รับการยอมรับและความนิยมจากผู้บริโภคชาวนครซีอานเป็นอย่างมาก และมีส่วนแบ่งทางการตลาดนครซีอานค่อนข้างสูง

โดยเฉพาะทุเรียนไทย ซึ่งมียอดขายนำหน้าผลไม้นำเข้าชนิดอื่นๆ ด้วย โดยปริมาณการค้าส่งทุเรียนไทยมากกว่า 10,000 ตันต่อปี สำหรับสายพันธุ์ทุเรียนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในนครซีอาน คือ ทุเรียนหมอนทอง รองมาคือ ทุเรียนก้านยาว นอกจากนี้ ลำไย และมังคุด ก็เริ่มมี การนำเข้าเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวนครซีอานจึงนิยมรับประทานผลไม้ที่มีน้ำมากและรสชาติหวาน เนื่องจากนครซีอานตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนซึ่งมีอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง โดยช่วงที่ผลไม้ไทยขายดีที่สุด คือ ช่วงเทศกาลต่างๆ ของจีน เช่น เทศกาลวันตรุษจีน เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นต้น เนื่องจากเป็นผลไม้ยอดนิยมสำหรับมอบเป็นของขวัญ

และยังมีการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน โดยผู้บริโภคชาวนครซีอานมักจะเลือกซื้อผลไม้ไทยผ่านตลาดค้าส่งผลไม้ Yurun ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางออนไลน์

เนื่องจากนครซีอานตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน จึงไม่มีผู้นำเข้าผลไม้ไทยในพื้นที่ดังกล่าวมากนัก ส่วนใหญ่เป็นผู้กระจายสินค้า ซึ่งมักรับซื้อผลไม้จากผู้นำเข้าในตลาดค้าส่งผลไม้เจียงหนาน นครกวางโจวเป็นหลัก

สำหรับการขนส่งผลไม้จากประเทศไทยสู่นครซีอาน โดยทั่วไปใช้ 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ การขนส่งทางเรือ ทางบก และทางอากาศ โดยผลไม้ส่วนใหญ่จะถูกขนส่งมายังท่าเรือกวางโจว จากนั้นจึงขนส่งผ่านทางบกมายังนครซีอาน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน

นอกจากนี้ ยังสามารถขนส่งทางบกโดยตรงผ่านด่านศุลกากรที่ได้รับอนุญาต เช่น ด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน และด่านโหย่วอี้กวน เขตปกครองตนเองกวางสี ซึ่งเป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับการขนส่งผลไม้ที่มีปริมาณมาก เช่น ทุเรียน ลำไย เป็นต้น

อีกทั้ง ยังสามารถขนส่งผ่านทางอากาศ โดยในปี 2560 สนามบินนานาชาติซีอานเสียนหยางได้รับการอนุมัติให้เป็นด่านกักกันสำหรับผลไม้นำเข้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนสามารถขนส่งผลไม้ไทยมายังนครซีอานผ่านทางอากาศ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการขนส่งเหลือเพียง 36 ชั่วโมง

วิธีนี้เหมาะสำหรับผลไม้ที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากใช้ระยะการขนส่งที่สั้น ช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการขนส่งทางอากาศจะสูงกว่าการขนส่งทางบกและทางเรือ การเลือกใช้เส้นทางขนส่งขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของผลไม้ ตลอดจนความต้องการด้านคุณภาพและต้นทุนของผู้นำเข้าในนครซีอาน

DITP แนะนำว่าเนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ในการเพาะปลูกผลไม้และมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการค้ากับประเทศจีน ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกผลไม้สด เช่น ทุเรียน ลำไย และมังคุด ควรดำเนินกลยุทธ์การตลาดแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายตามระดับรายได้ของผู้บริโภค

โดยมีการจัดแบ่งผลไม้ตามมาตรฐานคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อแตกต่างกัน สำหรับผลไม้คุณภาพระดับสูงจัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าระดับ High-end เช่น ห้างสรรพสินค้า SKP และ Ole ซึ่งเป็นแหล่งจับจ่ายของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง

ในขณะที่ผลไม้คุณภาพระดับกลางควรมุ่งเน้นการจัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าที่มีกลุ่มลูกค้าระดับกลาง เช่น ห้างสรรพสินค้า Vanguard ซึ่งมีฐานลูกค้าที่กว้างในตลาดผู้บริโภคระดับกลาง

รวมถึงผู้ประกอบการไทยยังสามารถร่วมมือกับผู้นำเข้าผลไม้ไทยในนครซีอาน หรือผู้ผลิตน้ำผักผลไม้ของจีนเพื่อนำผลไม้สดแปรรูปเป็นน้ำผักผลไม้ที่มีแนวโน้มการขยายตัวและเป็นที่นิยมในตลาดจีน

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายจากภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในตลาดจากคู่แข่งจากต่างประเทศและคู่แข่งท้องถิ่นที่มีความได้เปรียบและเชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวนครซีอาน รวมถึงมีช่องทางการกระจายผลไม้ที่แข็งแกร่ง

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวนครซีอาน รวมทั้งกฎระเบียบการนำเข้าน้ำผักผลไม้อย่างละเอียด เพื่อพัฒนาและนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม

รายงานฉบับเต็มของ DITP – https://www.ditp.go.th/post/197623

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...