โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สกินแคร์ขายไข่ ขายทำไม ? The Ordinary “ขายไข่ถูก” ให้โลกจำ เมื่อค่าครองชีพสูงจนไข่แพงเกินเอื้อม

Thairath Money

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 04.27 น.
ภาพไฮไลต์

ดิ ออดินารี่ “The Ordinary” แบรนด์สกินแคร์ชื่อดังที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ได้สร้างเสียงฮือฮาบนโลกโซเชียลมีเดียและกลายเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังจากมีลูกค้ารายหนึ่งโพสต์ใบเสร็จรับเงินที่แสดงให้เห็นว่าเธอซื้อไข่หนึ่งโหลได้ในราคาเพียง 3.37 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกกว่าร้านขายของชำทั่วไปในสหรัฐฯ เป็นเท่าตัว

We heard NYC needed eggs.
This weekend, you can get 12 ordinarily priced eggs at our stores for $3.37.
No frills, just eggs. While supplies last !!

บัญชีอินสตาแกรมของแบรนด์โพสต์คอนเทนต์ที่เห็นไข่ไก่แพ็คหนึ่งโหลเรียงรายอยู่ในตู้เย็น ซึ่งเป็นแคมเปญล่าสุดที่ The Ordinary ร่วมกับ MSCHF เปิดตัว“The Ordinary Egg” จำหน่ายไข่ราคาพิเศษเพียงโหลละ 3.37 ดอลลาร์หรือประมาณ 114 บาท ที่ร้านค้าสองแห่งในนิวยอร์ก โดยในโพสต์ The Ordinary ระบุว่า “เราได้ยินมาว่านิวยอร์กต้องการไข่ ภายในสุดสัปดาห์นี้ คุณสามารถซื้อไข่ 12 ฟองในราคาปกติที่ร้านค้าของเราเพียง 3.37 ดอลลาร์ ไม่มีลูกเล่นใด ๆ แค่ไข่ธรรมดา ขายจนกว่าสินค้าจะหมด”

สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกปฏิกิริยาจากชาวเน็ตทั้งความตกตะลึง เต็มไปด้วยข้อสงสัย หลายคนสงสัยว่าแบรนด์สกินแคร์สายบิวตี้ขายไข่ทำไมและที่สำคัญราคายังถูกกว่าร้านขายของชำทั่วไปอีกด้วย หาไข่มาจากไหน ขาดทุนหรือเปล่าในวิกฤตไข่แพงแบบนี้ ขณะที่บางคนชื่นชมถึงกลยุทธ์การตลาดที่เสียดสีสังคมได้อย่างเรียบง่ายแต่เฉียบคม “นี่เป็นการตลาดที่ยอดเยี่ยม” และ “กลยุทธ์นี้ฉลาดมาก!! เข้ากับแบรนด์สุด ๆ”

เมื่อ “ไข่” สินค้าติดตู้เย็นของคนทั่วไปกลายเป็นของหายาก

เบื้องหลังแนวคิดที่ทำให้แคมเปญนี้เป็นไวรัลมาจากปัญหา“วิกฤตไข่แพง” ในสหรัฐฯ โดยในช่วงต้นปี 2025 ชาวอเมริกันต้องเผชิญกับปัญหาราคาไข่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ สาเหตุหลักมาจากการระบาดของไข้หวัดนก (avian influenza) ที่แพร่ระบาดในฟาร์มเลี้ยงไก่ทั่วสหรัฐฯ ส่งผลให้เกษตรกรต้องกำจัดไก่จำนวนมากเพื่อลดการแพร่เชื้อ ซึ่งทำให้ปริมาณไข่ที่วางจำหน่ายในตลาดลดลง

ในขณะเดียวกันภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาไข่พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว สถานการณ์นี้ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตในหลายเมืองต้องจำกัดจำนวนไข่ที่ลูกค้าสามารถซื้อได้ในแต่ละครั้ง และผู้บริโภคจำนวนมากต่างมองหาทางเลือกที่ถูกกว่าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย

โดยข้อมูลจาก NBC News และ The New York Times ระบุว่า ราคาไข่โดยเฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2025 อยู่ที่ประมาณ 8 ดอลลาร์ต่อโหลหรือประมาณ 270 บาท ขณะที่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาไข่ในบางพื้นที่สูงถึง 18 ดอลลาร์ต่อโหลหรือประมาณ 610 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ทำให้หลายครัวเรือนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์จากกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าราคาไข่อาจพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 40% ในปีนี้อีกด้วย

ดังนั้น เมื่อภาวะเศรษฐกิจส่งผลต่อวัตถุดิบเข้าอย่างจัง ทำให้“ไข่” สินค้าติดตู้เย็นของคนทั่วไปกลายเป็นของหายาก ย่อมนำมาซึ่งการตั้งคำถามถึงราคาที่เป็นธรรมและต้นทุนในการบริโภคอาหารในฐานะปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพ ไอเดียชั้นดีที่ MSCHF และ The Ordinary หยิบมาต่อยอด

MSCHF คือ กลุ่มศิลปินในบรู๊คลินที่มีชื่อเสียงเรื่องการเสียดสีและท้าทายหลักคิดโดยเฉพาะเรื่องการบริโภคและกระแสสังคม ที่ผ่านมาแคมเปญการตลาดและผลงานศิลปะสมัยใหม่ของพวกเขามักกลายเป็นกระแสไวรัลอย่าง Big Red Boots รองเท้าบู๊ตสีแดงยักษ์ หรือ Blurred Money แบงค์ 20 ดอลลาร์ที่ถูกพิมพ์ลายให้เบลอๆ และวางจำหน่ายในราคา 20 ดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณค่าของเงิน

ขณะที่ The Ordinary เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ที่ท้าทายแนวคิดดั้งเดิมของอุตสาหกรรมความงาม ด้วยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณภาพสูงและผ่านการตรวจสอบระดับแพทย์ผิวหนังในราคาที่ย่อมเยา โดยแบรนด์มุ่งเน้นไปที่การใช้ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่มีบรรจุภัณฑ์หรูหราซับซ้อน แต่เน้นการทำแบรนด์ดิ้งที่สุดจะเรียบง่ายและการสื่อสารถึงคุณสมบัติอย่างตรงไปตรงมา

กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้แบรนด์สร้างฐานลูกค้าที่ภักดีและได้รับความนิยมทั่วโลก เช่นเดียวกับการขายไข่ในครั้งนี้ที่แบรนด์ได้ใช้แนวคิด “โปร่งใส ซื่อตรง และเข้าถึงได้” พร้อมกับจุดยืนเรื่องการเป็นสกินแคร์คุณภาพดีที่ราคาจับต้องได้ง่าย มาสร้างการรับรู้และกระแสให้กับตนเอง

“เข้าถึงสินค้าที่จำเป็นได้ในราคาที่สมเหตุสมผล”

การขายไข่ในช่วงเวลาที่สินค้าในตลาดขาดแคลน ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้า แต่ยังช่วยให้แบรนด์แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค ผ่านการเปิดประเด็นชวนสังคมมีบทสนทนาในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตและกระตุ้นให้ผู้บริโภคสะท้อนปัญหาเรื่องค่าครองชีพ ราคาสินค้าที่เป็นธรรม และผลกระทบในโลกธุรกิจที่มากกว่าวงการผลิตภัณฑ์ความงาม แสดงให้เห็นว่า The Ordinary ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์สกินแคร์ทั่วไปแต่เป็นแบรนด์ที่มีความเข้าใจโลก เข้าใจสังคม เข้าใจปัญหาที่แท้จริง

การขายไข่ในครั้งนี้อาจเป็นเพียงแคมเปญการตลาดระยะสั้น แต่สิ่งที่ The Ordinary ได้รับนั้น คือ การตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส ราคายุติธรรม และเป็นที่ต้องการของตลาด

โพสต์เกี่ยวกับไข่ของแบรนด์ยังได้รับการแชร์และพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย เพราะสร้างความแปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจ และกระตุ้นให้คนพูดถึงแบรนด์ โดยมีทั้งความประหลาดใจและความชื่นชมในไอเดียนี้ ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับ The Ordinary

อ้างอิงข้อมูลจาก The Cut , Mint , Vouge Business

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...