โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 07 มี.ค. 2568 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 02.55 น.

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัวในแดนลบ กดดันจากบรรยากาศการลงทุนที่ Risk-Off อีกครั้งจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของทรัมป์ซึ่งแม้จะมีการผ่อนคลายการเก็บภาษีสินค้าเพิ่มเติมบางรายการชั่วคราวของแคนาดาและเม็กซิโกภายใต้ USMCA แต่ตลาดไม่ได้ตอบรับเชิงบวกเหมือนวันก่อนหน้า โดยจับตาแนวรับ Low เดิมบริเวณ 1,273+- จุด หลังจากล่าสุดทางเทคนิคยังไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านเส้น EMA 10 วันได้สำเร็จ ภาพรวมกระแสเงินทุนยังไหลเข้าหาฝั่งยุโรปและเงินยูโรที่ปรับตัวได้แข็งแกร่งกว่าสินทรัพย์อื่นๆ ปัจจัยที่ต้องติดตามคืนนี้คือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.พ. (ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 1.6 แสนตำแหน่ง) ส่วนอัตราว่างงานคาดทรงตัวที่ 4%

ด้านปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ. (ตลาดคาด Headline +1.1% y-y Core +0.89% y-y) ภาพรวมตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน ขณะที่ EPS SET ปี 2025 ยังเห็นการทยอยปรับลงเล็กน้อย เรายังมองกลุ่ม Domestic และ Tourism-Related Play จะยังคงได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นในประเทศและปรับตัวได้ดีกว่า Global-Related Play คาดยังผวนตามปัจจัยต่างประเทศที่ยังไม่แน่นอน ระยะกลาง-ยาว เรายังมองการปรับฐานแรงของ SET Index ยังเป็นโอกาสในการการทยอยเข้าลงทุน จาก Valuation ที่ไม่แพง โดยปัจจุบันเทรด PER ราว 12.6 เท่าและ Earnings Yield Gap 5.7% ถูกสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด

กลยุทธ์ : ยังเน้น Selective Buy หุ้นที่มีแนวโน้ม 2025 แข็งแกร่งและ Valuation ต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดอย่างมีนัยยะ

หุ้นเด่นเดือน มี.ค. : BA, BTG, CPALL, MTC, PR9

FSSIA Portfolio : BA, BBL, BTG, CPALL, MTC, NSL, PR9, SEAFCO, SHR

หุ้นเด่นวันนี้ : SHR

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.80 บาท

• เราเชื่อว่ากำไรปกดิ 1Q25 มีแนวโน้มสูงที่จะทำ New High จากดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคาที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจโรงแรมยังแข็งแกร่งโดย RevPAR เดือน ม.ค. เติบโตแข็งแกร่งทั้งไทย (+25% y-y) มัลดีฟส์ (+2% y-y) และ Outrigger (+8% y-y)

• นอกจากนี้ยังมีมีประเด็นบวกทางการบันทึกบัญชี จากกรณี SO/Maldives ที่ SHR ลงทุน JV ไปทั้งหมด US$12 ล้าน และบันทึกส่วนแบ่งขาดทุนจน Equity เป็นศูนย์แล้ว จึงไม่ต้องมีการบันทึกขาดทุนอีกแล้ว ทำให้คาดตลาดต้องปรับกำไรเพิ่มราว 26-40% จากประมาณการปัจจุบันที่ยังใส่ส่วนแบ่งขาดทุนราว 100-150 ลบ.ในปี 2025 เป็นไม่ต้องบันทึกขาดทุน

• แนวรับ 2.10//2.04 บาท แนวต้าน 2.20//2.30 บาท

ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ตลาดผันผวนก่อนเข้าวันหยุด ตลาดหุ้นไทย ผลประชุม NPC ของจีน เป็นบวก แต่ขณะเดียวกัน ตลาดมักจะมีแรงซื้อช่วงสั้นๆ และตามมาด้วยแรงขาย เป้าที่ 1212 จุด ดูจะถอยห่างออกไปอีก หากดัชนีฯ ทำ low ที่ต่ำกว่า 1173 (4 มี.ค.68) จะพลิกตลาดให้มีแรงขายมาอีกครั้ง

• ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรป ปรับตัวลงในคืนที่ผ่านมา ประเมินว่าจะมาจากความกังวลในเรื่องทิศทางเศรษฐกิจ สงครามการค้ายังมีผลต่อตลาด และอยู่ในช่วงของการรายงานผลประกอบการ หุ้น Marvell Technology Inc. ร่วงลง 19% เนื่องจากคาดการณ์รายได้ต่ำกว่าที่คาด

• คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการ Fed กล่าวว่าเขาจะไม่สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม แต่เห็นว่ามีช่องทางที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 2-3 ครั้งในปีนี้ …. เราตีความว่า Fed อยากรอดูเงินเฟ้อก่อน และมีความกังวลในเรื่องทิศทางเศรษฐกิจในปีนี้ ซึ่งโทนข่าวออกมาในทางลบต่อตลาด

• ตลาดต่างประเทศ อาจไม่เป็นตัวช่วยที่ดีของตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ ค่าเงินดอลล่าร์ ดูจาก Dollar Index ลงมาที่ 103.9 จุด และ Bond Yield 10 ปี กระชากขึ้นไปที่ 4.39% เป็นสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

• จากการประชุม NPC : นโยบายการคลังจะมีความเชิงรุกมากขึ้น เพื่อปรับให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ และได้เผยว่าจีนจะเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญในด้านการลงทุน ไปให้ความสำคัญในด้านการบริโภคมากขึ้นแทน ซึ่งคาดจะมีการออก "แคมเปญพิเศษ" ในเร็วๆนี้ เพื่อนำมาใช้กระตุ้นการบริโภค และหันมาสนับสนุนด้านเทค ค่าโนโลยีมากขึ้น …. จากข่าวนี้ทำให้ CSI300 ปรับขึ้น+1.38% และ HSI พุ่ง +3.30% ด้าน Strategist ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักในทางบวกกับการประชุมครั้งนี้ หุ้นกลุ่มที่ได้อานินงค์ จะเป็นพวก on technology innovation และ consumption

• ธนาคารกลางยุโรปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 6 นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน และข้อมูลแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว

• เปิดเงื่อนไขกองทุน ThaiESG 2 ลงทุนหุ้นไทย 100% (ESG) สำหรับรองรับเงินกองทุน LTF เดิมที่จะครบอายุประมาณ 1.8 แสนล้านบาท ระยะเวลาถือครอง 5 ปี ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 5 แสนบาท โดยปีแรก 3 แสนบาท และ ปีต่อไป 2 แสนบาทที่เหลือ

• สัปดาห์หน้า มีหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย “XD” ทั้งหมด 138 ตัว อาทิ SCCC, COM7, BDMS และ REITs อีกหลายตัว ควรระวังแรงขายหุ้นทั้งก่อนและหลัง “XD” หากราคาปรับตัวลงเท่ากับเงินปันผลจ่าย จะมีผลต่อดัชนีฯ -3.0 จุด

• FTSE : ASEAN 40 INDEX Review นำ TRUE เข้า และนำ SCC ออกจากการคำนวณดัชนีฯ ใช้ราคาปิด 21 มี.ค.68

• Event วันนี้ : ตัวเลขเงินเฟ้อของไทย (คาด 1.1% yoy) ตัวเลข GDP (q4) ของอียู ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม และ การกล่าวปราศรัยสำคัญโดยประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์

Technical : BCH, KAMART

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,170 – 1,180 แนวต้าน 1,200 โดยดัชนีถูกกดดันจากความไม่แน่นอนนโยบายการค้าของสหรัฐ กอปรกับ Fund Flow ยังชะลอตัวหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของเยอรมันและญี่ปุ่นมีความผันผวนสูง แนะนำทยอยซื้อเมือดัชนีอ่อนในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น NSL,KCG,ICHI,MOSHI และเก็งกำไรหุ้นที่มีสัญญาณบวกทางเทคนิค เช่น SYNEX, BA

TFG* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.20 บาท) ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 67 มีรายได้รวม 6.5 หมื่นล้านบาท +17%YoY และมีกำไรสุทธิ 3.1 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 813 ล้านบาท ส่วนแนวโน้ม 1Q68 มีปัจจัยหนุนการเติบโต QoQ, YoY จากราคาสุกรในประเทศและเวียดนามที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย Supply ทั่วโลกลดลงจากโรค ASF ขณะที่สถานการณ์หมูเถื่อนในไทยคลี่คลายไปแล้ว ด้านต้นทุนอาหารสัตว์ลดลงตราราคากากถั่วเหลือง และข้าวโพดอาหารสัตว์ สำหรับปี 68 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15%YoY และเตรียมขยายสาขาร้าน "ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต" ให้มีจำนวนสาขา 600 แห่ง จากปีที่ผ่านมามีสาขาอยู่ที่ 401 แห่ง ช่วยเพิ่มมาร์จิ้นให้ธุรกิจ ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68 ที่ 3.8 พันล้านบาท +22%YoY

NSL* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 39.83บาท) กำไรสุทธิ 4Q67 อยู่ที่ 147 ลบ. +44%YoY +9%QoQหนุนด้วย High Season, ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯหนุนกำลังซื้อผู้บริโภค รวมถึงสินค้าใหม่ๆยังตาม trend เช่น ข้าวโพดอบชีสเบคอน,ช็อกโกแลตดูไบ(Bake a Wish) ส่วนปี68 คาดว่าจะมีปัจจัยบวกต่อเนื่องจากโรงงานใหม่ที่พึ่งเสร็จสิ้นใน 4Q67(NSL FOODS สาขา5)รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ ซึ่ง 1Q68 จะมีสินค้าใหม่ เช่น ช็อกโกแลตโมจิทาร์ต, โรตีข้าวโพดชีส เป็นต้น โดย NSL วางเป้ารายได้ปี68 โตราว +16-17%YoY ทั้งนี้ตลาดคาดว่าปี68 และ69 กำไรสุทธิของ NSL* จะอยู่ที่ระดับ 602 ลบ. (+11%YoY) และ 679 ลบ.(+13%YoY)

ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์

https://www.facebook.com/thunhoonnews

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...