โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

IMF หั่น GDP ไทยโตต่ำสุดในอาเซียน โบรกฯ ชี้ หากไตรมาส 2 "จีดีพี" ติดลบ ฉุดผลตอบแทน SET Index ดิ่ง 8%

Share2Trade

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 02.41 น. • Share2Trade

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า IMF เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุด ระบุถึงการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก เนื่องจากความเสี่ยงในด้านลบทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่ผู้กําหนดนโยบายต่างๆจําเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตกับเงินเฟ้อ และกระตุ้นการเติบโตในระยะกลาง ซึ่งจะช่วยลดความไม่สมดุลทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศได้โดยในรอบนี้ IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกปีนี้และปีหน้าลงเหลือ 2.8% และ 3.0% จากเดิมที่ 3.3% และ 3.3% ตามลําดับ

IMF หั่น GDP ไทยโตต่ำสุดในอาเซียน_S2T (เว็บ)_0.jpg

โดยในส่วนของประเทศมหาอํานาจถูกปรับลดคาดการณ์การเติบโตทั้งหมด โดยเฉพาะพี่ใหญ่อย่างสหรัฐฯที่ในรอบนี้ IMF ลดคาดการณ์ GDP growth ปีนี้และปีหน้าลงอย่างสําคัญเหลือ 1.8% และ 1.7% จากครั้งก่อนหน้าที่ 2.7% และ 2.1% ตามลําดับ ส่วนพี่ใหญ่ในเอเชียอย่างจีนถูกปรับลดในอัตราที่น้อยกว่า โดยมองการเติบโตปีนี้และปีหน้าที่ 4.0% และ 4.0% ลดลงจากเดิมที่ 4.6% และ 4.5% ตามลําดับ

สําหรับภูมิภาคเอเชียนั้น IMF ลดคาดการณ์ GDP growth สำหรับกลุ่มประเทศเกิดใหม่และประเทศกําลังพัฒนาในปีนี้และปีหน้าเหลือ 4.5% และ 4.6% จากเดิมที่ 5.1% และ 5.1% ตามลําดับ ส่วนในกลุ่ม ASEAN-5 ซึ่งประกอบไปด้วย ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ IMF ลดคาดการณ์เติบโตลงเหลือ 4.0% และ 3.9% จากเดิมที่ 4.6% และ 4.5% ตามลําดับ

อย่างไรก็ตาม หากลงลึกลงรายประเทศของกลุ่ม ASEAN พบว่าไทย ถูก IMF ปรับลดประมาณการลงมากสุดในรอบนี้ โดยมีการลดลงของคาดการณ์จากครั้งก่อนถึง 1.1% จากฐานเดิมที่อยู่ในระดับต่ำมากอยู่แล้วเพียง 2.9% โดยระดับ GDP growth ของไทยปีนี้ที่ IMF ประเมินเพียง 1.8% โดยถือว่าต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศเกิดใหม่เอเชียและหากไปเทียบกับประเทศกําลังพัฒนาอื่นๆในเอเชียด้วยกัน ไทยถือเป็นอันดับ 3 ที่ IMF ประเมินว่าจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ต่ำที่สุดอีกด้วย

ดังนั้น มีมุมมองเชิงลบต่อรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจที่ IMF เผยแพร่ออกมา ซึ่งเชื่อว่าหน่วยงานต่างๆในประเทศจะมีการทยอยปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยและประมาณการกําไรของบจ.อย่างต่อเนื่องในช่วงถัดไป รวมถึงธปท.ที จะมีการเผยแพร่ประมาณการครั้งใหม่ในวันที 30 เม.ย.นี้ ซึ่งหากการประชุมกนง.วันดังกล่าวไม่ได้ มีการลดดอกเบี้ยนโยบายตามที่ ตลาดคาดหวังไว้มี โอกาสเกิดความผิดหวังในส่วนของตลาดทุนไทยได้สูงในมุมมองของเรา

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่าวานนี้ IMF เผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยได้ปรับลดประมาณการ GDP GROWTH ลงมาในหลายประเทศทั่วโลก จากผลกระทบนโยบายปรับขึ้นภาษำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ โดยเฉลี่ยพุ่งขึ้นสู่ระดับ 22.8% (ก่อนขึ้นภาษีรอบใหม่อยู่ในระดับเฉลี่ยราว 2.3%)

โดยของทั่วโลกคาดเศรษฐกิจขยายตัว 2.8% ในปี 2568 (เดิมคาด 3.3%) และ 3.0% ในปี 2569 (เดิมคาด 3.3%),สหรัฐฯ คาดเศรษฐกิจขยายตัว1.8% ในปี 2568 (เดิมคาด 2.7%) และ1.7% ในปี 2569 (เดิมคาด 2.1%),จีน คาดเศรษฐกิจขยายตัว 4.0% ในปี 2568 (เดิมคาด 4.6%) และ4.0% ในปี 2569 (เดิมคาด 4.5%) และไทย คาดเศรษฐกิจขยายตัวเพียง 1.8% ในปี 2568 (เดิมคาด 2.9%) และ 1.6% ในปี 2569 ซึ่งถูกหั่นลงต่ำสุดในอาเซียน

ทั้งนี้ ประเมินกรณีผลตอบแทน SET ช่วงที่ GDP GROWTH ของไทยติดลบต่อกัน 2ไตรมาส (TECHNICAL RECESSION) หรือเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ที่เกิดขึ้น 4ครั้งล่าสุด พบว่าช่วงไตรมาสแรกที่ GDP ติดลบ จะกดดันผลตอบแทน SET INDEX เฉลี่ย -5%,ช่วงไตรมาส 2ที่ GDP ติดลบ จะกดดันผลตอบแทน SET INDEX เฉลี่ย -8% และช่วงที่เกิด TECHNICAL RECESSION หลังจากนั้น 1.5เดือน ผลตอบแทน SET INDEX จะปรับตัวสูงขึ้นราว +0.4%

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากร ก่อนที่จะครบกำหนดวันเรียกเก็บภาษีตอบโต้ในวันที่ 9 ก.ค. 2568 เชื่อว่าจะทำให้สงครามการค้ารุนแรงน้อยลง และผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจอาจเบากว่าตลาดการณ์ ซึ่งน่าจะเป็นแรงหนุนให้ตลาดหุ้นดีดตัวได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...