โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปดราม่า #บิววราภรณ์ ปมสุนัขเสียชีวิต

INN News

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 07.19 น. • INN News

ตกเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกโซเชียล สำหรับกรณี บิว วราภรณ์ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ถูกพูดถึงหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่สุนัขของเธอหลุดออกจากบ้าน และเข้าไปมีปัญหากับสุนัขของเพื่อนบ้าน จนเป็นเหตุให้สุนัขฝั่งตรงข้ามเสียชีวิต

ซึ่งพอหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทาง คุณธนิน สามีของคุณบิว ได้ติดต่อไปยังเจ้าของสุนัขที่เสียชีวิตเพื่อกล่าวคำขอโทษ พร้อมหารือทำข้อตกลงร่วมกันในการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ส่วนทางฝ่ายของคุณ บิว วราภรณ์ เองก็ยินดีเยียวยาและรับผิดชอบ อีกทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงกันว่าจะไม่กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวอีก เนื่องจากต่างฝ่ายต่างเสียใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมาทางด้าน ครอบครัว และคุณบิวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้เดินทางไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่สุนัขที่เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดูเหมือนจะยังไม่จบ เมื่อมีการแจ้งในไลน์กลุ่มหมู่บ้านว่า มีสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนหลุดออกมา 2 ตัว ซึ่งเจ้าของสุนัขที่เคยสูญเสียได้เข้าไปตอบกลับว่า ตนเคยเตือนคู่กรณีแล้วให้ดูแลสุนัขให้ดี แต่ก็ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดซ้ำไวขนาดนี้

ต่อมาทางด้านของคุณบิว วราภรณ์ ได้เข้าไปอ่านข้อความ ปรากฎว่าสุนัขที่คนในหมู่บ้านพูดถึง ไม่ใช่สุนัขของเจ้าตัว แต่เป็นสุนัขของบ้านอื่นที่เลี้ยงไซบีเรียนเหมือนกัน จึงให้ทางด้านสามี คือคุณธนิน โทรไปอธิบายกับทางเจ้าของสุนัขที่เสียชีวิต ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด

กระทั่ง วันที่ 5 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ช่อง YouTube "BB Memory" ซึ่งเป็นช่องของคุณบาส พี่ชายของคุณบิว ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่พูดถึงการสูญเสียแมวของตนจากเหตุถูกสุนัขจรจัดทำร้าย โดยมีเจ้าของสุนัขที่เสียชีวิตเข้ามาคอมเมนต์ใต้คลิปดังกล่าวว่า

“เข้าใจความรู้สึกมากๆ เลยค่ะ เพราะเมื่อสองอาทิตย์ก่อนหมาไซบีเรียนของคุณบิวน้องสาวคุณก็รุมกัดหมาของเราตายเหมือนกัน ตั้งแต่เกิดเรื่องมายังไม่ได้รับคำขอโทษจากคุณบิวเลยค่ะ ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ”

ซึ่งในโพสต์เดียวกันยังมีคอมเมนต์จากบุคคลที่สามเสริมว่า “แย่มาก ๆ น้องไม่ควรมาโดนแบบนี้ ถ้าเป็นหมาแจ้ตาย ป่านนี้คงเป็นข่าวดังไปแล้ว”

หลังข้อความเหล่านี้ถูกเผยแพร่ จึงทำให้บิว วราภรณ์รีบติดต่อกลับไปยังเจ้าของสุนัขที่เสียชีวิตอีกครั้ง โดยได้รับคำตอบว่า ทางเจ้าของต้องการให้บิวออกมาขอโทษผ่านโซเชียลมีเดีย เนื่องจากฝั่งของบิวใช้ชีวิตและทำคอนเทนต์ได้ตามปกติ ในขณะที่ครอบครัวของเขายังต้องอยู่กับความโศกเศร้า และสูญเสีย

จากนั้นบิว วราภรณ์จึงออกมาไลฟ์สดผ่าน TikTok ส่วนตัวเพื่อชี้แจงรายละเอียดของเหตุการณ์ ขณะที่เจ้าของสุนัขอีกฝ่ายก็ได้ไลฟ์สดเช่นกัน เพื่อเล่าเรื่องจากมุมของตน ทว่ากลับมีชาวเน็ตจำนวนมากตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนของหลักฐาน ทั้งในเรื่องของพันธุ์สุนัข และการระบุว่าเป็นสุนัขของคุณบิวโดยตรง พร้อมตั้งคำถามถึงเหตุผลที่ต้องเรียกร้องคำขอโทษในที่สาธารณะ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ทางเจ้าของสุนัขที่เสียชีวิตจึงได้โพสต์ชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง พร้อมอธิบายความรู้สึกและเหตุผลต่าง ๆ ที่ทำให้เรื่องราวต้องกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

  • เรื่องราวทั้งหมด

  • วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม น้องหมาปอมอายุ 14 ปีของเราหลุดออกออกบ้านด้วยความสะเพร่าของเราเอง และไปโดนกัดตายบริเวณส่วนกลางหน้าบ้าน ตอนเวลา 15.55 น. (ตามคลิปด้านล่าง) ทางเราพยายามตามหาเจ้าของหมาที่มากัดปอมเราตาย โดยถามจากรอบ ๆ บ้านและได้คลิปจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านมา

  • พบว่าเป็นหมาไซบีเรียน 2 ตัวของคู่กรณีเราจึงทำการโทรฯติดต่อคู่กรณีครั้งแรกในเวลา 18.22 น.

  • คู่กรณีไม่อยู่บ้านแจ้งว่าจะเข้ามาคุยวันอาทิตย์ หลังจากนั้นเราได้ไปทำการจัดการศพน้องปอม

  • หลังจากที่คุยปรึกษากับทางบ้านแล้ว วันอาทิตย์ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครว่าง จึงอยากให้มาพบและพูดคุยกันในวันเกิดเหตุเลย จึงได้โทรฯไปนัดหมายคู่กรณีให้มาพบกัน ณ จุดเกิดเหตุเวลา 20.00 น.

  • เวลา 20.00 น. ทางครอบครัวเรา 5 คนรวมทั้งคุณแม่ของเรา (เจ้าของปอม) รออยู่ที่จุดเกิดเหตุและมีการโทรฯตามคู่กรณีถึง 3 รอบโดยคู่กรณีออกมาเวลาประมาณ 20.45 น. (ซึ่งคุณแม่และพี่สาวเราไม่อยากรอแล้วจึงขอเข้าบ้านไปก่อน)

  • ได้พบคู่กรณีและคุณแม่ของภรรยาคู่กรณี มีการพูดคุย และได้ทำการขอโทษจากทั้งสองฝ่าย และต่างฝ่ายยอมรับว่าหมาหลุดออกมาทั้งคู่ แต่โชคร้ายที่ฝั่งเราเป็นฝ่ายสูญเสียหมาปอมไป และเราได้กำชับถึงมาตรการของคู่กรณีหลังจากนี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะหมาคู่กรณีตัวใหญ่ หลุดมาหลายรอบและไม่อยากให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก โดยทางเรายืนยัน ณ ตรงนั้นว่าไม่ได้อยากรับเงินชดเชยในส่วนใดๆ ก็ตาม

  • ทางเราได้แจ้งว่าอยากจะจบจากเหตุการณ์ในวันนี้แต่เพียงเท่านี้ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ทางเรายังทำใจไม่ได้ ทางคู่กรณีเลยแจ้งว่าหากมีคำแนะนำด้านใดหรืออยากให้ดูแลด้านใดให้ติดต่อกลับได้ทันที และทุกคนแยกย้ายกัน ณ จุดเกิดเหตุในเวลาประมาน 22.00 น.

  • ในวันต่อมา (อาทิตย์ที่ 16 มีนาคม) มีหมาไซบีเรียนหลุดมาในกลุ่มหมู่บ้านอีกครั้ง ทางเรากลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย จึงพิมพ์ลงไปในกลุ่ม (ตามภาพที่แนบมา)

  • ทางคู่กรณี โทรฯมาแจ้งว่า ไม่ใช่หมาของตน ทางเรารับทราบ และไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ต่อ

  • หลังจากเวลาผ่านไป 5-6 วันในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม ทางเราได้คุยกับคุณแม่และถามคุณแม่ว่าพร้อมจะเจอเจ้าของหมารึยัง คุณแม่แจ้งว่าพร้อมแล้ว

  • ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม เราจึงได้พยายามโทรฯนัดหมายกับคู่กรณี ครั้งแรกเวลา 16.34 น. และครั้งที่สองเวลา 19.44 น. แต่ทางคู่กรณีไม่รับสายและไม่ติดต่อกลับอีกเลยตั้งแต่วันนั้น

  • เหตุผลที่เข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์คุณบาส

  • “ทางพวกเราทุกคนขอโทษจากใจจริง ที่เข้าไปใช้พื้นที่โซเชียลของคุณบาสสื่อสารไปยังคู่กรณี”

  • แต่เนื่องจากวันที่ 6 เมษายน พบว่าพี่ชายของคู่กรณีเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน จึงเข้าไปคอมเมนต์เพื่อแสดงความเสียใจและใช้พื้นที่นั้นสื่อสารไปถึงคู่กรณี เพื่อหวังให้คู่กรณีติดต่อกลับมา (ตามคอมเมนต์ในโพสต์)

  • การติดต่อกลับมาของคู่กรณี

  • หลังจากที่เราคอมเมนต์ในโพสต์ของคุณบาสไป เราได้รับการติดต่อกลับมาจากคู่กรณีในวันที่ 7 เมษายน เวลา 11.26 น. (พูดคุยกันประมาณ 25 นาที) เราได้ถามถึงเหตุผลที่ไม่ติดต่อกลับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ซึ่งทางคู่กรณีแจ้งว่าผิดพลาดเองติดธุระ (แต่ทำไมไม่โทรฯกลับมา? ทั้ง ๆ ที่มีเบอร์เรา)

  • ได้ข้อสรุปว่า ทางคู่กรณีเข้าใจผิด คิดว่าเราไม่อยากพูดคุยถึงเรื่องนี้อีกแล้ว (ถ้าเราไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว วันที่ 20 มีนาคม เราจะพยายามติดต่อคุณไปทำไม? เราจะรอให้คุณติดต่อกลับมาทำไม?)

  • สรุปการพูดคุยในวันที่ 7 เมษายนคือ ทางเราแจ้งว่า “ให้ทางคู่กรณีกลับไปพูดคุยกันแล้วให้ติดต่อกลับมาอีกครั้ง”

  • ในวันที่ 8 เมษายน (วันนี้) เวลาประมาณ 11.00 น. ทางคู่กรณีทั้งสองไลฟ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกเราฟังพบว่ามีความคลาดเคลื่อนในหลาย ๆ ประเด็นในข้อเท็จจริง

  • สิ่งที่เราต้องการ

  • ในตอนแรก เราแค่ต้องการนัดหมายและต้องการคำขอโทษด้วยความจริงใจโดยตรงกับคุณแม่ของเรา ซึ่งเป็นเจ้าของหมาปอมตัวจริง แต่ไม่มีการตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น และในตอนนี้ไม่ต้องการคำขอโทษนั้นอีกต่อไปแล้วครับ เรายืนยันว่าไม่ได้อยากทะเลาะกับใครใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่มีการต่อว่าคู่กรณีแต่อย่างใด สุดท้ายขออนุญาตพูดในมุมของคนที่โกรธ และสูญเสียหมาที่เลี้ยงเหมือนลูกมาตลอด 14 ปี ตอนนี้พวกเราโดนกระแสโซเชียลถล่มเยอะมาก และทำให้สภาพจิตใจของพวกเราย่ำแย่ไม่แพ้กัน จึงจบประเด็นทั้งหมดตรงนี้เท่านี้นะครับ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะครับ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...