โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาไอโฟนจะพุ่งสูง 3 เท่า ขายเครื่องละกว่า 122,000 บาทจากปัจจุบัน ถ้าย้ายมาผลิตในสหรัฐ

BTimes

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 20.01 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 12.30 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายแดน อีฟส์ หัวหน้าสายงานวิจัยเทคโนโลยีโลก บริษัทหลักทรัพย์ เวดบูช เปิดเผยว่า ถ้าหากสหรัฐอเมริกาต้องผลิตไอโฟน จะมีราคาตกเครื่องละ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 122,500 บาท นั่นเป็นเพราะสงครามภาษีนำเข้าที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีผลบังคับใช้กับทั่วโลกแล้วในวันนี้ 9 เมษายน ซึ่งจะทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศอเมริกามีราคาพุ่งสูงขึ้น ในอีกด้านหนึ่งที่มองว่า จำนวนชาวอเมริกันจะมีงานทำมากขึ้นในประเทศ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมจะมีการกลับมาจากงานคนอเมริกันมากขึ้นโดยจะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าเรื่องสมมุติ

ไอโฟนที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีราคาสูงขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับราคาที่ขายในปัจจุบันที่อยู่ในที่อยู่ในราคาเครื่องละ 1000 ดอลลาร์สหรัฐกว่า 35,000 บาท เนื่องจากจะต้องมีการลงทุนด้วยมูลค่าจำนวนมากมากมายเพื่อที่จะสร้างระบบนิเวศและเครือข่ายห่วงโซ่การผลิตที่มีความซับซ้อนในสหรัฐอเมริกาเหมือนอย่างที่ในขณะนี้ที่แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น ได้มีการวางเครือข่ายและการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตไอโฟนในเอเชียมาเป็นเวลานาน

และถึงแม้จะตัดสินใจลงทุนเป็นจำนวนเงินมากมายเพื่อสร้างเครือข่ายระบบนิเวศในการผลิต iPhone ในสหรัฐอเมริกาก็ตาม แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น จะต้องมีต้นทุนอย่างน้อย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.05 ล้านล้านบาท และต้องใช้เวลาสามปี เพียงเพื่อจะโยกย้าย ห่วงโซ่การผลิตในสัดส่วนเพียง 10% ออกจากเอเชียกลับมายังสหรัฐอเมริกา

เป็นที่รู้กันดีว่า บริษัทสัญชาติอเมริกันจะลงทุนเฉพาะในเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ และการออกแบบสินค้า ซึ่งนับเป็นแหล่งผลกำไรและความสามารถในการทำกำไรที่มีสูงมาก ในขณะที่การผลิตในส่วนของฮาร์ดแวร์จะเกิดขึ้นในทวีปเอเชีย ในปัจจุบัน 90% ของไอโฟน ล้วนผลิตอยู่ในประเทศจีน ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้บริษัท แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าและมีขนาดใหญ่โตเป็นอันดับต้นของโลกในปัจจุบัน

บริษัทหลักทรัพย์โรเซนแบลทท์ ซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์กสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ราคา iPhone อาจจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง 43% จากราคาเฉลี่ยที่ขายในปัจจุบัน สำนักวิจัยเคาเตอร์พ้อยท์ รีเสิร์ช เปิดเผยว่า ราคา iPhone จะเพิ่มสูงขึ้นราว 30% หรือมากกว่านั้นเป็นต้นไป แต่ราคาที่เพิ่มเพิ่มสูงขึ้นนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้สถานที่ใดทำการผลิต

สำหรับราคาหุ้นของบริษัทแอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น ปรากฏว่านับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีราคาหุ้นลดลงมากถึง 25% จากความกังวลของนักลงทุนที่บอกว่านโยบายการค้าระหว่างประเทศและมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังระดับโลก เจ้าของแบรนด์ไอโฟน ไอแพด ไอพอด คอมพิวเตอร์แม็ค จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าเตรียมเงินลงทุนมากถึง 500,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 17 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนร่วมกับบริษัท และห่วงโซ่การผลิตของบริษัทแอปเปิลของสหรัฐอเมริกาในช่วงระยะเวลาอีก 4 ข้างหน้าจะนี้ไป หรือเฉลี่ยคิดเป็นเงินลงทุนปีละ 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่าปีละกว่า 4.25 ล้านล้านบาท

เงินลงทุนจำนวนมากมายมหาศาลนี้มีเป้าหมายในการลงทุนเพื่อก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่โตอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะเกิดขึ้นที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งระบบเก็บจัดการบริหารข้อมูลระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเซิร์ฟเวอร์เอไอ นอกจากนี้จะทุ่มเงินลงทุนในการสร้างตำแหน่งงานด้านวิจัยและการพัฒนาจำนวนมากกว่า 20,000 คนในอีก 4 ปีหน้าในสหรัฐอเมริกา

ที่น่าสนใจและสำคัญที่สุด คือการเตรียมงบประมาณมากถึงกว่า 17 ล้านล้านบาทในครั้งนี้ จะใช้จ่ายกับบริษัทสัญชาติอเมริกันเป็นหลัก เช่น ใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์ วัตถุดิบ ชิ้นส่วนจากบริษัทซัพพลายเออร์สัญชาติอเมริกัน เพื่อใช้ในการจัดซื้อและลงทุนในธุรกิจภาพยนตร์ถ่ายทำรายการโชว์ที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจโทรทัศน์ และธุรกิจภาพยนตร์ระบบสตรีมมิ่งวิดีโอในบริการแอปเปิลทีวี พลัส เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...