โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ประเทศไทย ใช้ได้กี่โมง ? ต้องถามถึงทุกครั้งเมื่อภัยมา

Thairath Money

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 12.17 น.
ภาพไฮไลต์

ระบบเตือนภัย ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่ประชาชนถามถึงกันครั้งแล้วครั้งแล่าในยามมี “ภัยพิบัติ” ล่าสุดประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน เกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ รุนแรงจนนำไปสู่โศกนาฏกรรมตึกถล่ม มีผู้คนได้รับบาดเจ็บ สูญหาย และล้มตายจำนวนหลายร้อย รวมถึงอาคารต่างๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนทั่วไป เนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำไมไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าจากภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัวล่วงหน้า และลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด โดยเหตุการณ์ประชาชนต้องติดตามข่าวสารและประเมินสถานการณ์ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์

ระบบเตือนภัยในปัจจุบันของไทย มีอะไรบ้าง ?

ปัจจุบันประเทศไทยมีโครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน

ระบบ SMS: เริ่มใช้งานแล้ว เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมอุตุนิยมวิทยา

แอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT: พัฒนาโดย ปภ. สามารถแจ้งเตือนภัยพิบัติทุกประเภท รวมถึงให้ข้อมูลสถานการณ์ภัย สภาพอากาศ และคาดการณ์ฝน

Cell Broadcast Service (CBS): ระบบที่สามารถส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้พร้อมกันทันที ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา

ทำไมระบบถึงทำงานไม่ได้ เมื่อภัยมา ?

จากการรวบรวมข้อมูล พบสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่มีการแจ้งเตือนภัยในวงกว้างในช่วงเวลาดังกล่าว

ระบบ CBS ยังไม่พร้อมใช้งาน: ระบบ CBS หรือ Cell Broadcast Service ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา กำหนดแล้วเสร็จประมาณไตรมาสที่ 2 ของปี 2568

ส่วนระบบที่มีอยู่ล้มเหลว: มีรายงานว่าแอปพลิเคชันของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเว็บไซต์ของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นทางการได้

อย่างไรก็ตาม แม้ภัยแผ่นดินไหวจะเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ แต่การส่งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับขนาดและจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวในทันทีที่เกิดเหตุยังคงมีความล่าช้า และไม่ได้มีการประเมินการณ์ความเสี่ยงให้กับประชาชนล่วงหน้า

แม้ว่า หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว รัฐบาลได้มีการตอบสนองอย่างเร่งด่วน โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ดำเนินการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast และประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ฉุกเฉิน รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการภัยพิบัติในกรุงเทพฯ และสั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัย พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้น

ความเคลื่อนไหวล่าสุด: ดีอี-ดีป้า อัปเกรด HelpT รับมือแผ่นดินไหว

ล่าสุดในวันที่ 28 มีนาคม 2568 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ได้ประกาศอัปเกรดแอปพลิเคชัน "HelpT น้ำท่วม ช่วยด้วย!" เพิ่มฟีเจอร์แจ้งเตือนและขอความช่วยเหลือกรณีแผ่นดินไหว การปรับปรุงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนสามารถรับข้อมูลและติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยหน่วยงานดูแลเมืองที่สนใจสามารถขอสิทธิ์เข้าใช้ระบบได้ฟรี เพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ ผ่านช่องทาง LINE OA: @HelpT หรือติดต่อดีป้าโดยตรง

การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการปรับปรุงช่องทางการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยให้ครอบคลุมสถานการณ์ฉุกเฉินที่หลากหลายมากขึ้น แม้จะเป็นการตอบสนองหลังเกิดเหตุ แต่ก็เป็นการเร่งยกระดับระบบเตือนภัยที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ระบบ Cell Broadcast Service ไปถึงไหนแล้ว ?

ระบบ CBS ถือเป็นความหวังสำคัญในการยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศไทย โดยได้รับงบประมาณมากกว่าพันล้าน ส่วนหนึ่งมาจากกองทุน USO ของสำนักงาน กสทช. และล่าสุดข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ ระบุว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออย่าง AIS และ True Corp ได้ทำการทดสอบระบบ CBS ในห้องปฏิบัติการสำเร็จแล้ว และ True Corp ยังได้ดำเนินการทดสอบระบบ CBS กับผู้ใช้งานจริงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย มีแผนที่จะทำการทดสอบระบบ CBS ทั่วประเทศในไตรมาสแรกของปี 2568 รวมถึงมีความสามารถส่งข้อความเป็นได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย

บทเรียนจากนานาชาติ

หลายประเทศทั่วโลกมีระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไทยสามารถเรียนรู้และนำแนวทางมาปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ญี่ปุ่น: มีระบบ "J-Alert" ที่แจ้งเตือนภัยได้ทั่วประเทศ ครอบคลุมภัยพิบัติหลากหลายประเภท
  • สหรัฐอเมริกา: มีระบบ "Alert System (EAS)" และ "Wireless Emergency Alerts (WEAs)"
  • สหราชอาณาจักร: มีระบบ "Emergency Alerts" พร้อมคำแนะนำในการปฏิบัติตัว

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาถือเป็นบททดสอบสำคัญที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการมีระบบแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ ประชาชนคาดหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งรัดการพัฒนาระบบและมีมาตรการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

กสทช.กำชับทุกค่ายมือถือดูแลระบบสื่อสาร

ภายหลังเหตุแผ่นดินไหวบ่ายวันที่ 28 มีนาคม ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการรักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการภายโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้รับรายงานจากผู้ประกอบการโทรคมนาคมทุกรายว่าไม่มีสถานีฐานได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีผู้ใช้งานในการติดต่อสื่อสารและติดตามข่าวสารจำนวนมาก จึงทำให้เกิดการติดต่อสื่อสารติดขัดในบางช่วง

โดยสำนักงาน กสทช. ได้กำชับผู้ประกอบการโทรคมทุกรายจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ในการดูแลสถานีฐานและขยายสัญญาณให้พร้อมใช้งานได้ปกติ รวมทั้งเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์กับสำนักงาน กสทช. อย่างต่อเนื่อง และยังได้ประสานสถานีโทรทัศน์ทุกช่องเตรียมรับสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในการรับสัญญาณถ่ายทอดสด หากมีการรายงานสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ศูนย์สายลม ติดตามข้อมูลรายงานสถานการณ์ต่างๆ เตรียมพร้อมทุกขณะในการรับมือกับสถานการณ์ พร้อมประสานงานกรณีเกิดเหตุ และขอให้เครือข่ายนักวิทยุสมัครเล่นทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ให้สามารถประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา เพื่อพร้อมสนับสนุนใช้เป็นโครงข่ายสื่อสารสำรองให้กับหน่วยงานภาครัฐกรณีที่โครงข่ายสื่อสารหลักล่ม

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...