โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เทียบฟอร์มหุ้นการบิน BA กำไรพุ่งบุ๊กรายได้พิเศษ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ต.ค. 2566 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2566 เวลา 13.03 น.

หลังโควิดผ่านพ้นไป ธุรกิจท่องเที่ยวและการเดินทางสัญจรของผู้คนกลับสู่ปกติมากขึ้น ทำให้สายการบินที่เคยได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ในช่วงแพร่ระบาดของโควิดกลับมาคึกคัก ธุรกิจฟื้นตัวดีขึ้น

โดยเฉพาะสายการบินของเอกชนที่ช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้แย่หนักจนถึงกับต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ อย่าง สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) กับ สายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) ซึ่ง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ลองเทียบศักยภาพ 2 สายการบินนี้ในแง่การทำกำไร ว่าจะแตกต่างกันอย่างไร

Q3 ภาพรวมกำไรดรอป QOQ

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีฯ ชี้ว่า ในช่วงไตรมาส 3 หากเป็นช่วงปกติก่อนมีโควิด การให้บริการธุรกิจสายการบินจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 จะเป็นช่วงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน

โดยภาพรวมผู้โดยสารเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.81% จากไตรมาส 2/66 ขยับมาอยู่ที่ 25.6 ล้านคน จาก 24.9 ล้านคน โดยเส้นทางบินระหว่างประเทศค่อย ๆ ฟื้นตัวตามปริมาณนักท่องเที่ยวที่ทยอยเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อดูผลการดำเนินงานของหุ้น บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ให้บริการสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งทั้งสองสายการบินจะให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศมากกว่า 60-70%

อย่างไรก็ดี ภาพรวมในไตรมาส 3 ปีนี้ จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศ คาดว่าจะอยู่ที่ 10.4 ล้านคน ลดลง 5.45% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า (QOQ)

BA เส้นทาง “สมุย” ประคอง

“กำไรปกติ BA และ AAV จะเป็นภาพที่ซอฟต์ลง แต่กำไรปกติ BA จะดีกว่า AAV เพราะประมาณ 50% เป็นเส้นทางเกาะสมุย ซึ่งก็เป็นช่วงไฮซีซั่น ฉะนั้นผลกระทบจากโลว์ซีซั่นของภาพรวม อาจจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า AAV อย่างไรก็ดี ทั้งสองสายการบินยังได้รับแรงหนุนจากราคาตั๋วโดยสารเฉลี่ย ที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงพรีโควิด เพราะยังมี pent up demand ค่อนข้างมาก ขณะที่การให้บริการของสายการบินในภาพรวมยังไม่กลับมาสู่ภาวะปกติ”

บางกอกแอร์ บุ๊กรายการพิเศษ

โดย บล.กรุงศรีฯ ประเมินกำไรสุทธิ BA งวดไตรมาส 3 ปีนี้ จะเห็นการฟื้นตัวโดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม คาดว่าจะอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ฟื้นจากขาดทุนสุทธิ 393 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้น 532%) เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และเพิ่มขึ้น 150% QOQ

เนื่องจาก BA จะมีรายการพิเศษจากการขายหุ้น บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) จำนวน 207 ล้านหุ้น มีกำไรจากการขายหุ้นราว 5,000 ล้านบาท แต่จะรับรู้ผ่านกำไรสะสมในส่วนของผู้ถือหุ้น แต่เนื่องด้วยเวลาขายหุ้นแล้ว มีกำไรจะต้องเสียภาษี 20% ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินก้อนนี้ราว 1,000 ล้านบาท

“จากผลประกอบการที่ขาดทุนช่วงโควิด BA จะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนค้างอยู่ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นจะไม่ต้องเสียภาษี 1,000 ล้านบาท และสามารถนำรายการดังกล่าวพลิกเป็นรายได้ภาษีบวกกลับเข้ามาในงบกำไร-ขาดทุนได้”

ตาราง BA-AAV เทียบฟอร์ม

AAV “บาทอ่อน” ขาดทุนพุ่ง

ส่วนกำไรสุทธิ AAV ในไตรมาส 3 จะซอฟต์ลงตามฤดูกาล และโชคไม่ดี ได้รับผลกระทบจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ประมาณ 1,000 ล้านบาท จึงคาดไตรมาส 3 ปีนี้ จะเห็นผลขาดทุนสุทธิค่อนข้างหนักกว่า 1,000 ล้านบาท แต่จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 30-50 ล้านบาท

Q4 ลุ้นฟรีวีซ่าดันนักท่องเที่ยวจีน

สำหรับไตรมาส 4/66 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นการเดินทางท่องเที่ยว บล.กรุงศรีฯ เชื่อว่ากำไรปกติทั้งสองสายการบินน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากไตรมาส 3 แต่ทั้งนี้อาจต้องจับตาดูเรื่องนักท่องเที่ยวจีน ที่ช่วงก่อนโควิดมีสัดส่วน 30% ของนักท่องเที่ยวรวม แต่จากเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน จะกดดันปริมาณการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน

ซึ่งหากไปเทียบเหตุระเบิดราชประสงค์ หรือเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต จะดึงตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนต่ำลงจากปกติประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งต้องลุ้นจากที่ภาครัฐให้สิทธิประโยชน์วีซ่าฟรี ว่าจะช่วยได้เร็วแค่ไหน

“ภาพผลประกอบการทั้งปีของ BA และ AAV เชื่อว่ากำไรปกติจะฟื้นจากขาดทุนเป็นกำไร ได้รับปัจจัยบวก 1.การฟื้นตัวของปริมาณการเดินทางเริ่มกลับสู่ภาวะปกติหลังโควิดคลี่คลาย 2.ราคาตั๋วโดยสารที่อยู่ในระดับสูงกว่าพรีโควิด หุ้นทั้งสองตัวยังแนะนำ “ซื้อ” เมื่ออ่อนตัว ราคาเป้าหมาย BA ปีหน้าอยู่ที่ 20.50 บาท AAV ที่ 3.64 บาท”

บล.กรุงศรีฯยังชี้ว่า ประเด็นบวกช่วงนี้อาจจะไม่คึกคักเท่ากับช่วงครึ่งปีแรก หรือปีก่อนหน้า เพราะครึ่งปีหลังและปีหน้าอาจจะโดนกดดันจากเรื่องราคาน้ำมันที่สูง และกลับมาจ่ายภาษีน้ำมันเครื่องบินที่อัตราปกติ จึงอาจกดดันต้นทุนได้ รวมถึงภาพการแข่งขันที่อาจกลับมารุนแรงมากขึ้น

Q3 จุดต่ำสุดธุรกิจการบิน

ด้าน นางสาวศิริลักษณ์ พินทุสุนทร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บล.บียอนด์ กล่าวว่า ไตรมาส 3 คาดว่าหุ้นสายการบิน ผลประกอบการอาจจะไม่ดีเท่าไตรมาส 2 ส่วนหนึ่งถูกกดดันจากโลว์ซีซั่น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น จึงมองว่ากำไรจะดรอป QOQ

“ไตรมาส 3 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว เชื่อว่าไตรมาส 4/66 กำไรจะฟื้นตัวตามจำนวนนักท่องเที่ยวและตามช่วงไฮซีซั่น และผลนโยบายมาตรการวีซ่าฟรี”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...