โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

รถไฟฟ้าสายสีชมพูดันราคาที่ดิน ปลุกอสังหากระหึ่มแสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 พ.ย. 2566 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2566 เวลา 00.18 น.
ภาพ : ศูนย์ภาพเครือมติชน

ทดลองนั่งรถไฟฟ้าสีชมพู ปลุกอสังหาฯคึกคัก AREA เผยราคาที่ดิน 4 โซน “ติวานนท์-เมืองทอง-รามอินทรา กม.3-แยกหทัยราษฎร์” ราคาเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.1-13.5% อัพเดตปี’66 โซนเมืองทองครองแชมป์แพงสุดวาละ 3.7 แสน ไนท์แฟรงก์เผยคอนโดฯสะสมเฉียด 3.5 หมื่นหน่วย มูลค่าทะลุแสนล้านบาท

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สิ้นสุดการรอคอยสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทางมีนบุรี-แคราย ระยะทางรวม 34.5 กิโลเมตร จำนวน 30 สถานี โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ร่วมทดสอบการเดินรถเสมือนจริง เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 และตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนเป็นต้นไป เปิดให้ประชาชนทดลองนั่งเวลา 06.00-20.00 น. จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง สร้างความคึกคักให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้า

เศรษฐา เปิดรถไฟฟ้าสายสีชมพู

โดยเฉพาะสินค้าคอนโดมิเนียมที่มีซัพพลายสะสมเกือบ 35,000 หน่วย หากคำนวณราคาเฉลี่ยหน่วยละ 3 ล้านบาท เท่ากับการพัฒนาเฉพาะคอนโดฯ มีมูลค่าสะสมไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปิดทดลองเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีนบุรี-แครายเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 สร้างความคึกคักให้กับการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าอย่างเห็นได้ชัดเจน

โดย AREA สำรวจราคาที่ดิน 4 โซนหลักระหว่างปี 2563-2566 พบว่า มีอัตราเปลี่ยนแปลงต่อปี 6.1-13.5% (ดูกราฟิกประกอบ) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ราคาที่ดิน

ที่ดิน 4 โซนโตทุกปีเฉลี่ย 6-13%

1.ราคาที่ดินโซนติวานนท์ เปลี่ยนแปลงจาก 130,000 บาท เพิ่มเป็น 190,000 บาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13.5% ต่อปี เพราะรับอานิสงส์จากการมีจุดตัดรถไฟฟ้าสายสีม่วง-สายสีชมพู ถือเป็นบริเวณที่ราคาที่ดินสูงที่สุดบริเวณหนึ่งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

2.โซนถนนแจ้งวัฒนะเยื้องกับทางเข้าเมืองทองธานี จากตารางวาละ 310,000 บาท เพิ่มเป็น 370,000 บาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.1% อย่างไรก็ตาม ในปี 2565-2566 ราคาเพิ่มขึ้น 5.7% เท่านั้น คาดว่าเป็นเพราะมีการพัฒนาจำนวนมากในอดีตที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู

3.โซนถนนรามอินทรา กม.3 ราคาตลาดจากตารางวาละ 200,000 บาท เพิ่มเป็น 260,000 บาท เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9.1% ต่อปี ถึงแม้ในปี 2565-2566 เพิ่มขึ้น 8.3% ต่อปี แต่ก็นับว่ายังสูงอยู่มาก ซึ่งถนนรามอินทราอาจมีการพัฒนาที่จำกัด ยกเว้นเข้าไปในซอย

4.โซนถนนรามอินทรา ใกล้แยกหทัยราษฎร์ จากตารางวาละ 41,000 บาท เพิ่มเป็น 49,000 บาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.1% ถือว่าสูงกว่าที่ดินในพื้นที่อื่นที่ไม่มีรถไฟฟ้าผ่าน

ติวานนท์เชื่อมสีม่วง-คอนโดฯแข่งดุ

นอกจากนี้ มีผลสำรวจโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู 4 บริเวณดังกล่าว ดังนี้

1.“ทำเลถนนติวานนท์” จุดเริ่มต้นรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีหน่วยรอขายรวม 5,321 หน่วย แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวราคา 10-20 ล้านบาท จำนวน 125 หน่วย ทาวน์เฮาส์ 2-10 ล้านบาท 181 หน่วย ขณะที่คอนโดฯเหลือขายเป็นหลัก ในราคา 1-2 ล้านบาท 2,497 หน่วย, รองลงมาราคา 2-3 ล้านบาท 1,778 หน่วย, ราคา 3-5 ล้านบาท 719 หน่วย และ 5-10 ล้านบาท 21 หน่วย

“ทำเลติวานนท์ชี้ให้เห็นว่ามีโครงการคอนโดฯเปิดขายจำนวนมาก เพราะเป็นทำเลที่สามารถเข้าเมืองผ่านรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ คู่แข่งจึงมีมากเป็นพิเศษ โครงการใหม่ควรที่จะวางแผนการพัฒนาให้ดีก่อนลงแข่งขันในตลาดย่านนี้”

แจ้งวัฒนะเติมซัพพลายได้

2.”ทำเลถนนแจ้งวัฒนะ” แม้อยู่ใกล้สนามบินดอนเมือง แต่ก็มีการพัฒนาที่ค่อนข้างจำกัด มีหน่วยรอขายรวม 3,071 หน่วย แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 62 หน่วย บ้านแฝดราคา 5-10 ล้านบาทอีก 249 หน่วย ที่เหลือเป็นคอนโดฯราคา 5 แสน-1 ล้านบาท จำนวน 410 หน่วย, ราคา 1-2 ล้านบาท 1,563 หน่วย, ราคา 2-3 ล้านบาท 721 หน่วย และราคา 3-5 ล้านบาท 65 หน่วย

“โซนถนนแจ้งวัฒนะแม้จะมีทางเข้าเมืองหลายเส้นทาง ผ่านรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีเขียว แต่ก็มีการพัฒนาคอนโดฯเป็นจำนวนมากในอดีตที่ผ่านมา ทำให้มีการเกิดโครงการใหม่ไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม หากจะมีการแข่งขันในอนาคต บริเวณนี้น่าจะพัฒนาอาคารชุดพักอาศัยได้อีกมาก”

นายกฯเศรษฐาเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีชมพู

รามอินทรามีจุดเด่นจุดตัดสีเขียว

3.“ทำเลถนนรามอินทรา” ปักหมุดตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (ปราบกบฏบวรเดชฯ) หรืออนุสาวรีย์หลักสี่ มีหน่วยรอขายรวมกัน 7,588 หน่วย แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวราคา 3-5 ล้านบาท 11 หน่วย, ราคา 5-10 ล้านบาท 809 หน่วย, ราคา 10-20 ล้านบาท 724 หน่วย และราคาเกิน 20 ล้านบาท 221 หน่วย สินค้าบ้านแฝดราคา 5-10 ล้านบาท 150 หน่วย, ราคา 10-20 ล้านบาท 70 หน่วย

ที่เหลือเป็นคอนโดฯกับทาวน์เฮาส์ที่มีหน่วยรอขายเป็นหลัก ได้แก่ ทาวน์เฮาส์ราคา 2-3 ล้านบาท 148 หน่วย, ราคา 3-5 ล้านบาท 1,413 หน่วย, ราคา 5-10 ล้านบาท 340 หน่วย และ 10-20 ล้านบาท 100 หน่วย ส่วนคอนโดฯเหลือขาย ราคา 5 แสน-1 ล้านบาท 1,769 หน่วย, ราคา 1-2 ล้านบาท 159 หน่วย, ราคา 2-3 ล้านบาท 1,418 หน่วย และราคา 3-5 ล้านบาท 256 หน่วย

“ทำเลรามอินทรามีสินค้าที่อยู่อาศัยหลากหลายเป็นจำนวนมาก กลุ่มหลักคือทาวน์เฮาส์ 3-5 ล้าน แต่กลุ่มใหญ่ที่สุดคือห้องชุดราคาไม่ถึงล้าน กับกลุ่มราคา 2-3 ล้าน ซึ่งมีสัดส่วนครึ่งหนึ่งของภาพรวม ส่วนหนึ่งเป็นการสร้างเพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่วิ่งเข้าเมือง และผลพวงจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู”

มีนบุรีทาวน์เฮาส์-คอนโดฯเพียบ

4.“ทำเลมีนบุรี” โดยเฉพาะช่วงตลาดสายเนตร (กม.8 รามอินทรา) ถึงมีนบุรีที่มีการพัฒนาที่หลากหลายเช่นกัน โดยมีหน่วยรอขายรวม 4,866 หน่วย แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว ราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 223 หน่วย, ราคา 5-10 ล้านบาท 573 หน่วย, ราคา 10-20 ล้านบาท 381 หน่วย และเกิน 20 ล้านบาท 79 หน่วย สินค้าบ้านแฝด 3-5 ล้านบาท 27 หน่วย, ราคา 5-10 ล้านบาท 250 หน่วย สินค้าทาวน์เฮาส์ 1-2 ล้านบาท 701 หน่วย, ราคา 2-3 ล้านบาท 310 หน่วย, ราคา 3-5 ล้านบาท 899 หน่วย

ขณะที่มีคอนโดฯรอขายราคา 1-2 ล้านบาท 471 หน่วย, ราคา 2-3 ล้านบาท 789 หน่วย และราคา 3-5 ล้านบาท 163 หน่วย

“โซนมีนบุรี ประเภทบ้านแนวราบจะเป็นบ้านเดี่ยว 5-10 ล้านมากที่สุด พิเศษสุดในย่านนี้ คือ มีทาวน์เฮาส์จำนวนมากถึง 1,910 หน่วย เนื่องจากอยู่ไกลจากตัวเมือง ยังมีที่ดินที่จะพัฒนาทาวน์เฮาส์ได้ และมีคอนโดฯรอขายเกาะไปตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู และหากเลยมีนบุรีไป ก็ยังมีห้องชุดที่สร้างตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มอีกด้วย”

สำหรับอัตราการขายต่อเดือน คอนโดฯขายดีเป็นอันดับหนึ่ง เฉลี่ย 3% ต่อเดือน เทียบกับหน่วยขายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คอนโดฯโซนรามอินทรา มีนบุรี ที่ระดับราคา 45,000-65,000 บาท/ตารางเมตร ถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง อาจเป็นผลพวงจากการมองในแง่ดีของการมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู

“อาจกล่าวได้ว่าสายสีชมพูก่อสร้างได้ง่าย เพราะแทบไม่ต้องเวนคืนพื้นที่ใด ๆ และจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสีอื่นที่ติวานนท์กับมีนบุรี ไม่ได้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากนัก ซึ่งสายสีชมพูไม่ได้วิ่งเข้าเมืองเหมือนกับสายอื่น ๆ จึงอาจมีความสำคัญไม่มากนัก แต่อาจมีผลทางจิตวิทยา ทำให้มีที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ฉะนั้น ในอนาคต ที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าสายนี้อาจไม่ได้ราคาเพิ่มขึ้นรวดเร็วเหมือนกับแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีน้ำเงินที่มีเส้นทางวิ่งเข้าเมืองโดยตรง” ดร.โสภณกล่าว

เปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพู

คอนโดฯสะสม 3.5 หมื่นหน่วย

นายสัญชัย คูเอกชัย ผู้อำนวยการและหัวหน้าส่วนงานวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท ไนท์แฟรงก์ ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลสำรวจซัพพลายคอนโดฯแนวสายสีชมพู ณ เดือนพฤศจิกายน 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 34,896 หน่วย โดยมีซัพพลายเกิดใหม่ตั้งแต่ปี 2553-2554 แต่ชะลอตัวลงในปี 2559 จนกระทั่งเริ่มมีการตอกเสาเข็มสร้างรถไฟฟ้าในปี 2560 ทำให้มีซัพพลายทะลัก 4,651 หน่วย

ส่วนใหญ่เป็นคอนโดฯเกรดซี ราคาขายเฉลี่ย 81,863 บาท/ตารางเมตร ปรับตัวขึ้นจากปี 2565 ที่มีราคาเฉลี่ย 75,000 บาท/ตารางเมตร แสดงถึงมีดีมานด์เพิ่มมากขึ้น หน่วยขายที่ยังเหลืออยู่กลับมีน้อยลง ราคามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากรัฐบาลสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามแผน คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรก 2567 ประกอบกับความคาดหวังมีนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาประเทศไทย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปรับตัวดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...