โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลินิก แพทย์แผนไทย โตต่อได้ไม่ “Oversupply”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ธ.ค. 2566 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2566 เวลา 03.35 น.

แพทย์แผนไทย มูลค่า 5 แสนล้านแข่งดุเข้าเขต Red Ocean “ JSP” มั่นใจจลาดไม่ Oversupply โดดปั้น “สุภาพโอสถสหคลินิก” วางโรดแมปสปีดอัพ 20 สาขาผ่านพาร์ทเนอร์พร้อมดีลรพ.เจาะลูกค้า A+และต่างชาติ กรุยทางสปินออฟเข้าตลาดหลักทรัพย์ ตั้ง-เฮลท์แคร์ คอมมูนิตี้มอลล์

ศาสตร์แพทย์แผนไทยและสมุนไพร ได้รับความนิยมอย่างมากจากการเข้ามาของโควิด-19 และปัจจุบันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตรา 7.4% มูลค่าตลาดรวม 5 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ประเทศไทยภาครัฐมีความพยายามผลักดันการเติบโตของวัตถุดิบสมุนไพรเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวสร้างรายได้กว่า 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 และพร้อมผลักดันให้เป็น Soft Power เพื่อหนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

แน่นอนว่าความหอมหวานของตลาดคลินิกแพทย์แผนไทยหรือแพทย์ทางเลือกที่เติบโตล้อไปกับกะแสการรักสุขภาพของคนไทยทำให้มีผู้เล่นหน้าใหม่ตบเท้าเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องจนเกิดความกังวลว่าอาจเกิด การ Oversupply ได้ ซึ่งประเด็นนี้ นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการขายและการตลาดบริษัท โรงงานเภสัช อุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP หนึ่งในผู้เล่นตลาดสุขภาพโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพรมากว่า 70 ปี มองว่าทุกอย่างมีขึ้นและมีลง เวลาจะคัดคนที่ไม่ใช่ตัวจริงออกและคัดคนที่ไปต่อได้

“ธุรกิจแพทย์แผนไทยมีความยากอีกเลเวลจากธุรกิจอื่นเพราะจะต้องมีทั้ง “ผู้ถือใบประกอบ” และสินค้าบริการกับราคาต้องแมทกับความต้องการของผู้บริโภคด้วย เราอยู่ในกลุ่ม Red Ocean แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าใครอึดที่สุดใครอยู่ยาวที่สุด ส่วนคลินิกที่มาตามกระแส ไม่ได้มีความรู้จริงมีอยู่ทุกวงการแต่สุดท้ายกลุ่มนี้ก็จะไปต่อไม่ได้”

หนึ่งในเป้าหมายของบริษัทคือการส่งออกออกอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่าน Soft Power อย่าง Thai Medicine ซึ่งสิ่งที่ JSP เข้ามาเกี่ยวเนื่องได้คือ “ยา และ แพทย์แผนไทย” ดังนั้นบริษัทจึงผลักดัน“คลินิกแผนไทย” ซึ่งปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลภายใต้ชื่อ “สุภาพโอสถสหคลินิก” ให้บริการการแพทย์ 2 ศาสตร์คือ “แพทย์แผนโบราณ” กับ“แพทย์แผนโบราณประยุกต์” ครอบคลุมการจ่ายยา ทำหัตถการและการนวด ฯลฯ

“เราสนใจภาคการบริการเพราะ Service เป็นสิ่งที่เกิดการใช้ซ้ำ เพราะในเชิงธุรกิจ คลินิก จะมีลูกค้าประจำที่เหนียวแน่นมากกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นั่นแปลว่า JSP จะมีลูกค้าประจำกลับเข้ามาใช้บริการซ้ำเรื่อยๆ แต่ยาจะกินเมื่อป่วย “หยุดป่วยให้หยุดกิน” ส่วน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับสมุนไพรกินเพื่อป้องกัน คลินิกนี้จะดูแล 3 อย่างคือเชิง ป้องกัน การรักษา บรรเทา

หาพาร์ทเนอร์ช่วยสปีดขยายสาขา

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าปัจจุบัน“สุภาพโอสถสหคลินิก” เปิดให้บริการไม่ถึง 1 ปี มีเพียง 1 สาขาอยู่ที่ พระรามสาม 29 (ยานนาวา) เป็นสาขา Prototype หากประสบความสำเร็จ JSP ตั้งเป้าจะขยายสาขาเองไม่เกิน 3-5 สาขา ใช้งบสำหรับเช่าพื้นที่ รีโนเวตรวมค่าการตลาดไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อสาขา และแผนการขยายต่อไปคือก้าวกระโดดเป็นหลัก 10-20 สาขาขึ้นไป JSP จะไม่ขยายเองแต่จะมองหาพาร์ทเนอร์เข้ามาช่วยขยายสาขาต่อไป

“เราตั้งราคาที่เข้าถึงง่ายหรือราคาเกรด B เน้นปริมาณ ความท้าทายคือแต่ละคลินิกจะต้องมีแพทย์อย่างน้อย 2 คน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะบุคลากรหายาก และเมื่อทุกอย่างลงตัวทั้งค่าบริการและผลตอบรับ แผนการขยายต่อไปที่จะก้าวกระโดดเป็นหลัก 10 หรือ 20 สาขาเราจะหาพาร์ทเนอร์ในกลุ่มคลินิกหรือบริการทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นคลินิกแผนปัจจุบัน คลินิกความงาม ศูนย์ฟอกไตหรือแม้กระทั่ง Partner อื่นๆที่สามารถเปิดเป็น 1 sectionในธุรกิจของตัวเอง แม้กระทั่งร้านนวด หรือสปาที่มีความเก่งทางด้าน service ถ้าเกิดการ collabilation กับเราที่เก่งด้านโพรดักซ์การขยายเป็นหลักสิบหลักร้อยสาขาก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

นอกจากนี้ JSP ยังตั้งเป้ารับลูกค้าเกรด A+และชาวต่างชาติ โดยการหาพาร์ทเนอร์โรงพยาบาลที่มีลูกค้าชาวต่างชาติอยู่แล้ว ซึ่งหลายๆโรงพยาบาลตอนนี้มีมุมแพทย์ทางเลือก มุมฝังเข็ม มุมนวดซึ่งเป็นเป้าหมายที่ JSP อยากเข้าไปต่อจิ๊กซอว์

“สุภาพโอสถสหคลินิก จะสามารถทำการตลาดได้ก็ต่อเมื่อมีสาขาเกิน 20 สาขาอย่างน้อยทั่วกรุงเทพฯ ทุกมุมเมือง และหัวเมืองใหญ่ เมื่อยิงโฆษณาทีเดียวลูกค้าจะสามารถทดลองใช้ได้ไม่เป็นภาระในการเดินทางตอนนี้เรามีการพูดคุยกับบริษัทมหาชนที่เป็นโรงพยาบาล เพราะนี่คือเซกเมนต์ที่จะทำให้เราสามารถรับลูกค้าชาวต่างชาติและคนไทยเกรด A+ ได้”

ตั้งเป้าปลายทาง “เฮลท์แคร์ คอมมูนิตี้มอลล์”

“เราพิสูจน์แล้วว่าองค์ความรู้ คน และตัวผลิตภัณฑ์ของเราทำให้คนสุขภาพดีขึ้นได้ ดังนั้นเราจะโฟกัสสิ่งที่เราเก่งส่วนสิ่งที่เราไม่เก่งเราให้คนอื่นทำ ถ้าเจอ พาร์เนอร์ที่ถูกต้องเราก็จะไปได้เร็ว ส่วนความร่วมกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่เราจะค่อยๆก้าวขึ้นบันไดทีละสเต็ป เป้าหมายสุดท้ายคือการทำ JV(Joint Venture) เพราะมีโอกาสผลักดันให้กลายเป็นบริษัทย่อยและเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนเพิ่มได้ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นต้องลองทำงานร่วมกันก่อน”

และสเกลใหญ่ที่สุดที่คาดหวังไว้คือการหาพาร์ทเนอร์มาช่วยสร้าง คอมมูนิตี้มอลล์ ที่ครบวงจรทั้ง preventive และ palliative ส่วนพาร์ทเนอร์รายเล็กหากคลินิก Prototype สำเร็จตามแผนและเริ่มสาขามากกว่า 20 สาขา JSP อาจเพิ่มโมเดลแฟรนไชส์หรือซื้อ License เพิ่มเติม

ซุ่มเสริมความแกร่งรอวันพร้อมเจาะตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ปัจจุบัน JSP มีธุรกิจในพอร์ตครอบคลุมทั้งต้นน้ำคือธุรกิจการวิจัยและพัฒนาสินค้า-กลางน้ำธุรกิจโรงงานผลิต-ปลายน้ำธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพร ธุรกิจตู้ยาอัตโนมัติและสหคลินิก หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้และตลาดมีความแข็งแกร่งพอทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สมุนไพรและคลินิก ผู้บริหารมองว่า JSP จะมีความเข้มแข็งในการออกสู่ต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันเริ่มทำตลาดใน CLMV และมองหาพาร์ทเนอร์แล้ว

“ส่วนกลุ่มตลาดใหญ่อย่างจีนเราคงยังไม่มีความพร้อม สิ่งที่เราทำได้คือตั้งรับทัวร์ที่จะเข้ามา ซึ่งช่วงต้นปีเรามองว่าตลาดจีนจะ Recovery กลับมา 100% แต่ตอนนี้ใกล้ปิดปีแล้วยังกลับมาไม่ถึง 20% แต่ลูกค้า OEM ก็ยังมีการสั่งผลิตสินค้าอยู่ดังนั้นภาพรวมก็ถือว่าดีกว่าช่วงโควิดที่ทัวร์เป็นศูนย์”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...