‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาด ขยับขึ้น 53.58 จุด เกาะติดคาดการณ์ ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ยต้นปี 67
The Bangkok Insight
อัพเดต 29 ธ.ค. 2566 เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2566 เวลา 00.29 น. • The Bangkok Insightตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (28 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ขยับขึ้นเล็กน้อย ขานรับการเปิดเผยตัวเลขผู้รับขอสวัสดิการว่างงานในสหรัฐที่สูงกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ ลดดอกเบี้ยในปีหน้า
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 37,710.10 จุด เพิ่มขึ้น 53.58 จุด หรือ +0.14% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 4,783.35 จุด เพิ่มขึ้น 1.77 จุด หรือ +0.04% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 15,095.14 จุด ลดลง 4.04 จุด หรือ -0.03%
ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดบวกเล็กน้อย และอยู่ห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2565 อยู่เพียง 0.3% ขณะที่ดัชนีแนสแด็กปรับตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ดัชนีทั้ง 3 ตัวยังคงมีแนวโน้มที่จะปิดบวกในเดือนธันวาคม ในไตรมาส 4 และในปี 2566
ตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวขึ้น 9 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณยุติวงจรขึ้นดอกเบี้ย และจะลดดอกเบี้ยในปีหน้า
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า บรรดานักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 74.1% เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2567 และจะลดดอกเบี้ย 6 ครั้งในปีหน้า โดยลดครั้งละ 0.25% รวม 1.50% มากกว่าที่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.75%
ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มของดัชนีเอสแอนด์พี 500 นั้น หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุด ขณะที่กลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุดตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง
ตลาดยังจับตาปรากฎการณ์ "ซานต้า แรลลี่" ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปีนี้ ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นเวลา 7 วันทำการ โดยมีขึ้นในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปีปัจจุบัน รวมทั้ง 2 วันแรกของปีใหม่
อ่านข่าวเพิ่มเติม