โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกมุมมองสิงคโปร์ กับทางออกความขัดแย้งสหรัฐ-จีน

Businesstoday

เผยแพร่ 07 ก.ย 2563 เวลา 06.00 น. • Businesstoday

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นานาประเทศต่างให้ความสนใจและแสดงความกังวลไปพร้อมๆ กัน

สิงคโปร์ในฐานะประเทศที่มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างทั้งสองประเทศ เนื่องจาก

  • สิงคโปร์เป็นนครรัฐที่ต้องพึ่งพาการทำการค้าเสรีเพื่อความอยู่รอดของเศรษฐกิจ
  • สหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรที่ลงทุนมากที่สุดในสิงคโปร์
  • จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ และสิงคโปร์ก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในจีน

สิงคโปร์จึงกลายเป็นประเทศที่หลายฝ่ายต่างจับตามองในเรื่องของความคิดเห็น ความกังวล และการรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศพันธมิตรทั้งสอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ ดร.วิเวียน บาลาคริชนัน  ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อนักวิเคราะห์ด้านกิจการระหว่างประเทศถึงความคิดเห็นที่สิงคโปร์มีต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งมีทั้งประเด็นระหว่างจีนกับฮ่องกง น่านน้ำข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ตลอดจนกรณีทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจทั้งสองประเทศ และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับนานาประเทศเป็นวงกว้าง

ดร.วิเวียน มองว่า ประเด็นสำคัญที่สุดของโลกในยุคปัจจุบัน คือการเปลี่ยนจากโลกที่มีเพียงขั้วเดียว (Unipolar World) มาเป็นโลกที่มีหลายขั้ว (Multipolar World) คือเปลี่ยนจากยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจของโลกแต่เพียงผู้เดียว และมีจีดีพีคิดเป็น 40% ของจีดีพีรวมทั่วโลก รวมทั้งเป็นผู้นำในการจัดระเบียบโลกแบบเสรีนิยม อันนำมาซึ่งสันติสุขและความมั่งคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศระบอบประชาธิปไตยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป จีนและอินเดียมีการเปิดประเทศ สหภาพโซเวียตล่มสลาย รัสเซียและยุโรปตะวันออกมีการพัฒนาก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าสหรัฐอเมริกายังมีความจำเป็นที่จะเป็นผู้นำในการจัดระเบียบโลกอยู่หรือไม่ เมื่อจีดีพีของสหรัฐลดลงเหลือเพียง 24% ของจีดีพีรวม และยังคงมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันทุกประเทศจำเป็นต้องเข้าใจถึงนัยและความเป็นจริงของโลกหลายขั้วดังกล่าว ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือ ภาวะผู้นำจากหลายขั้ว สถาบันและกระบวนการแบบพหุภาคี และสิ่งที่สำคัญคือมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนจำเป็นต้องปรับมุมมองให้มีความสอดคล้องกันเพื่อทำให้ความร่วมมือระดับโลกเป็นไปได้ หรือจะต้องกำหนดข้อตกลงที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพื่อแก้ไขปัญหาความแตกต่างด้านกลยุทธ์ และทำให้เกิดความร่วมมือระดับพหุภาคีในการรับมือกับสถานการณ์ความท้าทายต่างๆ โดยให้เอเชียเข้ามามีส่วนในความร่วมมือดังกล่าวด้วย

กรณีความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง

สำหรับในกรณีของฮ่องกง ดร.วิเวียน กล่าวว่า แต่เดิมฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนโดยไม่สามารถโอนย้ายได้ และปัญหาระหว่างจีนกับฮ่องกงเป็นปัญหาภายในประเทศ

ดังนั้น นานาประเทศจำเป็นต้องแสดงความเคารพในอำนาจอธิปไตยและให้ชาวฮ่องกงแก้ไขปัญหาทางการเมืองนี้เป็นการภายใน โดยหวังว่าฮ่องกงจะสามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มีความแน่นแฟ้นเป็นปึกแผ่น และมีความสามารถในการจัดการกับความท้าทายทางสังคมและการเมืองได้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองในอนาคตได้

กรณีน่านน้ำข้อพิพาทในทะเลจีนใต้

สิงคโปร์ได้เน้นย้ำจุดยืนที่มีมาอย่างยาวนานว่า สิงคโปร์ไม่เป็นผู้เรียกร้องสิทธิ์ในน่านน้ำข้อพิพาท และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในการอ้างกรรมสิทธิ์ทางเขตแดน

อย่างไรก็ดี สิงคโปร์มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในน่านน้ำที่มีการสัญจรคับคั่งมากที่สุดแห่งนี้ และสนับสนุนให้ทุกประเทศมีสิทธิ์ในการเดินเรือและเดินอากาศเหนือน่านน้ำดังกล่าวโดยเสรี อีกทั้งยังสนับสนุนให้มีการหารือเพื่อยุติข้อพิพาทโดยให้เป็นไปตามแบบแผนของกฎหมายสากล รวมทั้งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982

กรณีทรัพย์สินทางปัญญา

ส่วนกรณีทรัพย์สินทางปัญญา ดร.วิเวียน กล่าวว่า การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในการทำข้อตกลงทางการค้า รวมทั้งข้อตกลง Trans-Pacific Partnership (TPP) ซึ่งสหรัฐ ไม่ได้เข้าร่วม ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่แม้แต่จีนยังให้ความสนใจในการเข้าร่วม การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจะมีคุณค่ามากยิ่งขึ้นเมื่อทุกฝ่ายแบ่งปันและเปิดกว้างในการร่วมมือกัน และข้อตกลงดังกล่าวยังคงเปิดกว้างหากสหรัฐจะหันมาพิจารณาเข้าร่วมในอนาคต

 กรณีการรับมือกับโรคระบาดโควิด-19

ปัจจุบันสหรัฐเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสสูงที่สุดในโลก หลายฝ่ายกล่าวโทษจีนว่าน่าจะควบคุมการระบาดได้ดีกว่านี้ตั้งแต่ต้น

ดร.วิเวียน กล่าวว่า เขาคิดว่าจีนรับมือในคราวแรกด้วยการประกาศปิดเมืองอู่ฮั่นทั้งเมืองอย่างรวดเร็วก่อนวันตรุษจีน การตัดสินใจอันรวดเร็วและเด็ดขาดนี้เป็นสิ่งที่หลายประเทศยังอาจลังเล เขาอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าความท้าทายในครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาประเทศมากกว่าการโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่มีรัฐบาลใดที่มีนโยบายที่สมบูรณ์แบบในการรับมือดังกล่าว

หากในอดีตเราสามารถรับมือกับไข้หวัดใหญ่ระบาดและโรค SARS ซึ่งเคยคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่าโควิด-19 นี้ได้ เราย่อมต้องมีความหวังที่จะรับมือกับโรคโควิด-19 นี้ได้เช่นกัน

แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องร่วมมือกันคิดค้นวิจัยวัคซีน และร่วมมือกันทำให้ทุกประเทศเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียมกัน

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...