[ประวัติศาสตร์ละครหลังข่าว] รุ่นพ่อสงครามรัก รุ่นลูกเลยสงครามอำนาจไปเลยจ้า - เพจละครสะท้อนอะไร
ความเดิมตอนที่แล้ว ว่าด้วยเรื่องราชาหลายเมียอย่างพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ย้อนอ่านได้ที่นี่
ตอนนั้นได้มีทิ้งท้ายเอาไว้ ว่าเรื่องราวที่พระเจ้าเฮนรี่ไข่ทิ้งไว้ ได้สร้างปัญหาในชาวบ้านตาดำๆน่าดูน่าชม วันนี้จะมาเล่ากันว่ามันวุ่นวายยังไง
หลังจากสิ้นสุดรัชสมัยพระเจ้าเฮนรี่ เจ้าชายน้อยเอ็ดเวิร์ดที่เพิ่งอายุ 9 ขวบ ก็ได้ขึ้นมาเป็นคิงตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และได้เปลี่ยนแปลงให้ คริสจักรแห่งอังกฤษที่เฮนรี่สร้างขึ้นให้เป็นนิกายโปรเตสแตนต์ ทว่า 6 ปีต่อมา เอ็ดเวิร์ดที่ 6 ก็สวรรคตเพราะโรควัณโรค แม้ว่าพระองค์จะพยายามแต่งตั้ง เลดี้เจน เกรย์ ขึ้นมาเป็นรัชทายาท เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศกลายเป็นคาทอลิกด้วยน้ำมือของพี่สาวคนโตของเขา
แต่เหมือนว่าอำนาจจะยังไม่มั่นคงพอ ทำให้เลดี้เจน เกรย์ ได้ดำรงตำแหน่งเป็นควีนเพียง 9 วันโดยที่ไม่มีผู้สนับสนุนมากนัก เจ้าหญิงแมรี่ ทิวดอร์ ลูกสาวคนแรกของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 จึงเข้ามาชิงตำแหน่งเป็นควีนแมรี่ที่ 1 ไปสวยๆ
รัชสมัยของพระนางได้ให้การสนับสนุนคาทอลิกอย่างที่เอ็ดเวิร์ดที่ 6 หวาดกลัวจริงๆ ไม่พอ…นางยังพกความแค้นมาเต็ม ทั้งยังรังเกียจนิกายโปรเตสแตนต์มาก เนื่องจากการเปลี่ยนนิกายของประเทศทำให้แม่ของนางต้องถูกหย่าร้างทอดทิ้ง ปล่อยให้พ่อของนางไปแต่งงานกับนางสนองพระโอษฐ์ นางเปลี่ยนประเทศให้กลับมาถือนิกายโรมันคาทอลิก ใครที่ไม่ยอมเปลี่ยนจะถูกทารุณ มีชาวโปรเตสแตนต์ถูกสังหารไป 284 คน จนนางได้ฉายาว่า ราชินีบ้าเลือด
นอกจากนี้ยังมีสเปนซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจซึ่งนับถือคาทอลิกในขณะนั้น พยายามเข้ามาแทรกแซงการเมืองอังกฤษเป็นพิเศษ ด้วยการส่งเจ้าชายฟิลิปเข้ามาอภิเษกสมรสกับราชินีแมรี่ แต่สุดท้ายรัชสมัยของแมรี่ก็สิ้นสุดลงจากอาการป่วยจากการตั้งครรภ์เทียมจนเสียสุขภาพเพราะอยากมีลูก หรือไม่ก็อาจจะเป็นอาการเนื้องอกในมดลูก (การแพทย์ยุคนั้น มันก็ยากที่จะชี้ชัดหน่อยอะนะ)
เจ้าหญิงอลิซาเบธที่โดนกีดกันมานานจึงได้ขึ้นมาเป็นราชินีในที่สุด คราวนี้ประเทศได้เข้ามาสู่ยุคโปรเตสแตนต์เป็นใหญ่ (นางไม่สามารถยอมรับคาทอลิกได้เป็นนิกายหลักได้ เพราะถ้ายอมรับ จะเท่ากับว่าการแต่งงานของแอนน์ โบลีน มารดาของนางถือว่าเป็นโมฆะ นางจะกลายเป็นลูกชู้ หรือ ลูกนอกสมรส ไม่มีสิทธิ์ในบัลลังก์ทันที)
แม้ว่าจะมีการไกล่เกลี่ยให้ทุกคนเลือกนิกายตัวเองได้ ไม่บังคับกันแล้ว แต่ขั้วอำนาจคาทอลิกที่มีอยู่เดิมก็ไม่ได้อยู่เฉย เริ่มมีการรวมตัวกันต่อต้านไม่ยอมรับราชินีจากนิกายโปรเตสแตนต์ รัฐบาลจึงเอาคืนด้วยการออกกฎหมายบีบคั้นชาวคาทอลิก จำกัดสิทธิบางอย่าง ลุกลามจนเป็นการปราบปราม
สเปนเองก็หนุนกลุ่มกบฎคาทอลิกเหล่านี้ให้ยึดอำนาจ รวมถึงหนุนพระนางแมรี่ แห่งสก๊อต (ไม่เกี่ยวกับควีนแมรี่ที่ 1 แค่ชื่อซ้ำ(…) ที่มีสิทธิ์ในบัลลังก์ และนับถือคาทอลิก หวังจะอภิเษกกับนางเพื่อสืบเชื้อสายครึ่งสเปนแทนราชินีแมรี่ที่ 1 ที่พลาดหวังไปก่อนหน้า จนทำให้ควีนอลิซาเบธเลือกที่จะประหาร พระนางแมรี่แห่งสก๊อตทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามบนเส้นทางอำนาจนี้
สเปนจึงโกรธแค้นมาก เริ่มก่อสงครามกับอังกฤษ ควีนอลิซาเบธก็ไม่ได้อยู่เฉย มีการดำเนินนโยบายใช้โจรกู้ชาติ หนุนโจรสลัดให้ไปปล้นเรือสเปน หนุนกบฎฮอลันดา จนมีศึกใหญ่ตัดสินคือ ชัยชนะต่อกองเรืออาร์มาดา ทัพเรืออันเกรียงไกรที่สุดของสเปนส่งผลให้อังกฤษได้ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจหลักของโลกในเวลานั้นทันที
เรื่องของศาสนานั้น ภายหลังเมื่ออำนาจกษัตริย์ได้ลดลงในรัชสมัยต่อมา รัฐสภามีอำนาจมากขึ้น ก็มีการประกาศตัดสิทธิ์ทายาทที่นับถือคาทอลิกไปให้หมด เหลือแต่ทายาทโปรเตสแตนต์เท่านั้นที่มีสิทธิ์ จนทำให้เกิดกบฎจาโคไบท์ขึ้นมา แต่ก็ไม่สำเร็จ โปรเตสเตนต์จึงเรืองอำนาจในอังกฤษจนถึงปัจจุบันนี่เอง
แหม่…สงครามอำนาจนี่มันวุ่นวายจริงหนอ
ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก ละครสะท้อนอะไร ได้ทุกวันพฤหัสบดี บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่นได้ที่เพจละครสะท้อนอะไร