โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง มหัศจรรย์เมืองไทย กับเรื่องดวงของปราสาท

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ม.ค. 2567 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2567 เวลา 04.17 น.
(ภาพจาก มติชนอคาเดมี)

ปราสาทพนมรุ้ง ตั้งอยู่ที่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์มาก เพราะสะท้อนถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมเขมรในภาคอีสานของประเทศไทย โดยปราสาทแห่งนี้สันนิษฐานว่าเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู “ไศวะนิกาย” สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 15 และต่อเติมเรื่อยมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 18

ปราสาทพนมรุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2514 โดยวิธีอนัสติโลซิส (Anastylosis) คือการนำชิ้นส่วนของปราสาทที่พังทลายลงมากลับเข้าตำแหน่งเดิม และบูรณะแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2531

ปราสาทประธานเป็นศูนย์กลางของพื้นที่โดยรอบ ซึ่งสะท้อนคติจักรวาลวิทยาของเขาไกรลาศ อันเป็นที่ประทับของพระศิวะนั่นเอง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมีมุขสามทิศ แต่ทางทิศตะวันออกทำเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียกว่ามลฑป ซึ่งอาคารทั้งสองไม่ได้เชื่อมติดกันเพราะช่องประตูอยู่สูงมากเกินกว่าจะข้ามไปได้

ปราสาทประธานสร้างจากหินทรายมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ครรภคฤหะ” หรือถ้ำของโยคี สร้างแบบมิดชิด แสงเข้าได้น้อย ไม่มีการแกะสลักที่สวยงามเท่าด้านนอก สันนิษฐานว่าอาจเป็นการสร้างเลียนแบบถ้ำที่พราหมณ์หรือพรตใช้บำเพ็ญตบะ และเป็นพื้นที่สงวนเฉพาะพราหมณ์ ส่วนมลฑปสันนิษฐานว่าใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมหรือประดิษฐานเทวรูป

นอกจากสองอาคารหลักที่อยู่ภายในระเบียงคดนี้แล้ว ยังมีอาคารเล็ก ๆ อยู่รายล้อม เช่น ปรางค์น้อย, เทวาลัย 2 หลัง และปราสาทอิฐ 2 องค์ (สันนิษฐานว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในบริเวณนี้) ขนาด 5 เมตรคูณ 5 เมตร ปราสาทอิฐนี้ จากลวดลายที่ปรากฏบนเสาประดับกรอบประตู และประติมากรรมที่พบบริเวณนี้ คือเทวรูปพระพรหม ศิลปะขอมแบบเกาะแกร์ รวมทั้งข้อมูลที่อ่านและแปลจากศิลาจารึกหลักหนึ่งที่พบ ณ ปราสาทพนมรุ้ง สันนิษฐานว่าปราสาทอิฐคงสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15 เป็นอาคารที่สร้างก่อนหน้าปราสาทประธานหินทรายหลังใหญ่ ซึ่งเป็นศิลปะขอมแบบนครวัดประมาณ 200 ปีเศษ

นอกเหนือจากสถาปัตยกรรมที่สวยงามของปราสาทพนมรุ้งแล้ว ยังมีงานประติมากรรมชิ้นเอกของปราสาทพนมรุ้งคือ “ภาพจำหลัก” โดยภาพจำหลักมีทั้งส่วนที่เป็นหน้าบัน ซุ้มบัญชร และทับหลัง โดยทับหลังที่คนไทยรู้จักกันดีคือ “ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” ที่อยู่ภายใต้หน้าบัน “พระศิวนาฏราช” ทางด้านหน้าสุดของปราสาทประธาน

ปราสาทพนมรุ้งมีความงดงามทั้งด้านประติมากรรมและสถาปัตยกรรม แต่จะยิ่งงดงามแลดูมีมนต์ขลังมากขึ้นเมื่อแสงพระอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู ในช่วง 4 ครั้งของแต่ละปี

ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องลอด 15 ช่องประตู เกิดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง จะแบ่งออกเป็นแสงพระอาทิตย์ขึ้น 2 ครั้ง และแสงพระอาทิตย์ตก 2 ครั้ง วันใดเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู วันนั้นจะไม่เห็นดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู ในขณะเดียวกันวันใดที่เห็นดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู ก็จะมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรงกรอบประตูเช่นเดียวกัน

เนื่องจากปราสาทพนมรุ้งสร้างให้ขนานแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก จึงทำให้แสงอาทิตย์ลอด 15 ประตู แต่ปราสาทมิได้วางในตำแหน่งขนานแนวทิศตะวันออก-ตะวันตกพอดี โดยเบี่ยงไปทางทิศเหนือ 5.5 องศา นั่นจึงทำให้เกิดแสงอาทิตย์ลอด 15 ประตู 4 ครั้ง หากปราสาทวางแนวตามเส้น 90 องศา ขนานกับทิศตะวันออก-ตะวันตกพอดี ก็จะเกิดปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องลอด 15 ช่องประตู 2 ครั้ง ทั้งอาทิตย์ขึ้นและตกทั้ง 2 ครั้ง โดยจะเกิดในราวปลายเดือนมีนาคมและกันยายน

ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น-ตก ตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง ไม่ปรากฏในเอกสารโบราณ ไม่ว่าจะเป็นศิลาจารึก หรือหลักฐานประเภทอื่น เช่น ภาพจำหลัก เป็นต้น อีกทั้งก่อนที่ปราสาทแห่งนี้จะบูรณะแล้วเสร็จ ย่อมไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากชั้นหลังคาของปราสาทประธานและมณฑปด้านหน้าถล่มลงมาปิดช่องประตูจนไม่สามารถมองลอดกรอบประตูทะลุถึงกันได้ (นงคราญ สุขสม, 2546 : 123)

กระทั่งปราสาทพนมรุ้งได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จนแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการบูรณะ จึงสังเกตเห็นความมหัศจรรย์ของดาราศาสตร์ที่ถูกนำมาผนวกเข้ากับองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว นักดาราศาสตร์ได้คำนวณว่าปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู จะอยู่ในช่วงวันที่ 3-4-5 เมษายน วันใดวันหนึ่ง และจะเกิดขึ้นในราวเดือนกันยายนอีกครั้งหนึ่ง แต่ช่วงฤดูฝนท้องฟ้าปิด เมฆมาก โอกาสที่จะเห็นจึงน้อยกว่าเดือนเมษายน

ความสำคัญของปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้การจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยภาคราชการครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2534 เลือกจัดในช่วงสุดสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน เป็นเหตุให้งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งซึ่งเดิมเคยเป็นงานบุญประจำปีของชาวบ้าน จัดในวันขึ้น 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 5 หมดความสำคัญลงไป (นงคราญ สุขสม, 2546 : 123)

คุณนงคราญ สุขสม หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เมื่อ พ.ศ. 2546 ได้มีโอกาสรู้จักกับชาวเดนมาร์กท่านหนึ่ง ชื่อ Mr.Asger Mollerup มีชื่อภาษาไทยว่า คุณทอง หรือสีดาทอง เป็นชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยมานานจนพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว เป็นสถาปนิกที่สนใจเรื่องดาราศาสตร์ ซึ่งสามารถคำนวณเวลาการเกิดปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องลอด 15 ช่องประตูได้ค่อนข้างแม่นยำมาก จะคลาดเคลื่อนไปบ้างก็เป็นเวลาไม่กี่เสี้ยวนาที

คุณทองจึงตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมาว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ปราสาทพนมรุ้งมี “ดวง” เหมือนบุคคลแต่ละคนก็มีดวงของตนเอง วิธีผูกดวงก็คำนวณจากลัคนาวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก เป็นต้น

ดวงของปราสาทแต่ละหลังอาจขึ้นอยู่กับสภาพภูมิศาสตร์ เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง ชัยภูมิ สภาพแวดล้อม เป็นต้น ทำให้ปราสาทแต่ละหลังมีแนวแกนทิศหลักของประตูทางเข้าด้านหน้าต่างกัน ดวงของปราสาทพนมรุ้งคงต่างกับดวงของปราสาทพิมาย (หันหน้าไปทางทิศใต้) ปราสาทตาเมือนธม (หันหน้าไปทางทิศใต้) ปราสาทเขาพระวิหาร (หันหน้าไปทางทิศเหนือ) หรือ ปราสาทนครวัด (หันหน้าไปทางทิศตะวันตก) (นงคราญ สุขสม, 2546 : 123)

ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือเหตุบังเอิญของผู้สร้างปราสาทก็ตาม ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องลอด 15 ช่องประตูที่เกิดขึ้นนี้ได้ก่อให้เกิดมนต์ขลังและความงดงามให้กับปราสาท แม้ในอดีตจะเป็นเรื่องของศาสนาและพิธีกรรม แต่ปัจจุบันเป็นเรื่องของการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชาวบุรีรัมย์ได้ไม่น้อยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์ และวิไลรัตน์ ยังรอต. (2550). คู่มือท่องเที่ยว-เรียนรู้: ปราสาทหิน พิมาย พนมรุ้ง เมืองต่ำ ตาเมือน เขาพระวิหาร. กรุงเทพฯ: มิวเซียมเพรส.

ศิริศักดิ์ คุ้มรักษา. (2546). แผนที่ความรู้เมืองไทย : ปราสาทหินในถิ่นอีสาน. กรุงเทพฯ: แปลน รีดเดอร์ส.

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์. (ม.ป.ป.). พนมรุ้ง. (ม.ป.พ.).

นงคราญ สุขสม. (2546, กันยายน). Unseen พนมรุ้ง. ศิลปวัฒนธรรม. 24(10): 123.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 เมษายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง มหัศจรรย์เมืองไทย กับเรื่องดวงของปราสาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...