โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.คมนาคม เล็งลดค่าทางด่วน และมอเตอร์เวย์ บัตร M-Pass/Easy Pass หวังดึงผู้ใช้บัตรแทนเงินสดมากขึ้น

BLT BANGKOK

อัพเดต 26 ส.ค. 2562 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2562 เวลา 10.06 น.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาจราจรติดขัดหน้าด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง ทั้งทางด่วน (Express Way) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ (Motor Way) ของกรมทางหลวง (ทล.) ว่า ในปัจจุบันผู้ใช้ทางด่วน และมอเตอร์เวย์ยังมีสัดส่วนการจ่ายค่าผ่านทางด้วยเงินสดมากกว่าใช้บัตร Easy Pass และ M-Pass จึงมีแนวคิดในการเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้บัตรทั้ง 2 รูปแบบมากขึ้น โดยจะพิจารณาปรับลดค่าผ่านทาง 10% สำหรับผู้ใช้บัตร Easy Pass และ M-Pass
โดยในส่วนของ ทล. ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าสามารถให้ส่วนลดค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ได้หรือไม่ หากกฤษฎีกาพิจารณาว่าสามารถทำได้ก็ให้เร่งทำทันที แต่หากทำไม่ได้ จะพิจารณาแก้ไข พระราชบัญญัติกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพานต่อไป
ส่วนทางด่วน ในเส้นทางที่ กทพ. มีสัญญาสัมปทาน ให้ขอความร่วมมือจากเอกชน ในการกำหนดส่วนลด ซึ่งเรื่องนี้หากทำได้เร็วจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน อีกทั้งเชื่อว่าเมื่อมีความสะดวกจะมีปริมาณจราจรบนทางด่วนเพิ่ม และทำให้การเดินทางบนทางด่วนและมอเตอร์เวย์รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ได้มีนโยบายให้ดำเนินการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดหน้าด่านเก็บเงินค่าผ่านทางในระยะเร่งด่วน โดยในส่วนของช่องผ่านทางอัตโนมัติ ที่ใช้ Easy Pass และ M-Pass ให้ยกไม้กั้นขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน ส่วนช่องเงินสดให้จัดเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน อยู่นอกตู้เพื่อจำหน่ายบัตรผ่านทางสำหรับรถยนต์ที่รอคิวในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยให้เร่งทำการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังวล โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ช่องอัตโนมัติ ที่ปกติเมื่อเห็นไม้กั้นยกขึ้นค้างไว้จะหยุดรถเนื่องจากคิดว่าไม้กั้นมีปัญหา  
ทั้งนี้ ได้กำหนดให้ กทพ. เริ่มทำการทดลองวิธีการแก้จราจรติดขัดหน้าด่านทั้งช่องทางอัตโนมัติและช่องที่จ่ายเงินสด ในห้องปฏิบัติการก่อนเป็นเวลา 7 วัน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลด้วย จากนั้นในสัปดาห์หน้าให้เริ่มทดลองจริง ซึ่งจะนำร่องที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษอโศก 4 (ขาเข้า) ช่วงเวลา 06.00-09.00 น. และด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษอโศก 3 (ขาออก) ช่วงเวลา 16.00-19.00 น. โดยให้เก็บข้อมูลการทดลองแล้วนำไปประเมินผลก่อนที่จะนำไปใช้กับทุกด่าน รวมถึงให้ทำแผนด้านความปลอดภัยด้วย นอกจากนี้ให้ประสานงานกับตำรวจจราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันหาแนวทางระบายการจราจรถนนด้านล่าง เพื่อลดปริมาณรถติดตรงทางลงทางด่วน
ในส่วนของมอเตอร์เวย์ ให้ ทล. ทำการทดลองการแก้ปัญหารถติดหน้าด่านเก็บเงินในห้องปฏิบัติการ 1 สัปดาห์ และในสัปดาห์ถัดไปให้ทำการทดลองจริงที่ด่านทับช้าง เพื่อเก็บสถิติในแต่ละชั่วโมง แต่ละวัน แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปประมวลผลเพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ในการแก้ปัญหารถติดหน้าด่านให้หมดไป
สำหรับมาตรการในระยะยาว มีนโยบายให้ กทพ. และ ทล. นำเทคโนโลยี กล้อง ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้แทน ทั้งระบบเงินสด และบัตรอัตโนมัติ โดยให้เวลา 1 ปีในการพัฒนาระบบ รวมถึงเตรียมพร้อมในการปรับเปลี่ยนพนักงานจัดเก็บค่าผ่านทางไปทำหน้าที่ด้านอื่น
ซึ่งคาดว่าระบบ AI จะช่วยเพิ่มความสะดวก ทำให้รถผ่านได้เร็วขึ้น สามารถตรวจสอบตัวตนเจ้าของบัตร จำนวนเงินในบัตร ป้ายทะเบียนรถ และหักเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ พร้อมทั้งให้เร่งเชื่อมต่อข้อมูลทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อตรวจติดตามกรณีมีการฝ่าฝืนไม่จ่ายค่าผ่านทาง หรือกระทำผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังเปิดเผยอีกว่า ปัญหาส่วนใหญ่ในขณะนี้ คือ ทางด่วนมีคนใช้ช่องเงินสดจ่ายค่าผ่านทางมากกว่าใช้บัตร Easy Pass เช่นเดียวกับมอเตอร์เวย์ ที่มีคนใช้เงินสดถึง 73% ใช้บัตร M Pass 27% จึงมีแนวคิดว่าการให้พนักงานเดินขายตั๋วหรือคูปองหน้าด่านจะช่วยให้รถผ่านได้เร็วขึ้น สำหรับมอเตอร์เวย์จะมีรถบรรทุกมาใช้ค่อนข้างมาก การทดลองใช้คนเดินขายคูปองหน้าตู้ช่องทางเงินสด อาจต้องเพิ่มคนมากขึ้น หรือในบางจุดต้องลดลงเพราะพื้นที่กายภาพของด่านอาจไม่สะดวกสำหรับการให้ 10 คนเดินขายคูปอง ขณะที่ช่องทางอัตโนมัติของมอเตอร์เวย์ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะไม้กั้นยกได้เร็ว อย่างไรก็ดี หลังจากทดสอบครบถ้วนตามที่กำหนดแล้ว จะนำข้อมูลไปประมวลผลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งเชื่อว่าทั้งหมดจะทำได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...