โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดปม...เครื่องสแกนม่านตา พิสูจน์สัญชาติต่างด้าว

MATICHON ONLINE

เผยแพร่ 04 พ.ย. 2560 เวลา 23.04 น.

เมื่อกล่าวถึง “เครื่องสแกนม่านตา” ในการนำมาตรวจพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาตินั้น หลายคนอาจเกิดคำถามว่า มีการใช้อย่างไรบ้าง และมีใช้กับแรงงานกลุ่มไหนอย่างไร

แน่นอนว่า เครื่องสแกนม่านตาได้ถูกนำมาใช้ในการตรวจอัตลักษณ์ของ แรงงานข้ามชาติ โดยเบื้องต้นมุ่งไปที่แรงงานข้ามชาติกลุ่มประมง สืบเนื่องมาจากนโยบายที่ต้องการแก้ไขปัญหาทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) และปัญหาการค้ามนุษย์ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพราะถือเป็นวาระแห่งชาติ

จึงเป็นที่มาให้กระทรวงแรงงานทำการเก็บข้อมูลด้านอัตลักษณ์ โดยการสแกน ใบหน้า และ ม่านตา (Face and Iris Scan) แรงงานต่างด้าวในกิจการประมงและแปรรูปสัตว์น้ำ ต่อจากกรมเจ้าท่าที่รับหน้าที่ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ที่ผ่านมากลับทำได้จำนวนไม่มากนัก กระทรวงแรงงานจึงต้องรับช่วงต่อนั่นเอง

โดยเครื่องดังกล่าวจะใช้ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ต้องลงเรือประมง ซึ่งจะต้องผ่านศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง การเก็บข้อมูลจากม่านตาก็เหมือนพิสูจน์ดีเอ็นเอว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับบัตรประจำตัวที่ถืออยู่

โดยหลักการคือ จะนำเครื่องสแกนม่านตาของแรงงานด้วยวิธีการถ่ายให้ครอบคลุม ลูกตาดำ ทั้งหมด

บางคนต้องมีคนถ่างตาให้ก็มี ซึ่งเมื่อถ่ายเสร็จ ข้อมูลจะยิงเข้าระบบคอมพิวเตอร์ และบันทึกข้อมูลผ่านระบบซอฟต์แวร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะถ่ายรูปแรงงานข้ามชาติ และกรอกข้อมูลจากการสอบถามข้อมูลส่วนตัวของแรงงาน ทั้งชื่อ อายุ เพศ

จากนั้นข้อมูลทั้งหมดจะไม่สามารถอ่านค่าได้ แต่ต้องส่งไปยังบริษัทที่สหรัฐอเมริกาในการอ่านข้อมูล โดยการจะเปิดดูข้อมูลต้องมีค่าใช้จ่าย 45 บาทต่อคน ขณะที่ตัวเครื่องมีราคาประมาณ 1 แสนบาท

ล่าสุด นาย จรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ออกมาให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องสแกนม่านตาว่า การใช้เครื่องดังกล่าวมุ่งเน้นในกลุ่มประมง เนื่องจากมีปัญหาลายนิ้วมือลบเลือนจากการทำงานในเรือประมง จึงต้องใช้วิธีการสแกนม่านตา และที่ผ่านมาไม่เคยมีระบบยืนยันอัตลักษณ์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีระบบพิสูจน์ตัวตนว่ามาจากไหน อยู่ที่ไหน

เคยให้กรมการปกครองมาช่วย ทำเลขประจำตัว 13 หลัก ทำไปแล้วก็พิสูจน์ไม่ได้อีก ประกอบกับที่ผ่านมา แรงงานประมงใช้บัตรชั่วคราวที่เรียกว่าบัตรสีชมพู ซึ่งจะหมดอายุในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะต้องมาทำเวิร์กเพอร์มิตกับกรมจัดหางานอยู่แล้ว

ทางรัฐบาลเลยมอบหมายให้จัดทำสแกนม่านตาประกอบไปเลย ขณะนี้เครื่องสแกนมี 30 เครื่อง เป็นของกรมเจ้าท่า ส่วนตัวเลขแรงงานต่างด้าวที่ทำประมงมี 7-8 หมื่นคน จึงมีการแจ้งไปว่า หากทำไม่ทันให้ขอการสนับสนุนได้ ราคาเครื่องสแกนเครื่องละ 1 แสนบาท เป็นเครื่องเล็กๆ คล้ายเครื่องตรวจวัดสายตา เราทำหน้าที่สแกนข้อมูลไว้

ส่วนการประมวลผล ต้องให้หน่วยงานอื่นเข้ามาช่วย อย่างสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

“นโยบายขณะนี้ชัดเจนว่า หลังวันที่ 31 มีนาคม 2561 ต้องไม่มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในประเทศไทยอีก เพราะฉะนั้น การวางระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ของแรงงานจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะใช้วิธิการสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือวิธีการอื่นๆ และต้องนำหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วย นอกเหนือจากกรมการจัดหางาน และกรมเจ้าท่า ที่ดำเนินการอยู่เดิม ดังที่ปรากฏในคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว”Ž นายจรินทร์กล่าว

ปัจจุบันเครื่องดังกล่าวทางกรมเจ้าท่ามอบให้กรมการจัดหางาน (กกจ.) ยืมใช้ 30 เครื่อง โดยดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์แรงงานต่างด้าวกลุ่มประมงและแปรรูปสัตว์น้ำ ใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับทะเล และ กทม. แต่ปัจจุบันเครื่องชำรุดไป 3 เครื่อง

ซึ่ง นาย อนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดี กกจ. ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันได้กระจายเครื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ ซึ่งจากการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2560 ได้สแกนม่านตาแรงงานต่างด้าวกลุ่มประมงทะเลไปแล้ว 21,477 คน ส่วนกิจการแปรรูปสัตว์น้ำดำเนินการ 18 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน ทำไปแล้ว 3,040 คน

ตอนนี้ยังเหลือแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้ที่ต้องเข้าสแกนม่านตาอีก 7 หมื่นคน ส่วนสำหรับสแกนม่านตาแรงงานต่างด้าวกลุ่มอื่นๆ ยังไม่มี

ทั้งนี้ จากตัวเลขที่ยังเหลือในการสแกนม่านตานั้น ล่าสุดคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 49/2560 เรื่องการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ตามออกมา โดยให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล คือ จ.กระบี่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชุมพร ตราด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระนอง ระยอง สงขลา สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และ จ.สุราษฎร์ธานี กรรมการมาจากหลายกระทรวง เพื่อบูรณาการสร้างระบบตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์ที่มีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะสำหรับแรงงานภาคประมง ซึ่งมีปัญหาลายนิ้วมือลบเลือนจากการทำงานในเรือประมง จึงต้องใช้วิธีการสแกนม่านตานั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...