โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ติดคุกจริง 2 ร้านค้าขายหน้ากากแพง "บึงกาฬ- เพชรบูรณ์"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ธ.ค. 2563 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2563 เวลา 06.17 น.
บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์

พาณิชย์ เผย 2 ร้านค้า บึงกาฬ เพชรบูรณ์ ขายหน้ากากแพง แจ้งดำเนินคดี หลังสิ้นสุด ติดคุกและรอลงอาญา ขณะที่กระแสขายหน้ากากกล่องละ 300 บาทในพื้นที่ชลบุรี หลังตรวจสอบกว่า 10 ร้านค้า ไม่พบขายแพง

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าว ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ว่ามีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยกล่องละ 300 บาทในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการและมอบหมายให้ตนติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่มีการจำหน่ายแพงเกินสมควรนั้น

ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ดำเนินการตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากกล่องละ 300 บาท ตามที่สื่อนำเสนอข่าวเป็นจริงหรือไม่ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้า ร้านขายยา 10 แห่ งซึ่งได้สุ่มไปแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะบางแสน ไม่พบว่ามีการขายแแพงตามที่สื่อนำเสนอข่าวออกไปแต่อย่างไร

โดยร้านค้าที่เข้าตรวจสอบ เช่น ร้านดีฟาร์มาซี สาขาบางแสน ,ร้านฟาซิโน สาขาบางแสน ,ร้านWHC วังยาเอลแคร์ ,ร้านบ้านยาบูรพา ,ร้านยาหยีเภสัช ,ร้านเฮลท์ อัพ สาขาห้างแหลมทอง ,ร้านบูทส์ สาขาห้างแหลมทอง ,ร้านวัตสันสาขาห้างแหลมทอง ,ร้านบริบาลเภสัช และร้านคลังยา 51 เป็นต้น

โดยเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบเบื้องต้น ในการเข้าไปสอบถามราคาซื้อ-ขาย เหมือนประชาชนทั่วไป ก่อนที่จะแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งส่วนใหญ่จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีการจำหน่ายเกินราคาที่ กรมการค้าภายในประกาศไว้ที่ 2.50 บาทต่อชิ้น ยังอยู่ในราคาควบคุม ราคาต่อกล่องอยู่ที่ 85-120 บาทกล่องละ 50 ชิ้น

นอกจากนี้ แม้การตรวจสอบจะพบว่าหลายร้านสินค้าเหลือน้อยลง เนื่องจากไม่ได้สต็อกสินค้าไว้แต่ร้านค้าก็มีการสั่งซ้อสินค้าไว้แล้ว โดยเชื่อว่าหน้ากากอนามัยมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน จากปัญหาการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ประชาชนวิตกกังวลและมีความต้องการซื้อเป็นจำนวนมาก แต่หน้ากากทางเลือกก็ยังเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถใช้ป้องกันได้ โดยสามารถหาซื้อได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยทั่วประเทศ 76 จังหวัด ซึ่งมีร้านค้าที่จำหน่ายทั้งสิ้น 14,847 ร้านค้าทั่วประเทศ พบว่ามีร้านการกระทำความผิด 435 ราย และได้ดำเนินคดีสิ้นสุดไปแล้ว 2 ราย ที่จังหวัดบังกาฬ 1 ราย ผิด มาตรา 29 ซึ่งขณะนี้รอลงอาญา ปรับ 50,000 บาท และอีก 1 รายที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ผิดมาตรา 29 จงใจขายแพง และผิด มาตรา 30 ปฏิเสธการขาย ไม่รอลงอาญา จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท ส่วนคดีที่เหลืออยู่ในชั้นศาลรอการพิจารณาต่อไป

นายบุณยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พบว่ามีความต้องการหน้ากากเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดในพื้นที่ และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พาณิชย์ พบว่าหน้ากากอนามัยยังมีเพียงพอต่อความต้องการ ส่วนการจำหน่ายหน้ากากยังอยู่ในราคาควบคุม ไม่พบว่ามีการจำหน่านแพงเกินสมควร และไม่พบการกักตุน รวมไปถึง ในพื้นที่จังหวัดอื่น เช่น นนทบุรี พะเยา ชลบุรี เป็นต้น

ส่วนในกลุ่มสินค้าเจลล้างมือ แอลกอฮลล์ล้างมือ อุปกรณ์ชำระล้าง จากการติดตามสินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน เนื่องจากกรมสรรพสามิตได้ปลดล็อกปัญหาการผลิตแอลกอฮลล์ ทำให้การผลิตดีขึ้นและมันสำปะหลังไทยเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการผลิตแอลกอฮอล์อีกด้วยก็มีเพียงพอต่อความต้องการแน่นอน ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นว่ามีการจำหน่ายเกินจริง สามารถแจ้งสายด่วน 1569 ได้ เพื่อที่จะส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบทันที

การจำหน่ายเกินราคา มีความผิดตามมาตรา 25 โดยมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีการจำหน่ายแพงเกินสมควร มีการกักตุน มีความผิดตามมาตรา 29 และ 30 ซึ่งมีโทษหนักจำคุก 7 ปี ปรับสูงสุด 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...