โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

เปิดตำนาน ! อัลบั้มเพลงไทยล้ำสมัยแห่งยุค 80s : ‘ไปทะเล’ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล

BT Beartai

อัพเดต 09 ก.พ. 2564 เวลา 16.07 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2564 เวลา 09.47 น.
เปิดตำนาน ! อัลบั้มเพลงไทยล้ำสมัยแห่งยุค 80s : ‘ไปทะเล’ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2527 ‘ไนท์สปอต’ บริษัทที่ทำธุรกิจรายการวิทยุและจัดคอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศได้ผันตัวเองมาสู่ค่ายเพลงหัวก้าวหน้าตั้งบริษัท WEA Records (Thailand) เพื่อผลิตผลงานเพลงไทยสากลระดับตำนานที่ยกระดับมาตรฐานวงการเพลงไทยไว้มากมาย ศิลปินที่ออกผลงานกับทางค่ายล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพประดับวงการเพลงไทยทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น อัสนี-วสันต์ , มัน ลาโคนิคส์, มาลีวัลย์ เจมีน่า, เบิร์ดกะฮาร์ท, ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ และ ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ศิลปินเบอร์แรกของค่ายที่เปิดตัวด้วยผลงานชุด ‘ไปทะเล’ ในปี พ.ศ. 2527

ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล

ปานศักดิ์ มีดีกรีทางด้านดนตรีที่เข้มข้นทั้งชนะเลิศการแข่งขันดนตรีชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2512 ในนามวง Soul & Blues และ รางวัลชนะเลิศแชมป์กีต้าร์แห่งประเทศไทย จัดโดยสยามกลการ เมื่อ พ.ศ. 2521 นอกจากนี้ยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย ในการแสดงกีตาร์ Southeast Asian Guitar Festival’78 ร่วมแสดงกีตาร์กับตัวแทนจากประเทศเอเชีย 7 ประเทศ พ.ศ. 2521 จากประสบการณ์ทางดนตรีที่เข้มข้นและประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดนจากการไปศึกษาสาขาศิลปะเพื่อการโฆษณาที่ University of Montevallo รัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกาทำให้ผลงานเพลงของปานศักดิ์ มีความแปลกใหม่ ล้ำสมัย และฉีกขนบของงานเพลงไทยในยุคนั้น นอกจากนี้ปานศักดิ์ยังเป็นนักร้องคนแรก ๆ ของไทยที่นำเอาเทคนิคการเปล่งเสียงออกจากปอดมาใช้ในการร้องเพลงไทยอีกด้วย

ปกอัลบั้ม ‘ไปทะเล’

‘ไปทะเล’ มีการบันทึกเสียงที่อเมริกาและออกแบบปกอัลบั้มที่ไม่เหมือนใครด้วยการใช้ภาพกราฟิกแทนที่จะเป็นภาพถ่ายของศิลปินเหมือนปกเพลงไทยสมัยนั้น ลวดลายกราฟิกบนปกอัลบั้ม ‘ไปทะเล’ ดู ๆ ไปก็ให้ความรู้สึกคล้ายงานปกอัลบั้มเพลงแนว City Pop ในยุค 80s ของญี่ปุ่นที่ออกแบบโดย Hiroshi Nagai อยู่เหมือนกัน บทเพลงทั้ง 9 ในอัลบั้ม ‘ไปทะเล’ คือเพลงไทยสากลที่มีสีสันหลากหลายอันผสานไว้ด้วยอิทธิพลของดนตรีตะวันตกอย่าง พอป ร็อก เร็กเก โฟล์ก คันทรี มีทั้งเพลงร้องและเพลงบรรเลง และเนื้อหาของเพลงก็มีความแปลกใหม่และน่าสนใจมีทั้งเพลงรัก เพลงที่สอดแทรกปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังแฝงไว้ด้วยแง่มุมเชิงปรัชญา เนื้อร้องไม่มีการเล่าเรื่องที่ฟุ่มเฟือยมีการใช้คำง่าย ๆ แต่คมคายและชวนคิดนึกตรึกตรอง อย่างเพลงที่มีชื่อว่า “รักเป็นฉันใด” ก็เป็นเพลงร็อกสนุก ๆ ที่ตั้งคำถามถึงนิยามของคำว่า ‘รัก’  หรือ “มาช่วยกันสร้าง” ก็เป็นบทเพลงที่กระตุ้นเตือนให้เราไม่ลุ่มหลงอยู่ในวงจรของวัตถุนิยมที่ทรัพย์สินเงินทองมีค่ามากกว่าสิ่งใด  “เพื่อน” และ“ชายทะเล (ภูเก็ต)” ก็เป็นสองเพลงบรรเลงกีตาร์ที่เรียบง่ายและฟังเพลินอย่างเพลงหลังที่หลับตาฟังเมื่อใดก็ได้กลิ่นทะเลโชยมาเลย  

อีกหนึ่งเพลงรักในอัลบั้มที่มาด้วยกลิ่นอายเพลงคันทรีในจังหวะสนุก ๆ และท่วงทำนองที่น่ารัก “ฉันรักเธอทุกเวลา” เป็นเพลงรักหวาน ๆ ฟังเพลินเพลงหนึ่งเลยทีเดียว แถมมีโชว์ลีลาโซโลกีตาร์สุดเท่สมดีกรีแชมป์ประเทศไทย “แผ่นดินไทย” ก็เป็นเพลงรักเช่นกันแต่รักครั้งนี้ไม่ได้มีไว้ให้กับคนที่หมายปอง แต่เป็นรักบ้านเกิดเมืองนอน เสียงเกากีตาร์อะคูสติกเคล้าไปในท่วงทำนองละมุนกับเสียงร้องเจืออารมณ์เศร้าของปานศักดิ์ก็ปลุกเร้าความรู้สึกได้ดีเลยทีเดียว

หากถามถึงเพลงช้าอกหักว่ามีไหมในอัลบั้มนี้ก็คงต้องตอบว่ามีเพลงที่เข้าข่ายอยู่เหมือนกันเพลงนั้นก็คือ “คิดว่าสักวัน” ที่เปิดมาด้วยท่อนร้องอันคมคายว่า “รักเธอนั้น ช่างเหมือนกับสายน้ำวน สุดที่จะหยั่งถึงได้ รักฉันนั้น ปล่อยไปตามสายน้ำวน สุดที่สายน้ำจะพา” ก่อนจะนำพาให้สู่ห้วงแห่งความละมุนเศร้า ถ่ายทอดอารมณ์ครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์ที่เลยผ่าน ไม่ใช่เพลงรักอกหักแบบเฝือ ๆ แต่เป็นเพลงรักอกหักของคนที่มีวุฒิภาวะ ครุ่นคิดถึง ขบคิด และทำความเข้าใจในความแตกต่างของคนสองคนบนความสัมพันธ์เพื่อพัฒนามันในครั้งต่อ ๆ ไป เนื้อเพลงใช้สำนวนโวหารเปรียบเปรยได้อย่างลุ่มลึกคมคายและเลื่อนไหลไปในท่วงทำนองของดนตรีอะคูสติกละมุนละไม

“อย่ามัวฝัน” หนึ่งในไฮไลต์ของอัลบั้มที่มาพร้อมกับท่วงทำนองละมุนชวนล่องลอย ไลน์ดนตรีปรุงกันมาได้กำลังดีมีทั้งความเท่ ความฟุ้งฝัน และความงาม มีการเติมความเท่ด้วยการร้องรวบคำนิด ๆ ตรงท่อนร้อง ในช่วงท้ายมีการเติมเสียงแซ็กโซโฟนเข้ามาได้อย่างสดฉ่ำล้ำเลิศชวนเคลิบเคลิ้มมาก ๆ  พอมาเจอกับเนื้อร้องที่กระตุ้นเตือนให้เราเห็นความสำคัญของการลงมือทำ “อย่ามัวฝัน เวลานั้นไม่คอยท่า อย่ามัวช้าไปเลย ถ้าหากวันนี้ เราทำให้มันมีค่า วันข้างหน้าฝันนั้นเป็นจริง” แล้วเหมือนกับกำลังโดนสะกดจิตเลยทีเดียว

ส่วน “ไปทะเลกันดีกว่า” แทร็กแรกอันเป็นที่มาของชื่ออัลบั้ม เป็นเพลงที่แปลกใหม่ด้วยการเป็นเพลงเร็กเกเนื้อไทยที่ถือว่าล้ำสมัยในยุคนั้น เนื้อหาไม่มีอะไรมากนอกเสียจากอยากให้เราพักกายใจและไปทะเลกัน ฟังแล้วใจมันสดชื่นรื่นรมย์ หัวใจโหยหาทะเลขึ้นมาทันที “ทะเลนั้นเป็นเพื่อน ที่ไม่เคยมุ่งหวัง อะไรจากใจ อย่างที่คนคอยเฝ้าหวัง ไปทะเลกันดีกว่า ไปทะเลกันดีกว่า” นอกจากนี้สิ่งที่พิเศษสำหรับ “ไปทะเลกันดีกว่า” ก็คือการเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่มีมิวสิกวิดีโอแบบจริงจัง เพราะก่อนหน้านั้นเอ็มวีเพลงไทยส่วนใหญ่จะเป็นภาพศิลปินมาเล่นดนตรีกัน ไม่มีเรื่องราวอะไรทั้งนั้น

มิวสิกวิดีโอ “ไปทะเลกันดีกว่า” ได้ต่อ สันติศิริ ครีเอทีฟโฆษณามือทองมาครีเอทงานสุดติสต์ และได้ ไมเคิล วอล มาเป็นผู้กำกับ คอนเซปต์ของเอ็มวีต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความวุ่นวายหน่ายชีวิตของสังคมในเมืองหลวงด้วยการสะท้อนให้เห็นสภาพความวุ่นวาย ผู้คนที่พลุกพล่านมากมายแต่ใส่หน้ากากคล้าย ๆ  กันไปหมด ‘ปานศักดิ์’ จึงต้องออกมาพร้อมบทเพลงไทยเร็กเกชวนหนีร้อนกายร้อนใจไปพึ่งทะเลกันดีกว่า อีกเพลงในอัลบั้มที่ทำเอ็มวีออกมาก็คือ“รักเป็นฉันใด” ที่นำเสนอออกมาด้วยสีสันฉูดฉาดแปลกตาให้อารมณ์เหมือนงานพอปอาร์ต เข้ากันดีกับสปอนเซอร์งานเพลงชุดนี้อย่างฟิล์มสีโกดัก เรียกได้ว่าสดใหม่และแปลกใหม่เป็นที่จดจำของผู้คนในยุคนั้นและกลายเป็นตำนานของวงการเพลงไทยตั้งแต่นั้นมา

ต่อมาในปี 2529 ปานศักดิ์ได้ออกผลงานชุดที่ 2 มีชื่อว่า “ไปเป็นชาวเกาะ” แต่ย้ายสังกัดมาอยู่กับ Creatia Artists ที่มีทีมงานคุณภาพอย่าง พนเทพ สุวรรณะบุณย์, ประภาส ชลศรานนท์, อิทธิ พลางกูร, ธเนส สุขวัฒน์ และจิระ มะลิกุล และมีศิลปินแนวหน้าของวงการเพลงไทยอย่าง ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว , รวิวรรณ จินดา, ชรัส เฟื่องอารมณ์ เป็นต้น “ไปเป็นชาวเกาะ” ให้อารมณ์เหมือนเป็นภาคต่อจาก “ไปทะเล” ที่ตอนแรกแค่อยากพาตัวเองมาหย่อนกายหย่อนใจที่ทะเล แต่ไป ๆ มา ๆ คราวนี้รู้สึกเบื่อเมืองกรุงมุ่งแสวงหาธรรมชาติก็เลยอยากจะ “ไปเป็นชาวเกาะ” มันซะเลย “จะจูบอำลาสังคม แสงสีในเมืองนภา หากเบื่อชีวิตในเมืองกรุง และคิดใจมุ่งแสวงหา มีธรรมชาติในวิญญา ตามฉันมาเป็นชาวเกาะเอย”

ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล คือหนึ่งในศิลปินคุณภาพที่สร้างสรรค์ผลงานขับเคลื่อนวงการเพลงไทยเอาไว้ ถึงแม้จะมีผลงานออกมาแค่เพียง 2 อัลบั้ม แต่ก็ต้องยอมรับว่างานทั้ง 2 อัลบั้มนี้เป็นงานคุณภาพระดับพรีเมียมเปี่ยมความคิดสร้างสรรค์อันละมุนละไมที่เป็นหมุดหมายสำคัญของวงการเพลงไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เปิดตำนาน ! อัลบั้มเพลงไทยล้ำสมัยแห่งยุค 80s : ‘ไปทะเล’ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล
เปิดตำนาน ! อัลบั้มเพลงไทยล้ำสมัยแห่งยุค 80s : ‘ไปทะเล’ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล
เปิดตำนาน ! อัลบั้มเพลงไทยล้ำสมัยแห่งยุค 80s : ‘ไปทะเล’ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล
เปิดตำนาน ! อัลบั้มเพลงไทยล้ำสมัยแห่งยุค 80s : ‘ไปทะเล’ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล
เปิดตำนาน ! อัลบั้มเพลงไทยล้ำสมัยแห่งยุค 80s : ‘ไปทะเล’ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล
เปิดตำนาน ! อัลบั้มเพลงไทยล้ำสมัยแห่งยุค 80s : ‘ไปทะเล’ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...