โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุสดใส รับสังคมสูงปีสมบูรณ์แบบปีหน้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ส.ค. 2564 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2564 เวลา 09.22 น. • The Bangkok Insight

สังคมสูงอายุ เต็มรูปแบบปีหน้า ทำครอบครัวเดี่ยวและการอาศัยอยู่คนเดียวที่เพิ่มมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมสูงอายุ ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล หรือผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้แต่ต้องอาศัยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นและช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน

ดังนั้น ตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันรักษาเบื้องต้นและอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุในไทย จึงมีโอกาสเติบโตตามความต้องการบริการสุขภาพและการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในระยะข้างหน้า

สังคมสูงอายุ

 

แต่ตลาดก็ยังมีข้อจำกัดทั้งทางด้านกำลังซื้อและการพัฒนารูปแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นโอกาสและความท้าทายของธุรกิจ ดังนี้

ความต้องการใช้งานอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งจากภาคธุรกิจ (B2B) และฝั่งผู้บริโภคโดยตรง (B2C) โดยสัดส่วนการใช้งานส่วนใหญ่ยังเป็นของภาคธุรกิจ ทั้งในสถานพยาบาลที่เน้นกลุ่มลูกค้าสูงอายุมากขึ้น รวมไปถึงธุรกิจที่ไม่ใช่สถานพยาบาล อย่างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ และเนิร์สซิ่งโฮม ที่น่าจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้สูงอายุ

ในขณะเดียวกันความต้องการใช้งานของผู้บริโภคโดยตรง ก็น่าจะเติบโตได้ตามจำนวนผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันรักษาโรคและอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

โดยตลาดอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุที่จะได้รับอานิสงส์จากความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  • อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันรักษาเบื้องต้น เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด เครื่องวัดออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เป็นต้น และ
  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัย เช่น เตียง รถเข็น ราวจับช่วยพยุง พื้นกันลื่นลดแรงกระแทก ทางลาด ลิฟท์ยกรถเข็น และอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์เซนเซอร์แจ้งเตือนการหกล้ม เป็นต้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามูลค่าการใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์และอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุในไทยปี2564 จะอยู่ที่8,000 – 9,000 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ8-10% ของตลาดอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ทั้งหมดของไทยโดยสัดส่วนมูลค่าตลาดส่วนใหญ่ยังเป็นเม็ดเงินในภาคธุรกิจ(B2B) เป็นหลัก

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเฉพาะหน้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ผู้สูงอายุบางส่วนต้องพักรักษาตัวที่บ้านเนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ตามปกติกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อจึงมีความต้องการอุปกรณ์เพิ่มขึ้นในระยะนี้ด้วย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าในระยะ5 ปีข้างหน้ามูลค่าการใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์เพื่อผู้สูงอายุน่าจะเติบโตได้เฉลี่ย7.8% ต่อปีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยจะเป็นกลุ่มอุปกรณ์ที่น่าจะเติบโตได้มากกว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันรักษาเบื้องต้นโดยเฉพาะการเติบโตตามการเพิ่มขึ้นของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุและที่พักอาศัยเพื่อผู้สูงอายุ ทำให้มีความต้องการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มากขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก ซึ่งจะตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อได้

อย่างไรก็ดีสินค้าทั้งในกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ผลิตได้ในไทยอาจยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในประเทศได้ทั้งหมดและส่วนใหญ่ยังเป็นอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานและใช้เทคโนโลยีอย่างง่ายทำให้ในระยะแรกผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศน่าจะได้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นซึ่งแหล่งนำเข้าที่สำคัญอาทิจีนญี่ปุ่นและไต้หวัน

ทั้งนี้ผู้ผลิตในประเทศจะต้องยกระดับการผลิตไปสู่อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นแต่อาจยังไม่ซับซ้อนมากนักเพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ในระยะข้างหน้าโดยกลุ่มสินค้าที่น่าจะมีศักยภาพในการผลิตเช่นเตียงไฟฟ้ารถเข็นไฟฟ้าควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐานสินค้าราคาที่เข้าถึงได้และการทำตลาดซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ

ทั้งนี้ กลุ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่น่าสนใจ ได้แก่ อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ที่มีระบบอำนวยความสะดวกมากขึ้น โดยสินค้าในกลุ่มนี้จัดเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งผู้ผลิตในประเทศส่วนใหญ่ยังผลิตอุปกรณ์พื้นฐานและยังมีความซับซ้อนของเทคโนโลยีไม่มากนัก เช่น รถเข็นและเตียงธรรมดา

ส่วนอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอาจยังต้องพึ่งพาการนำเข้าหรือนำเข้าบางชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในประเทศ ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายของผู้ผลิตในประเทศที่ต้องยกระดับการผลิต เพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อที่มองหาอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น อย่างรถเข็นไฟฟ้าที่สามารถปรับยืนหรือช่วยพยุงการลุกขึ้นของผู้สูงอายุ รวมถึงเตียงไฟฟ้าปรับระดับความสูง ท่านั่งท่านอน และมีกลไกช่วยพลิกตัว

ในขณะเดียวกันอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์อุปกรณ์ช่วยเหลือเพื่อติดตั้งในที่อยู่อาศัยก็น่าจะเติบโตได้เพื่อตอบโจทย์การปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมและช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้สูงอายุเช่นราวจับช่วยพยุงทางลาดกันลื่นพื้นลดแรงกระแทกในที่อยู่อาศัยซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการในธุรกิจการแพทย์สุขภาพและธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่เข้าสู่ตลาดสินค้าอุปกรณ์เพื่อผู้สูงอายุมากขึ้นรวมไปถึงอุปกรณ์ติดตามตัวผู้สูงอายุเพื่อแจ้งเตือนและขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่เชื่อมต่อกับผู้ดูแลหรือศูนย์ช่วยเหลือได้ทันทีในรูปแบบอุปกรณ์สำหรับติดตั้งตามพื้นที่ต่างๆในบ้านและ Smart IoT Devices อย่างสมาร์ทวอชเซนเซอร์ติดตามตัวก็เป็นที่นิยมมากขึ้นเนื่องจากมีการพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุได้ทันท่วงทีซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

ถึงแม้จะมีผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช้งานเองและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุในประเทศบ้างแล้วแต่นอกจากการแข่งขันทางด้านราคาแล้วยังมีความท้าทายในการแข่งขันกับสินค้านำเข้าทั้งทางด้านแบรนด์สินค้าระดับเทคโนโลยีและความสามารถในการทำตลาดดังนั้นศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าจุดเด่นของผู้ผลิตในไทยน่าจะอยู่ที่การทำความเข้าใจวิถีชีวิตและความต้องการของผู้สูงอายุในไทยและสร้างความแตกต่างของสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการใน2 ประเด็นหลัก คือ

1) กำลังซื้อ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ของประเทศยังพึ่งพิงสวัสดิการรักษาพยาบาลผ่านระบบประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นหลัก ซึ่งมีสิทธิรับอุปกรณ์การแพทย์อย่างรถเข็นกรณีเป็นผู้มีปัญหาในการเดิน ทำให้กลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้ออุปกรณ์เองและมีรายได้เพียงพอในอนาคต

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า สัดส่วนกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มที่มีกำลังซื้อมีเพียง 20-30% ของประชากรสูงอายุทั้งหมดในปี 2573 หรือประมาณ 3.4 ล้านคน ที่คาดว่าจะมีรายได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพด้วยตนเอง

2) รูปแบบสินค้า/ให้บริการ ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา สะดวกในการพกพา ใช้งานง่าย และสามารถปรับระดับให้เหมาะกับสรีระของผู้สูงอายุไทย โดยสินค้ากลุ่มที่ต้องมีการติดตั้งในที่อยู่อาศัย เช่น ระบบทางลาด ลิฟท์ยกรถเข็น พื้นกันลื่นลดแรงกระแทก รองรับการติดตั้งในที่อยู่อาศัยเดิมของลูกค้า โดยมีค่าใช้จ่ายไม่สูงและไม่ต้องปรับปรุงพื้นที่มากนัก สามารถใช้งานร่วมกันได้ทุกวัย ส่วนกลุ่มสินค้ารถเข็นไฟฟ้า เตียงไฟฟ้า อาจมีระยะเวลารับประกันที่ยาวขึ้น หรือสามารถซื้อประกันเพิ่มเติมสำหรับการขยายระยะเวลารับบริการหลังการขาย เพื่อลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุลง

อ่านข่าวเพิ่มเติม:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...