เรื่องน่ารู้ ประวัติพิธีมิสซา และจอกกาลิกส์ สมบัติเก่าแก่ในพิธี
เรื่องน่ารู้ ของ พิธีมิสซา พิธีสำคัญทางศาสนาคริสต์ เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า พิธีมิสซาคืออะไร มีประวัติอย่างไร และพิธีการอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาติดตามพร้อมกัน
เรื่องน่ารู้ ประวัติพิธีมิสซา
พิธีมิสซา คือ พิธีบูชาขอบพระคุณ ในความเป็นหนึ่งเดียวกันของคริสตชน โดยมีองค์พระเยซูเจ้าเอง เป็นเครื่องบูชา เพื่อไถ่บาปแทนเรามนุษย์ อาศัยพระกายและพระโลหิตที่ยอมสละและพลีชีวิตเพื่อเรา ดังนั้น พิธีมิสซา จึงเป็นพิธีของส่วนรวมในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่คริสตชนจะขอบพระคุณพระเจ้า
ในพิธีมิสซา คริสตชนเชื่อว่า องค์พระเยซูเจ้าประทับอยู่อย่างแท้จริงใน 3 วิธีการ คือ
จากพระวาจาของพระองค์ในบทอ่านจากพระคัมภีร์
ระหว่างการเสกปัง และเหล้าองุ่น เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการที่พระเยซูเจ้าจะสถิตอยู่ในพิธีมิสซาฯ เพราะเป็นการรื้อฟื้นการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายของพระเยซูเจ้า
การรับศีลมหาสนิท ซึ่งเป็น “ปังทรงชีวิต”
พิธีการต่าง ๆ ของพิธีมิสซา ประกอบด้วยดังนี้
- ภาคเริ่มพิธี
เริ่มจากเพลงแห่เข้า – คำทักทาย – การสารภาพความผิด – บทกีรีเอ – (พัฒนามาจากบทลีตานีอาในยุคแรกเริ่ม) – บทกลอรีอา และจบที่บทภาวนาของประธาน จุดประสงค์เพื่อเริ่มต้นนำ และเตรียมให้บรรดาสัตบุรุษที่ชุมนุมอยู่ด้วยกัน มีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน และเป็นการโน้มน้าวจิตใจให้พร้อมที่จะฟังพระวาจาของพระเจ้าอย่างถูกต้อง และให้เฉลิมฉลองศีลมหาสนิทอย่างสมควร
ภาควจนพิธีกรรม เป็นส่วนหนึ่งของพิธีที่ปฏิบัติกันมาแต่เดิมก่อนยุคของพระเยซูคริสตเจ้า โดยในพิธีมิสซา จะจัดให้มี “โต๊ะพระวาจา” หรือธรรมาสน์ เพื่อใช้อ่านพระวาจาของพระเป็นเจ้า แยกออกจาก “โต๊ะศีลมหาสนิท” หรือพระแท่นอันเป็นจุดสำคัญที่สุดของพิธีกรรม
ภาคศีลมหาสนิท เริ่มจากภาคถวายเครื่องบูชา จนถึงบทภาวนาหลังรับศีล คือการเตรียมเครื่องบูชา – การเสกศีลฯ และการรับศีลฯ เป็นต้น
การเตรียมเครื่องบูชา
โดยต้องเตรียมพระแท่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมศีลมหาสนิททั้งมวล โดยปูผ้ารองจอกกาลิกส์และจานศีล นำผ้าเช็ดจอกกาลิกส์ (Purificator) และหนังสือมิสซาวางบนพระแท่น นำแผ่นปังและเหล้าองุ่นมาเตรียมไว้ รวมทั้งมีการบริจาคใส่ถุงทานสำหรับคนยากไร้ หรือทางวัดด้วย
คำภาวนาแห่งศีลมหาสนิท
หรือการเสกปังและเหล้าองุ่น ให้เป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้า ถือเป็นหัวใจสำคัญของพิธีมิสซา ประกอบด้วยการเสกศีล เพื่อระลึกถึง และรื้อฟื้นถึงการตั้งศีลมหาสนิทของพระเยซูเจ้า ในอาหารค่ำมื้อสุดท้ายก่อนทรงรับทรมาน และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน การขับร้องเพลงศักดิ์สิทธิ์ บทข้าแต่พระบิดา การบิปัง และการรับศีลมหาสนิทของสัตบุรุษ ซึ่งการรับศีลมหาสนิท นับว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณพระเจ้า
จอกกาลิกส์ สมบัติเก่าแก่ในพิธี
ในงานพิธีมิสซา จะได้เห็น “จอกกาลิกส์ อายุ 173 ปี” มรดกที่มิชชันนารีมอบให้กับสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน อยู่ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ซอย เจริญกรุง 40 ซึ่งถูกผลิตขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1846 โดยนักประวัติศาสตร์คาทอลิกเชื่อว่าจอกใบนี้เป็นสมบัติของ พระสังฆราช ฌอง บัปติสต์ ปัลเลอกัว ซึ่งผลิตมาจากเงินแท้ และใช้กรรมวิธีอะไหล่ทอง โดยศิลปะที่ใช้ในการออกแบบเป็นศิลปะยุคบาโรค
รูปปั้นพระแม่มารีย์ อายุ 100 ปี
ในทุกพิธีมิสซาของพระสันตะปาปาในแต่ละประเทศ ข้างพระแท่นต้องมีรูปพระแม่มารีย์อยู่เสมอ และรูปที่ประเทศไทยจะใช้ในวันที่ 21 พ.ย. 2019 คือ รูปปั้นพระแม่มารีย์ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 100 ปี สั่งผลิตเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศส โดยโรงงานผลิตรูปพระขนาดใหญ่ที่แคว้นนอร์มังดี โดยคุณพ่อเอมิล กอลมเบย์ ได้สั่งเข้ามาในช่วงที่อาสนวิหารอัสสัมชัญสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1919 สำหรับแม่พระรูปนี้จะถูกตั้งอยู่บริเวณพระแท่นในพิธีบูชาขอบพระคุณ ณ สนามศุภชลาศัย ในวันที่ 21 พฤศจิกายน โดยความสำคัญของแม่พระรูปนี้ คือ แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ เป็นองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรในประเทศไทย ดังนั้นจึงถูกคัดเลือกนำมาใช้ในเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น