โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากขนมจีนคลุกน้ำปลา ถึงมื้อเที่ยง ร.ร.กรุง (คลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 มิ.ย. 2561 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2561 เวลา 08.30 น.

มีการเผยแพร่คลิปโรงเรียนแห่งหนึ่งจัดอาหารกลางวันให้เด็กกินเป็นเมนูขนมจีนคลุกน้ำปลา ซึ่งไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ จนเกิดการตรวจสอบไปยังโรงเรียนในท้องถิ่นอื่นๆ ว่ามีการจัดอาหารกลางวันในลักษณะดังกล่าวอีกหรือไม่ และเข้าข่ายการทุจริตค่าอาหารกลางวันของเด็กหรือไม่นั้น

ขณะที่กระแสข่าวนี้กำลังดังครึกโครม กลับพบว่าในค่าอาหารกลางวันที่ให้เด็กกินฟรีจำนวน 20 บาทต่อคนต่อวัน ที่ทุกท้องถิ่นได้เท่ากัน เมื่อไปดูที่ท้องถิ่นอย่าง ”กรุงเทพมหานคร”Ž หรือ กทม. ในบางมื้อเด็กโรงเรียนสังกัด กทม.ทั้ง 437 แห่ง ได้กินขนมจีน แต่ไม่ใช่ขนมจีนคลุกน้ำปลา เป็นขนมจีนน้ำยา บวกกับขนมหวาน หรือผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่

แถมยังได้อาหารมื้อเช้าเพิ่มอีก 1 มื้อ เรียกว่า ”กินฟรี”Ž วันละ 2 มื้อ ทุกวันจันทร์-ศุกร์

อย่างเช่นที่โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร กทม. พบว่ามีการให้บริการทั้งอาหารเช้าและอาหารกลางวัน โดย กทม.ได้เพิ่มค่าอาหารเช้าให้อีกหัวละ 10 บาท รวมเป็นวันละ 30 บาทต่อหัว

นางทรายทอง ตรีสัตยกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ บอกว่า หากโภชนาการดี เด็กจะมีพัฒนาการทางร่างกายและสมองที่ดี สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แต่เดิม กทม.มีเพียงโครงการอาหารกลางวันให้เด็กได้กินอิ่ม แต่มาช่วง 7 ปีหลัง คณะผู้บริหารได้เพิ่มอาหารมื้อเช้าให้อีก 1 มื้อ สรุปคือเด็ก กทม.จะได้กินวันละ 2 มื้อ ซึ่งปัจจุบันมื้อเช้าเฉลี่ยหัวละ 10 บาท ส่วนมื้อกลางวันหัวละ 20 บาท โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์มีนักเรียน 1,600 คน จะได้ค่าอาหารตามรายหัววันละ 30 บาทต่อคน มื้อเช้าจะเน้นอาหารจานเดียว เช่น ข้าวต้ม ชุดอาหารเช้า (ขนมปัง ไข่ดาว หมูแฮม โอวัลติน) สปาเกตตี ข้าวไก่กระเทียม ฯลฯ มื้อกลางวัน เช่น ข้าวและกับข้าว 2 อย่าง ขนมจีนน้ำยา ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ราดหน้า ฯลฯ จะเพิ่มขนมหวาน หรือผลไม้ตามฤดูกาลให้ด้วย เด็กทุกคนสามารถเติมได้จนกว่าจะอิ่มทุกมื้อ แต่เด็กจะกินทุกคนหรือไม่ โรงเรียนไม่ได้บังคับ เพราะเด็กบางคนมื้อเช้าอาจจะกินมาจากที่บ้านแล้ว ที่สำคัญโรงอาหารของโรงเรียนก็มีร้านค้าให้บริการด้วย แต่ส่วนใหญ่เด็กจะกินอาหารของโรงเรียน เพราะชอบรสชาติ และประหยัดเงินผู้ปกครอง”Ž นางทรายทองกล่าว

ในส่วนของการจัดสรรเมนูอาหารนั้น นางทรายทอง กล่าวว่า แต่ละโรงเรียนจะมีการวางแผนจัดเตรียมเมนูอาหารให้เด็กล่วงหน้า ซึ่งส่วนใหญ่จะทำรายการอาหารเป็นรายเดือน และประเมินค่าใช้จ่ายเป็นรายเทอม แต่ละสัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ที่โรงอาหารจะมีตารางแจ้งรายการอาหารทั้ง 2 มื้อ ให้เด็กรับทราบล่วงหน้า

“นอกจากนี้ ในการกำหนดรายการอาหารในแต่ละมื้อ จะมีครูด้านโภชนาการ แม่ครัว มาช่วยกันกำหนดเมนูอาหารที่เน้นให้เด็กได้คุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่ เช่น กำหนดว่าใน 1 สัปดาห์ จะต้องมีเมนูที่เป็นกะทิได้ไม่เกิน 2 มื้อ รสชาติอาหารต้องไม่หวานจัด มันจัด หรือเค็มจัด ต้องมีผัก ผลไม้ตามฤดูกาล เช่น สับปะรด แตงโม มะละกอ กล้วย ลิ้นจี่ เงาะ เป็นต้น และหมุนเวียนเมนูเพื่อไม่ให้เด็กเบื่อ อีกทั้งทุกมื้อจะมีครูเวรประจำวันไปตรวจสอบคุณภาพอาหาร พร้อมทั้งช่วยแม่ครัวตักเสิร์ฟตลอดเวลาที่เด็กลงไปกิน เพื่อให้ครูและนักเรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กัน”Ž นางทรายทอง กล่าวและว่า ยิ่งไปกว่านั้น ยังปลูกฝังให้เด็กทุกคนช่วยเหลือตัวเองและมีระเบียบวินัย โดยหลังกินเสร็จจะต้องเก็บจานไปล้าง ซึ่งจะมีอ่างล้างจานเตรียมไว้รองรับด้วย

ไม่เพียงแค่โรงเรียนจัดเตรียมอาหารไว้ให้เด็กกินเท่านั้น แต่ครูและบุคลากรในโรงเรียนจำนวนหนึ่งก็กินอาหารแบบเดียวกับเด็กเช่นกัน โดยครูจะจ่ายค่าอาหารหัวละ 400 บาทต่อเดือน ได้กินอาหารทั้ง 2 มื้อแบบเดียวกับเด็กเช่นกัน

ทั้งนี้ จากการสอบถามความพึงพอใจในโครงการอาหารอาหารเช้าและอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนทุกระดับชั้น ส่วนใหญ่พึงพอใจกับเมนูอาหารที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ เพราะรสชาติอร่อย และได้กินจนอิ่ม อีกทั้งประหยัดเงินค่าอาหาร 2 มื้อ

น.ส.ธวชินี คุมภัย หรือน้องมายด์ นักเรียนชั้น ม.6 กล่าวว่า กินอาหารของโรงเรียนมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ยอมรับว่าบางครั้งก็มีเบื่อบ้าง แต่ก็มีทางเลือกเพราะในโรงอาหารก็มีร้านขายอาหาร แต่ซื้อกินไม่บ่อยเพราะโรงเรียนจัดให้นักเรียนทุกคนกินฟรีจนอิ่ม


“หนูชอบอาหารของโรงเรียน เพราะอร่อย สะอาด และมั่นใจว่าได้ประโยชน์ ที่สำคัญทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้อย่างน้อยมื้อละ 25 บาทŽ” น้องมายด์ กล่าว

ขณะที่ น.ส.สุดารัตน์ ศรีปัตถา หรือน้องส้มส้ม นักเรียนชั้น ม.4 กล่าวว่า ได้กินอาหารเช้าและอาหารกลางวันของโรงเรียนทุกวัน เพราะชอบที่รสชาติอร่อย ถูกปากจนบางเมนูต้องขอเติมรอบที่ 2 และว่า เมื่อทราบข่าวว่ามีบางโรงเรียนจัดอาหารกลางวันให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา รู้สึกสงสัยว่าทำไมครูที่โรงเรียนเขาทำแบบนั้นได้

ด้าน ด.ช.สุวิจักขณ์ จ่าผาย นักเรียนชั้น ม.2 กล่าวว่า ชอบอาหารฟรีของโรงเรียนมาก โดยเฉพาะเมนูข้าวผัดหมู ข้าวมันไก่ เพราะอร่อยกว่าที่ซื้อจากร้านในโรงอาหาร

ที่สำคัญกินของโรงเรียนได้เติมจนอิ่มทุกมื้อ แต่ถ้าซื้อกินอยากเติมต้องจ่ายเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...