โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังอัดแสนล้านอุ้มฐานราก

ฐานเศรษฐกิจ

เผยแพร่ 21 ก.ย 2562 เวลา 05.00 น.

       

*คลังเผยแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ใช้เงินกว่าแสนล้านบาท ทั้งงบประมาณ สินเชื่อแบงก์ เชื่อทำชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน พร้อมดันตั้งธนาคารชุมชน400-500 แห่งในปีแรก หวังปิดช่องโหว่หนี้นอกระบบ คิดดอกเบี้ยเดือนละไม่เกิน1.25% ไม่จำกัดวงเงิน *

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า แนวทางขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนที่เปิดตัวในวันที่ 21 กันยายนนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง มหาดไทย พลังงาน อุตสาห กรรม ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ สมาคมธนาคารไทยสนง.คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)และกองทุนหมู่บ้าน  เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ซึ่งจะใช้เม็ดเงินดำเนินงานไม่ตํ่ากว่าแสนล้านบาท ทั้งจากเงินงบประมาณและเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ตั้งเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนในระดับฐานรากที่มีอยู่ 25-30 ล้านคน ให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

 

ประสงค์ พูนธเนศ

“ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ร่วมมือกันเป็นองค์รวมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงเชื่อว่าจะทำให้ประชาชนระดับฐานรากมีคุณภาพดีขึ้น ทั้งด้านรายได้และความสุข โดยไม่ได้มุ่งเน้นการเติบโตของจีดีพี เราจะมีการให้สวัสดิการที่ดีกับฐานราก ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น กรมธนารักษ์จะหาพื้นที่มาใช้เป็นตลาดชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่รวมถึงกรมพัฒนาชุมชนจะเข้ามาช่วย โดยเน้นที่ประชาชนในพื้นที่จริงๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจ เพื่อทำให้เศรษฐกิจภายในเกิดความเข้มแข็งชดเชยกับเศรษฐกิจภายนอกที่มีปัญหา ทั้งปัญหาราคานํ้ามันในตะวันออกกลางและสงครามการค้า ที่เราควบคุมไม่ได้” นายประสงค์กล่าว

 

ทั้งนี้รัฐบาลมีแผนจัดตั้งธนาคารชุมชนในทุกอำเภอทั่วประเทศ 7,000 แห่ง เพื่อเป็นกลไกแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและสร้างความเข้มแข็งทางการเงินให้กับประชาชนในชุมชน เพราะประชาชนระดับฐานรากมีปัญหาหนี้นอกระบบและถูกคิดดอกเบี้ยสูง 3-5% ต่อเดือน ซึ่งธนาคารชุมชนจะเข้ามาปิดช่องโหว่ ด้วยการคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 1.25% ต่อเดือน ไม่จำกัดวงเงินในการปล่อยกู้ขึ้นกับการพิจารณาของคณะกรรมการในชุมชน

สำหรับธนาคารชุมชนจะมีธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ไปเป็นพี่เลี้ยง ในการวางระบบ การเชื่อมโยงข้อมูลและให้ความรู้ด้านการเงินกับชุมชน ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาการปล่อยกู้ เพราะคนในพื้นที่ จะรู้ถึงพฤติกรรมของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าปีแรกจะเกิดธนาคารชุมชนได้อย่างน้อย 400-500 แห่งทั่วประเทศ

 

“ตอนแรกจะมีเป็นรายอำเภอก่อนแล้วขยายไปตำบลต่างๆขึ้นกับความพร้อมของแต่ละชุมชน ซึ่งการพิจารณาสินเชื่อจะทำได้เร็วเพียง 1-2 วันเพราะพวกเขารู้จักกันดีพิจารณาได้ไว ส่วนจะกู้รายละเท่าไร ก็พิจารณากันได้เอง ไม่มีจำกัดวงเงิน และบางรายไม่ต้องใช้หลักทรัพย์คํ้าประกันก็ได้” นายประสงค์ กล่าว

 

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,507 วันที่ 22-25 กันยายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...