โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

14 คำถามคาใจ เมื่อสถาบันคุ้มครองเงินฝากให้ความคุ้มครองเงินฝากลดลง!

Checkraka

เผยแพร่ 13 ก.ย 2562 เวลา 08.10 น. • เช็คราคา.คอม

14 คำถามคาใจ เมื่อสถาบันคุ้มครองเงินฝากให้ความคุ้มครองเงินฝากลดลง!

จากข่าวที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ออกมาย้ำกันอีกครั้งกับวงเงินฝากที่จะได้รับความคุ้มครองลดลง ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป ผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินภายใต้พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ รวม 35 แห่ง จะได้รับความคุ้มครองในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อรายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน และจะเริ่มวงเงินคุ้มครองที่ 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2563 ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2559 จากข้อมูลของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 สำหรับวงเงินคุ้มครองที่ 5 ล้านบาท ผู้ฝากที่ได้รับคุ้มครองเต็มจำนวนจะอยู่ที่สัดส่วน 99.65% ของผู้ฝากทั้งหมด และเมื่อวงเงินคุ้มครองเท่ากับจำนวน 1 ล้านบาท ผู้ฝากที่ได้รับคุ้มครองเต็มจำนวนจะอยู่ที่สัดส่วน 98.14% ของผู้ฝากทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่มาตรฐานการคุ้มครองเงินฝากสากลกำหนดไว้

ตัวอย่าง ความคุ้มครองเงินฝากที่ผู้ฝากได้รับ ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2562 - 10 สิงหาคม 2563
(จำนวน 5 ล้านบาท ต่อรายต่อ 1 สถาบันการเงิน) นายเจริญโชค มีเงินฝากอยู่ที่ธนาคาร 2 แห่งจำนวน 35 ล้านบาท     ธนาคาร ก. จำนวน 30 ล้านบาท   ธนาคาร ข. จำนวน 5 ล้านบาท  บัญชีเงินฝากประจำ   บัญชีเงินฝากออมทรัพย์  บัญชีเงินฝากออมทรัพย์  25 ล้านบาท  5 ล้านบาท   5 ล้านบาท หากสถาบันการเงินทั้ง 2 แห่งต้องปิดกิจการ นายเจริญโชค จะได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ดังนี้   ในส่วนของธนาคาร ก. จะได้รับเงิน 5 ล้านบาท    ในส่วนของธนาคาร ข. จะได้รับเงิน 5 ล้านบาท  รวมได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 10 ล้านบาท
(สำหรับเงินส่วนที่เหลือนายเจริญโชคต้องรอชำระบัญชี [13] จากสถาบันการเงินที่ปิดกิจการ) ซึ่งจากความคุ้มครองที่ได้รับ 5 ล้านบาท ต่อ 1 ราย ต่อ 1 สถาบันการเงิน ผู้ฝากอาจจะกระจายเงินฝากที่มีอยู่ไปในสถาบันการเงินหลายๆ แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมกับจำนวนเงินที่จะได้รับความคุ้มครองได้นะคะ และหลังจากวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ความคุ้มครองเงินฝากจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะลดลงเหลือ เพียง 1 ล้านบาท ต่อ 1 ราย ต่อ 1 สถาบันการเงินเท่านั้น  ทั้งนี้ จากความคุ้มครองเงินฝากที่ลดลง ก็คงมีหลายข้อสงสัยในใจผู้มีเงินฝากหลายๆ ข้อ วันนี้! เราจะมาไขข้อข้องใจ กับ 14 คำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองเงินฝาก ไปพร้อมๆ กันค่ะ

1. การคุ้มครองเงินฝากคืออะไร?

การคุ้มครองเงินฝาก คือ นโยบายและมาตรการสำคัญของภาครัฐเพื่อให้การคุ้มครองผลประโยชน์ ของประชาชนผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินว่าจะได้รับเงินฝากคืนภายในเวลาที่รวดเร็วหากสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งประสบปัญหาต้องถูกเพิกถอน ใบอนุญาต

2. สถาบันการเงินใดที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก?

สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากประกอบด้วย

  • ธนาคารพาณิชย์ (รวมสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการในประเทศ)

  • บริษัทเงินทุน

  • บริษัทเครดิตฟองซิเอร์สถาบันการเงินที่นอกเหนือจากประเภทที่กล่าวข้างต้น จะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก เช่น สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และยังไม่ได้กำหนดในพระราชกฤษฎีกาให้เป็นสถาบันการเงินภายใต้การคุ้มครอง เช่น

  • ธนาคารออมสิน 

  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 

  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 

  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 

  • สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 

3. ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หรือเงินฝากประเภทใดที่ ได้/ไม่ได้รับการคุ้มครอง?

เงินฝากที่จะได้รับความคุ้มครอง ตาม พรบ.คุ้มครองเงินฝาก มีดังนี้

  • เงินฝากกระแสรายวัน

  • เงินฝากประจำ

  • เงินฝากออมทรัพย์

  • บัตรเงินฝาก

  • ใบรับฝากเงิน (ที่เป็นเงินบาท)เงินฝากประเภทที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง ตัวอย่างเช่น 

  • เงินฝากประเภทที่เป็นเงินตราต่างประเทศ

  • เงินฝากใน "บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ" ตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

  • เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง

  • เงินฝากระหว่างสถาบันการเงิน ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เงินฝาก ตัวอย่างเช่น แคชเชียร์เช็ค ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ของสถาบันการเงิน 

  • เงินลงทุนในตราสารต่างๆ เช่น เงินลงทุนในกองทุนรวม กองทุนรวมหุ้น ระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) พันธบัตรรัฐบาล

  • เงินฝากในสหกรณ์

  • เงินอิเล็กทรอนิกส์

  • ผลิตภัณฑ์ประกันประเภทออมทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทประกัน

4. เงินฝากใน "บัญชีเพื่อ" "บัญชีโดย" ได้รับการคุ้มครองอย่างไร?

สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะจ่ายเงินคืนให้กับผู้ขอเปิดบัญชีตามหลักฐานการเปิดบัญชี เช่น

  • นายร่ำรวยขอเปิดบัญชีเพื่อเด็กชายออมสิน โดย นายร่ำรวยเป็นผู้ลงนามในคำขอเปิดบัญชีกรณีนี้สถาบันจะจ่ายเงินคืนแก่ นายร่ำรวย หรือ
  • นางถนอมทรัพย์ขอเปิดบัญชีโดยใช้ชื่อบัญชีว่า ด.ญ.อิ่มใจ โดย นางถนอมทรัพย์ ซึ่งหากนางถนอมทรัพย์เป็นผู้ลงนามในคำขอเปิดบัญชีกรณีนี้ สถาบันจะจ่ายคืนเงินแก่นางถนอมทรัพย์

5. เงินฝากในบัญชีร่วม ได้รับการคุ้มครองอย่างไร?

เงินฝากใน "บัญชีร่วม" จะได้รับการจ่ายคืนเงินตามสัดส่วนของแต่ละคน ที่เป็นเจ้าของบัญชีร่วมตามหลักฐานที่บันทึกไว้กับสถาบันการเงิน หากไม่มีการบันทึกไว้ถือว่าแต่ละคนมีสัดส่วนเท่าๆ กัน และนำไปรวมกับบัญชีเดี่ยวของแต่ละคนที่มีรวมแล้วได้รับความคุ้มครองไม่เกินจำนวนวงเงินคุ้มครองที่กำหนดไว้

6. เงินฝากของชาวต่างประเทศที่ฝากไว้ในประเทศไทย ได้รับการคุ้มครองหรือไม่?

ได้รับการคุ้มครอง หากเปิดบัญชีเงินฝากเป็นเงินบาท ในประเภทที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากให้ความคุ้มครอง เว้นแต่เป็นเงินฝากใน "บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ" ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุม การแลกเปลี่ยนเงิน

7. เงินฝากใน "บัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ" ซึ่งเป็นประเภทบัญชีพิเศษที่เปิดเพื่อทำรายการเฉพาะตาม พ.ร.บ. ควบคุมการ แลกเปลี่ยนเงิน คืออะไร?

การเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารในประเทศไทยเป็นสกุลเงินบาท โดยธนาคารในประเทศไทยที่รับเปิดบัญชีจะเรียกบัญชีนี้ว่า "บัญชีเงินบาทของบุคคล ที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (NON - RESIDENT BAHT ACCOUNT)" โดยการเปิดบัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศนั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ

  • บัญชีเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์ และตราสารทางการเงินอื่น การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์ และตราสารทางการเงินในประเทศไทย เช่น หุ้น พันธบัตร เป็นต้น

  • บัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เงินลงทุนในหลักทรัพย์ และตราสารทางการเงิน เช่น ค่าสินค้าบริการ เงินลงทุนโดยตรง เงินกู้ยืม เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ทั้งนี้ยอดคงค้างในบัญชี ณ สิ้นวันสำหรับบัญชีแต่ละประเภทต้องไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อราย และห้ามโอนเงินระหว่างบัญชีแต่ละประเภท

8. เงินฝากในนามคณะบุคคล นิติบุคคล รวมทั้งเงินฝากของกองทุนต่างๆ มูลนิธิ วัด สมาคม สหกรณ์ บริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต ได้รับการคุ้มครองหรือไม่?

ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ฝากที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยประเภทของเงินฝากและสถาบันการเงินที่ฝากอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก

9. บัญชีลักษณะพิเศษ เช่น บัญชีเงินฝากที่ไม่มีสมุดคู่ฝาก บัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์แถมประกัน จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่?

บัญชีเงินฝากตามประเภทที่กำหนดไว้จะได้รับความคุ้มครองไม่ว่าจะมี หรือไม่มีสมุดคู่ฝาก และสำหรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แถมประกัน จะได้รับความคุ้มครองในส่วนของเงินฝากออมทรัพย์ แต่ส่วนประกันที่ได้รับมาเพิ่มเติมไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เพราะไม่ใช่เงินฝาก

10. วงเงินคุ้มครองต่อ 1 รายผู้ฝากเงิน ต่อ 1 สถาบันการเงิน หมายถึงอะไร?

หมายถึง วงเงินสูงสุดที่ผู้ฝากเงินจะได้คืนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย โดยวงเงินคุ้มครองจะนับในลักษณะต่อ 1 รายผู้ฝากต่อสถาบันการเงิน 1 แห่ง (ไม่ใช่ต่อ 1 บัญชี) โดยคำว่า "รายผู้ฝาก" หมายถึง ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากตามเอกสารการเปิดบัญชีซึ่งในกรณีที่ผู้ฝากมีบัญชีเงินฝากหลายบัญชีที่เปิดอยู่กับสถาบันการเงิน 1 แห่ง จะต้องนำเงินฝากในทุกสาขาและทุกบัญชีมารวมคำนวณ

11. หากผู้ฝากเงินของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงินแห่งนั้น ผู้ฝากเงินจะได้รับเงินคืนจำนวนเท่าใด?

สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะหักหนี้ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และรายการอื่นๆ ที่ค้างชำระทั้งหมด (เฉพาะยอดหนี้ที่ครบกำหนดชำระแล้วเท่านั้น) ออกจากจำนวนยอดเงินฝากทุกบัญชีรวมกันของผู้ฝาก แล้วจึงจ่ายเงินฝากที่เหลือคืนให้แก่ผู้ฝากเงินไม่เกินวงเงินคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด สำหรับยอดหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระซึ่งยังไม่ต้องถูกหักจากเงินฝาก ลูกหนี้ยังคงมีหน้าที่ต้องชำระตามเงื่อนไขของสัญญาต่อไป 

12. เงินที่จะนำมาจ่ายคืนผู้ฝากเงินมาจากไหน?

มีแหล่งเงินมาจาก "กองทุนคุ้มครองเงินฝาก" ซึ่งเรียกเก็บจากสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เงินกองทุนนี้ยังเพิ่มพูนขึ้นจากดอกผลที่ได้รับมาจากการบริหารจัดการเงินกองทุนดังกล่าว โดยสถาบันนำเงินที่ได้รับไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง มีสภาพคล่องสูง และมีผลตอบแทนที่เหมาะสม เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้น และดอกเบี้ย เงินฝากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น

13. การชำระบัญชีคืออะไร?

การชำระบัญชี คือ "การชำระสะสางกิจการงานของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้เสร็จสิ้น ติดตามทวงถามหนี้ของลูกหนี้ และดำเนินคดีความต่างๆ รวมทั้งรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้นออกจำหน่าย และจัดสรรเงินให้กับบรรดาเจ้าหนี้* ของสถาบันการเงินนั้นต่อไป"
*ผู้ฝากเงิน มีฐานะเป็น "เจ้าหนี้" ของสถาบันการเงิน

14. ผู้ฝากเงินจะประเมินฐานะและความมั่นคงของสถาบันการเงินที่ตนฝากเงินได้อย่างไร และจากแหล่งข้อมูลใด?

ผู้ฝากเงินสามารถประเมินฐานะและความมั่นคงของสถาบันการเงิน จากข้อมูลสารสนเทศที่เผยแพร่เกี่ยวกับการดำเนินงานของสถาบันการเงิน เช่น ผลกำไร อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ฐานะเงินกองทุน (BIS Ratio) คุณภาพของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) เป็นต้น หรือจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่จัดทำโดยองค์กรที่เป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศ ทั้งนี้ผู้ฝากเงินสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bot.or.th หัวข้อสถิติสถาบันการเงิน หากใครสนใจ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองเงินฝาก สามารถติดต่อที่ศูนย์บริการข้อมูลคุ้มครองเงินฝาก โทร. 1158 และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.dpa.or.th ค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...