โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สตีลซิตี้’ จ่อตั้งโรงชุบเหล็ก ต่อยอด ‘ธุรกิจท่อร้อยสาย’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ย. 2563 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2563 เวลา 01.01 น.

เปิดแผนลงทุน 3 ปี “สตีล ซิตี้” เตรียม 500 ล้านบาท ตั้งโรงชุบเหล็กยังลุ้นหาพื้นที่สีม่วง ลดความเสี่ยง QC ไม่ผ่าน พร้อมขยายเตาหลอมอีก 2 เท่า ปั้นแบรนด์แข่งตลาดเครื่องครัว บุกงานรัฐ EEC หวังรายได้ปี’64 กลับมาที่ 450 ล้านบาท หลังโควิด-19 ทำงานก่อสร้างอสังหาฯชะงัก รายได้พลาดเป้าถึง 20%

นายเลิศพงษ์ ศรีวงศ์ทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี.อาร์.อินดัสเตรียล จำกัด เปิดเผยว่า ตามแผนการลงทุน 3 ปี (2564-2567) บริษัทในนามของแบรนด์ Steel City (สตีล ซิตี้) ผู้ผลิตท่อร้อยและอุปกรณ์ตัวยึดสายไฟเหล็กครบวงจร รวมไปถึงอุปกรณ์บอกซ์ไฟฟ้า ได้เตรียมเงินลงทุนไว้ 500 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานชุบเหล็กสังกะสี

แห่งใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงานเดิม บริเวณ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แต่มีข้อจำกัดในขณะนี้ คือ ต้องหาพื้นที่สีม่วง และด้วยการเป็นอุตสาหกรรมหนักจะต้องเลือกพื้นที่ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และต้องควบคุมเรื่องการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ได้ดีที่สุด จึงลุ้นว่าภายในระยะเวลานี้การเจรจาซื้อพื้นที่จะสำเร็จหรือไม่

หากเป็นไปตามแผน จะส่งผลให้บริษัทสามารถชุบสังกะสีได้เอง ลดต้นทุนไปได้ถึง 20% ลดความผิดพลาดงาน จากเดิมที่ใช้วิธีจ้าง ODM ทำให้สินค้าบางลอตที่ไม่ผ่านการตรวจสอบและการควบคุมคุณภาพ (QC) ต้องส่งคืนทั้งหมด เป็นภาระความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“เราลุ้นว่าที่ดินที่เราจะซื้อจะได้หรือไม่ เรามีข้อจำกัดเรื่องที่โรงงานเดิมมันเต็มพื้นที่แล้ว และเราอยากตั้งโรงชุบใกล้ที่เดิม มันง่ายต่อการขนส่ง ส่วนจะเข้าไปในนิคมอุตสาหกรรมไหม ในแถบนั้นก็เต็มหมดช่วงต้น ๆ ปี 2564 ดีลซื้อที่น่าจะจบและเริ่มก่อสร้างได้”

นอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุนเตาหล่อเหล็กเพิ่มอีก 2 เท่า ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 500 ตัน/เดือน จากปัจจุบัน 150 ตัน/เดือน และลงทุนด้านหล่อแม่พิมพ์โดยใช้ดีไซน์และนวัตกรรมเข้ามาช่วย เพื่อขยายแผนการตลาดไปสู่อุตสาหกรรมเครื่องครัว ใช้งบฯอีกประมาณ 20 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง

ซึ่งจะเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึงสินค้าที่ผลิตโดยคนไทย ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับสินค้านำเข้า เช่น กระทะ หม้อ เตาบาร์บีคิว เตาปิ้งย่าง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตต่าง ๆ และมาตรฐานฟู้ดเกรด คาดว่าจะสามารถเปิดขายตรงผ่านช่องทางบริษัทในช่วงเดือน ม.ค. 2564

“อย่างกระทะนำเข้ามาราคา 9,000-10,000 บาท แต่เราสามารถทำกระทะเหล็กที่มีคุณภาพ ราคา 2,000 บาท มันเกิดจากความชอบการทำอาหารช่วงโควิด-19 และเรามีโรงหล่อเองอยู่แล้ว

การเพิ่มนวัตกรรมเข้าไป เมื่อมีดีไซน์คุณสมบัติดีขึ้นมันเพิ่มมูลค่าได้ มันคือการต่อยอดที่ต้องเพิ่มเข้ามา เพราะอุตสาหกรรมเหล็กแม้เราจะมีงานจากการก่อสร้างจากรัฐ เอกชนมากมาย แต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ทำให้งานก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์หยุดไป เราจึงต้องเพิ่มสัดส่วนงานอื่นเข้ามาเพิ่มรายได้”

ทั้งนี้ จากแผนการลงทุนดังกล่าว จะส่งผลให้บริษัทสามารถทำให้รายได้กลับมาที่ 450 ล้านบาทในปี 2564 จากภาพรวมของปี 2563 ที่คาดว่า รายได้จะลดลงถึง 20% เหลือประมาณ 200 ล้านบาท จากเป้า 450 ล้านบาท

ปัจจัยหลักมาจากงานก่อสร้างภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว มีเพียงงานโครงการภาครัฐ เช่น ระบบไฟฟ้าในอาคาร โครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ/ต่างจังหวัด โครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยม โครงการโรงผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศของ GULF โครงการขนาดใหญ่ของ ปตท. IRPC ไทยออยล์
รวมถึงในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กลับเข้ามา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...