โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช็อกทั้งวัด! ปลาตาย นับแสนตัวหนักรวม 5 ตัน กลางสระวิหารหลวงพ่อโสธร

Khaosod

อัพเดต 29 เม.ย. 2562 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2562 เวลา 18.09 น.

*ช็อกทั้งวัด! ปลาตาย นับแสนตัวหนักรวม 5 ตัน กลางสระวิหารหลวงพ่อโสธร *

วันที่ 28 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Bbank ซึ่งเป็นเณรวัดหนองคราม ได้โพสต์ภาพ ปลาตาย ลอยเป็นแพ พร้อมระบุข้อความ ขอความช่วยเหลือจากญาติโยมที่ว่าง เนื่องจากทางวัดต้องการกำลังคนมาช่วยกันตักปลาที่ตายออกจากสระน้ำของวัดโดยด่วน หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ได้มีการแชร์ข้อความไปยังกลุ่มสื่อออนไลน์ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อย่างรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดสิทธิสังคาราม หรือวัดหนองคราม เลขที่ 200 ม.2 ต.ปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านปราณบุรี โดยพบว่าปลานิลและปลาอื่นๆนับแสนตัว ลอยตายเป็นแพเต็มสระน้ำของวัด ซึ่งมีวิหารพระหลวงพ่อโสธรตั้งอยู่กลางสระน้ำ เป็นปลาตัวใหญ่น้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม อายุประมาณ 4 ปี

ลอยตายส่งกลิ่นเหม็นเน่าและเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่ว ทั้งนี้มี พระภิกษุ สามเณร และแม่ชีของวัดกำลังช่วยกันใช้อุปกรณ์ตักปลาที่ลอยตายในสระน้ำ โดยมีญาติโยมรอบๆ วัด และอยู่ในอำเภอใกล้เคียงที่ทราบข่าวทางเฟซบุ๊ก ได้เดินทางมาช่วยเหลืออีกนับสิบคน

พระปลัดสุชาติ สุชาโต พระลูกวัดหนองคราม กล่าวว่า สระน้ำแห่งนี้มีขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ลึกประมาณ 5-6 เมตร มีปลาที่ชาวบ้านนำมาปล่อยทำบุญหลายชนิด รวมกันประมาณ 8 ตัน  ปลาที่ตายส่วนใหญ่เป็นปลานิลขนาดใหญ่ ปลาคราฟ ปลาบู่ ปลาเก๋า ฯลฯ ส่วนปลาที่ยังไม่ตาย เป็นพวกปลาดุก ปลาสวาย และปลาแรด

ทั้งนี้ เริ่มสังเกตว่ามีปลาเริ่มลอยตายขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. ก่อนจะตายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากตั้งแต่เมื่อวาน และวันนี้ เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว ส่งกลิ่นเหม็นเน่า น้ำในสระจากที่เคยใสเปลี่ยนเป็นสีเขียวขุ่นเข้ม ทางวัดจึงให้สามเณรที่วัดโพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊ก เพื่อแจ้งขอความช่วยเหลือจากญาติโยม มาช่วยเหลือ พร้อมกับนำสวิงมาช่วยกันตักปลาออกจากสระ

กระทั่งเมื่อเช้ามีชาวบ้านใจดีนำรถแบ๊กโฮมาขุดหลุมเพื่อนำปลาที่ตายแล้วใส่ลงไปในหลุมฝังกลบ โดยจะต้องรีบตักปลาเน่าออกให้หมดโดยเร็ว  เพื่อช่วยเหลือปลาที่ยังไม่ตายอีกเป็นจำนวนมากที่ยังอยู่ในสระ

พระปลัดสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อปี 2558 เคยเกิดเหตุปลาตายลอยเป็นแพแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เบื้องต้นสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากสภาพอากาศร้อนจัด กระทบต่อปริมาณออกซิเจนในน้ำมีปริมาณน้อยลง แม้ทางวัดจะช่วยตีน้ำเพิ่มออกซิเจนแล้ว แต่ไม่เป็นผล

ประกอบกับน้ำเริ่มเน่าจากสาเหตุที่มีคนนำอาหารเม็ดลักษณะมีสีชมพู จำนวน 10 กระสอบมาเทใส่สระน้ำ แต่ปลาไม่กิน ทำให้น้ำเน่า ซึ่งอาหารเม็ดดังกล่าวเป็นคนละชนิดกับที่วัดใช้เลี้ยงปลา ประกอบกับอากาศร้อนจัดทำให้อาหารเม็ดเน่า ทำให้ปลาขาดอากาศ น็อกน้ำตายจำนวนมาก

คาดว่ามีปลาตายครั้งนี้ประมาณ 5 ตัน หลังจากตักปลาตายออกหมดแล้ว ต้องรีบดูดน้ำเสียออก ทำความสะอาดสระแล้วเปลี่ยนน้ำใหม่ เพื่อช่วยปลาที่ยังไม่ตายอีกประมาณ 3-4 ตัน เพราะหากปล่อยทิ้งไหว้ ปลาอาจจะตายยกสระก็เป็นได้

วันนี้ทั้งพระ เณร และญาตโยม จะช่วยกันตักปลาออกทั้งหมด เพื่อนำไปใส่ในหลุมดินเพื่อฝังกลบ โดยจะใช้ปูนขาวโรยทับ ป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อโรค คาดว่าวันนี้จะตักปลาตายขึ้นมาได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ว่าจะมีปลาตายเพิ่มอีกหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...