โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ยาคาร์บอน” กินแก้ท้องเสีย ยังไงให้ถูกวิธี-ได้ผลดี

สยามรัฐ

อัพเดต 05 มี.ค. 2564 เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2564 เวลา 01.10 น. • สยามรัฐออนไลน์

เข้าหน้าร้อน แน่นอนว่าโรคหนึ่งที่คู่กับหน้านี้คือ อาหารเป็นพิษ และหนึ่งในยาที่มักมีการใช้กันเมื่อมีอาการท้องเสียคือ ยาคาร์บอน

เพจ FDA THAI ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีคำแนะนำสำหรับยาคาร์บอน ใช้อย่างไรให้ถูกวิธีได้ประสิทธิผลดี โดยระบุ ยาคาร์บอน (Activated Carbon) เป็นยาที่อาจใช้ดูดซับสารพิษเพื่อบรรเทาอาการท้องเสียได้ แต่ยาตัวนี้ไม่ได้มีผลฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย และไม่สามารถใช้เป็นยาหยุดถ่าย จากผลของฤทธิ์ในเรื่องของการดูดซับจึงทำให้การกินยานี้อาจไปดูดซับและส่งผลต่อระดับยาอื่น ๆ ที่กินอยู่ได้

การกินยาตัวนี้จะกินอย่างไรเพื่อไม่ทำให้ส่งผลรบกวนการออกฤทธิ์ของยาตัวอื่นนั้น แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับอาการท้องเสียกันก่อน อาการท้องเสีย คือ การที่ถ่ายอุจจาระเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายเป็นมูกเลือดตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป ภายใน 24 ชั่วโมง

โดยทั่วไปแล้วหากมีอาการท้องเสีย แนะนำให้ผู้ที่เป็นค่อย ๆ จิบสารละลายเกลือแร่(Oral Rehydration Salts, ORS)เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป หรือหากบางคนต้องการกินยาถ่านคาร์บอน(Activated Carbon) ควรเว้นระยะห่าง 2 ชั่วโมงจากการรับประทานยาชนิดอื่น

เพราะหากไม่เว้นระยะห่าง ยาถ่านคาร์บอนอาจไปรบกวนการดูดซึมยาตัวอื่น ทำให้ยาตัวอื่นที่เรากินเข้าไปออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ หรือไม่มีผลในการรักษาเลยก็เป็นได้

นอกจากการกินยาแนะนำให้ 1. พักผ่อนให้เพียงพอ 2. กินอาหารที่ย่อยง่าย และรสไม่จัด 3. กินอาหารปรุงสุก แต่หากผู้ที่เป็นมีอาการอุจจาระมีมูกปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติคล้ายหัวกุ้งเน่า คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการนานกว่า 48 ชั่วโมง แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยามากินเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...