โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก เม่นหมวกกันน็อค หรือเม่นหมวกเหล็ก

Environman

เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 01.00 น.

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ชวนรู้จัก เม่นหมวกกันน็อค หรือเม่นหมวกเหล็ก (Colobocentrotus atratus)

เม่นหมวกกันน็อคเป็น “เม่นทะเล” ซึ่งจัดเป็นสัตว์ในกลุ่มผิวลำตัวเป็นหนาม (Echinoderm) เช่นเดียวกับ ดาวทะเล ดาวขนนก ดาวเปราะ และปลิงทะเล จัดเป็นสัตว์ทะเลหายากในประเทศไทย ตามลำตัวไม่มีหนามแหลมเหมือนเม่นทะเลทั่วๆ ไป ลักษณะเป็นแผ่นหรือเกล็ดคลุมลำตัว คล้ายกระเบื้องมุงหลังคาบ้าน

พวกเขามีถิ่นอาศัยที่สามารถพบได้ทั่วไปในเขต อินโด-แปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ในประเทศไทยจะพบได้ยากมาก ลักษณะของเม่นหมวกกันน็อค แปลกกว่าเม่นชนิดอื่นๆ หนามที่ปกคลุมลำตัวปรับรูปร่างไปเป็นแผ่นเหมือนกระเบื้องมุงหลังคาแทน เพื่อให้เหมาะกับถิ่นที่อยู่อาศัย เม่นชนิดนี้อาศัยในพื้นที่ที่มีคลื่นลมรุนแรงตลอดเวลา การมีหนามแหลมจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำรงชีวิต และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือคลื่นลมที่แรงทำให้มีนักล่าจำนวนน้อยที่จะเข้าถึงตัวพวกมันได้

จากการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยพบว่าได้มีงานวิจัยเกี่ยวกับการทดสอบแรงยึดเกาะของเม่นหมวกกันน็อค Santos & Flammang (2007) โดยพบว่า เม่นหมวกกันน็อคสามารถต้านทานแรงปะทะคลื่นได้ตั้งแต่ความเร็ว 17.5 เมตรต่อวินาที ไปจนถึง 27.5 เมตรต่อวินาที ซึ่งหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพความเร็ว 27.5 เมตรต่อวินาที คือเป็นแรงที่สามารถถอนต้นไม้ได้ทั้งต้น

หอยเม่นหมวกกันน็อค พบได้ทั่วไปตามโขดหินตามชายหาดที่มีคลื่นซัดถึง ในแถบ Indo-West Pacific และฮาวาย แต่ในประเทศไทยมีรายงานการพบหอยเม่นชนิดนี้น้อยมาก

โดยรายงานการพบครั้งแรกในปี 2530 โดย ดร.สมชัย บุศราวิช จากโครงการ First PMBC/DANIDA Training course and workshop on taxonomy, biology and ecology of echinoderms และมีรายงานการพบครั้งล่าสุดในปี 2547 โดย ดร.สุเมตต์ ปุจฉาการ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ในรายงาน Putchakarn.S and Sonchaeng.P (2004). Echinoderm Fauna of Thailand: History and Inventory Reviews. ScienceAsia 30 (2004): 417-428 ซึ่งทั้งสองครั้งพบที่เกาะราชา จ.ภูเก็ต

วันที่ถ่าย : 18 มกราคม 2566

ที่มา https://www.nsm.or.th/nsm/th/node/14287

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3210060439067435&id=490264421047064

ที่มา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ - Mu Ko Surin National Park

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=548119644017014&id=100064569495152&mibextid=qC1gEa

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...