เกาหลี-ญี่ปุ่น ยกก๊วนจองสนามกอล์ฟทั่ว อีอีซี
300 สนามกอล์ฟทั่วไทยอู้ฟู่ เกาหลี-ญี่ปุ่น-สแกนดิเนเวีย-ยุโรป แห่บินมาตี ค่าใช้จ่ายถูก “เกาหลี” บินชาร์เตอร์ไฟลต์ ยกก๊วน “พัทยา-ระยอง” จองคิวยาว ถึง ก.พ. โรงแรมที่พักเต็ม ททท.เผยทำรายได้ท่องเที่ยวพุ่งผนึก 6 สนามกอล์ฟจัดโปรฯช่วงโลว์ซีซั่น “ตีกอล์ฟวันธรรมดาราคาเดียว” เผยรัฐบาลไทยแจ้งเปิดประเทศช้า เอเย่นต์ทำตลาดล่วงหน้าไม่ทัน
นายไพบูลย์ ภูงามเงิน ผู้จัดการฝ่ายกิจการกอล์ฟ สนามระยอง, กรีนวัลเล่ย์ คันทรีคลับ, เซนต์แอนดรูวส์ 2000 และซิลค์กี้ โอ๊ค อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2565 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2566 สนามกอล์ฟใน จ.ระยองกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ขณะนี้ยอดจองหลาย ๆ สนาม อาทิ กรีนวัลเล่ย์ คันทรี คลับ (บ้านฉาง) เซนต์แอนดรูวส์ 2000 (บ้านฉาง) คิวยาวเต็มไปถึงเดือน ก.พ. 2566 นักกอล์ฟต่างประเทศส่วนใหญ่มาจากเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป สแกนดิเนเวีย นิยมหนีหนาวมาตีกอล์ฟและท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี ในช่วงไฮซีซั่น ช่วงเดือน พ.ย.-มี.ค. หลังจากนั้นเดือน มี.ค.-ต.ค. เป็นโลว์ซีซั่น ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติที่ทำงานในไทย และคนไทย
นักกอล์ฟเกาหลีจองเต็ม
ปกติช่วงไฮซีซั่นลูกค้าจะเป็นนักกอล์ฟไทยและต่างประเทศ สัดส่วน 50:50 และลูกค้าหลักจะเป็นเกาหลีประมาณ 70% ญี่ปุ่น ยุโรป สแกนดิเนีย ประมาณ 10% ลูกค้าเกาหลีเดินทางเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว 70% มีทั้งที่มาเป็นส่วนตัว มาเป็นกลุ่ม มาเก็บตัวเพื่อเตรียมแข่งขัน 1-2 สัปดาห์ การฝึกสอนเยาวชน กลุ่มละ 40-50 คน ใช้เวลายาว 3-4 เดือน รวมทั้งการใช้สนามจัดการแข่งขัน ทำให้สนามกอล์ฟคึกคักและถูกจองล่วงหน้าถึง 70% โรงแรมรอยัล เรสซิเด้นที่พักให้บริการทั้ง 3 สนาม จำนวน 150 ห้องถูกจองเต็มช่วงไฮซีซั่น
“ช่วงโควิด-19 เกือบ 3 ปี รายได้แทบเป็นศูนย์ เมื่อรัฐบาลเปิดประเทศ ต่างประเทศผ่อนคลายปลดล็อก เริ่มมีนักกอล์ฟต่างประเทศเข้ามา ปี 2565 ที่ผ่านมา ตัวเลขน่าจะเริ่มกลับมา 60-70% ของช่วงก่อนโควิดปี 2562 ที่คึกคักมาก และปี 2566 เป็นต้นไป คาดว่าน่าจะค่อย ๆ ปรับขึ้นไปเป็น 80-90% ของปี 2562 และอัตราค่าใช้บริการจะปรับกลับมาเป็นราคาปกติ เพราะช่วงโควิดอัตราค่าใช้บริการปรับลดลงมาจากราคาปกติประมาณ 70-80%”
นายไพบูลย์กล่าวว่า เหตุผลที่ชาวเกาหลีนิยมเดินทางมาตีกอล์ฟที่เมืองไทย เพราะชาวเกาหลีนิยมตีกอล์ฟมาก ที่สำคัญคิดค่าใช้จ่ายถูกกว่าเกาหลีถึง 50% นอกจากตีกอล์ฟแล้วยังมีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวในย่านใกล้เคียงด้วย เช่น พัทยา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ช่วงโลว์ซีซั่น (มี.ค.-พ.ค.) สนามกอล์ฟทั้ง 6 สนาม ใน จ.ระยอง จะร่วมกับ การท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง จัดโปรโมชั่น “ตีกอล์ฟวันธรรมดาราคาเดียว” ลดราคาจากปกติของแต่ละสนามประมาณ 50%
นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยองเปิดเผยว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวของ จ.ระยอง เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเริ่มเปิดประเทศตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา สนามบินอู่ตะเภามีทั้งสายการบินปกติและชาร์เตอร์ไฟลต์เข้ามาต่อเนื่อง
ที่ผ่านมามีนักกอล์ฟและเยาวชนเกาหลีและญี่ปุ่นเข้ามามาก คาดว่าปี 2566 นักกอล์ฟจะเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้นักกอล์ฟต่างประเทศเริ่มเข้ามามาก โดยเฉพาะเกาหลี หากเฉลี่ยจำนวนผู้ตีกอล์ฟแต่ละวันทั้งหมด 6 สนาม (อ.บ้านฉาง 5 สนาม และ อ.วังจันทร์ 1 สนาม) ประมาณวันละ 1,000 คน ค่าใช้จ่ายหัวละ 2,500-3,000 บาท ตอนนี้เดือน ม.ค. สนามกอล์ฟใน จ.ระยอง ทั้ง 6 สนามเต็มหมด และมี 3 สนามคือ ระยอง กรีนวัลเล่ย์ คันทรีคลับ, เซนต์แอนดรูวส์ 2000 และซิลค์กี้ โอ๊ค นักกอล์ฟเกาหลีออกรอบคนละ 2 รอบ เช้า-บ่าย รอบละ 18 หลุม รวม 36 หลุม รวม 3 สนาม เกือบ 2,000 รอบ/วัน ทำให้เม็ดเงินสะพัดมากขึ้น
นอกจากนี้ ททท. สนง.ระยอง มีโครงการทำโปรโมชั่นช่วงโลว์ซีซั่นที่นักกอล์ฟเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรปกลับประเทศ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้นักกอล์ฟทั้ง 6 สนาม ๆ ละ 300 สิทธิ์ คาดว่าประมาณคนละ 1,100-1,150 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างสรุปตัวเลขเพื่อกระตุ้นให้กับนักกอล์ฟนอกพื้นที่ จ.ระยอง และชาวต่างประเทศทำให้เข้ามาใช้บริการที่พัก ร้านอาหารใน จ.ระยอง ในวันธรรมดา จะเริ่มคิกออฟเดือน มี.ค.-พ.ค.นี้ คาดว่าจะมีค่าใช้จ่าย 3,000-5,000 บาท/คน
“ปีนี้คาดว่าตัวเลขนักกอล์ฟต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ผ่านมาตัวเลขนักท่องเที่ยวฟื้นตัวดีขึ้น อัตราเข้าพักในโรงแรมสูงขึ้นจาก 43% (ม.ค.-ก.ค.) และ 50% (ม.ค.-พ.ย.) และคาดว่านักท่องเที่ยวจะกลับมา 2.3-3 ล้านคน” นายวัชรพลกล่าว
สนามกอล์ฟ ภาคตะวันออกโกยรายได้
นายปารเมศ ธัญลักษณ์ภาคย์ ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟพัทยา คันทรีคลับ ในเครือบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันสนามกอล์ฟในภาคตะวันออกมีทั้งหมด 33 สนาม หลังจากเปิดประเทศเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับมาบางส่วน อาทิ กลุ่มสแกนดิเนเวีย ยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น แต่รัฐบาลไทยมีการแจ้งเรื่องการเปิดประเทศช้า ทำให้กลุ่มเอเย่นต์ต่างประเทศไปโปรโมตดึงลูกค้าไม่ทัน ทำให้ลูกค้าเลือกไปใช้บริการสนามกอล์ฟในประเทศเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สนามกอล์ฟในภาคตะวันออกได้ปรับลดราคาค่าบริการต่อรอบลงมาประมาณ 20% จากช่วงก่อนโควิด-19 เพื่อดึงลูกค้าที่ตีประจำ โดยตอนนี้ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาตีกอล์ฟเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าไฮซีซั่นปี 2566 (พ.ย.66-ก.พ. 67) จะสามารถทำรายได้กลับมาได้เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อนโควิด-19 สนามกอล์ฟภาคตะวันออก มีเงินสะพัด 3-4 พันล้านบาท ช่วงไฮซีซั่น 4 เดือน (พ.ย.-ก.พ.) ถือว่าเป็นช่วงทำเงินได้ดีที่สุด ส่วนอีก 8 เดือนช่วงโลว์ซีซั่น ลูกค้าต่างชาติจะไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าคนไทย
“ตอนนี้เริ่มเห็นภาพการแข่งขันของสนามกอล์ฟที่สูงขึ้น สะท้อนจากหลาย ๆ สนานเริ่มมีความเคลื่อนไหวในการตัดราคาเอเย่นต์ และตั้งราคาค่าบริการที่ไม่สูงนัก บางสนามคิดค่าบริการทุกอย่างพร้อมอาหารกลางวัน ราคา 1,000 บาทต่อรอบ สนามตีกอล์ฟระดับ 5 ดาว ลดราคาต่อรอบเหลือเพียง 3,000-4,000 พันบาท จากปกติ 5,000 บาท ส่วนของเราค่าบริการรวมทุกอย่างประมาณ 1,600-1,700 บาทต่อรอบ”
300 สนามคึกคัก
นายจรูญ ไพบูลย์สุข ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท ระกาศ คลับ จำกัด ผู้บริหาร สนามกอล์ฟ บัลลีเชียร์ กอล์ฟ ลิงค์ สนามกอล์ฟระดับ 5 ดาว จ.สมุทรปราการ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมปัจจุบันประเทศไทยมีสนามกอล์ฟทั่วประเทศประมาณ 300 สนาม ช่วงก่อนโควิด-19 ธุรกิจสนามกอล์ฟเติบโตดีมาก โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น (พ.ย.-ก.พ.) ของทุกปีมีลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะเกาหลี ญี่ปุ่น บินเข้ามาเล่นกอล์ฟเป็นจำนวนมาก ส่วนชาวตะวันตกจะบินเข้ามาเล่นกอล์ฟน้อย และนิยมไปตีที่สนามกอล์ฟในภูเก็ต และอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
“ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ลูกค้าต่างชาติเป็นศูนย์เหมือนกับธุรกิจท่องเที่ยว มีแต่ลูกค้าคนไทย แต่ไฮซีซั่นตั้งแต่ พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ลูกค้าต่างชาติเริ่มกลับมาดีระดับหนึ่ง แต่อาจจะยังไม่เทียบเท่ากับช่วงก่อนโควิด สำหรับเป็นสนามกอล์ฟบัลลีเชียร์ กอล์ฟ ลิงค์ เช่นเดียวกันมีแนวโน้มลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”