ทำความรู้จัก ‘แพทองธาร ชินวัตร’ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 31
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 17.22 น. • The Bangkok Insightทำความรู้จัก "อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร" ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
หลังศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และมีพฤติกรรมอันมีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) จากกรณีแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) แล้ว รัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ตามมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้นำมาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่พ้นตำแหน่งต่อไป
หลังนายเศรษฐาพ้นจากเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรีคนที่ 30" แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องเร่งสรรหานายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำสั่งเรียกประชุมนัดพิเศษ ในวันที่ 16 สิงหาคม 2567 เวลา 10.00 น. วาระด่วน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร
โดยล่าสุด พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมเสนอชื่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
"อุ๊งอิ๊ง" นับเป็นสายเลือดตรงจากตระกูลชินวัตร รองจากนายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นอา
"อุ๊งอิ๊ง" เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของนายทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มีพี่น้องอีก 2 คน คนโตคือ นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค และนางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม โดย "อุ๊งอิ๊ง" เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2529 และจะมีอายุครบ 38 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2567
"แพทองธาร" จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนเซนต์ โยเซฟ คอนแวนต์ และโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี "แพทองธาร" เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ ในประเทศอังกฤษ เรียนสาขาวิชา Msc International Hotel Management และกลับมาทำธุรกิจของครอบครัว โดยเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 บ.เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการมูลนิธิไทยคม
และเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการอื่น ๆ เช่น โรงแรมโรสวู๊ด กรุงเทพ เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ และเดอะ ซิสเตอส์ เนลส์ แอนด์ มอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2565 เธอถือหุ้นรวมทั้งหมด 21 บริษัท มูลค่าประมาณ 68,000 ล้านบาท
สำหรับชีวิตครอบครัว "แพทองธาร" สมรสกับนายปิฎกสุข สวัสดิ์ มีบุตรสาว 1 คน คือ ธิธาร สุขสวัสดิ์ และบุตรชาย 1 คน พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์
เส้นทางการเมืองของ "อุ๊งอิ๊ง"
"แพทองธาร ชินวัตร" ได้เข้ามามีบทบาทในเส้นทางการเมืองอย่างจริงจังในปี 2564 เมื่อนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศลาออก และเปิดตัวแพทองธารเป็นประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของพรรค ต่อมาที่ประชุมของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2565 ก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
จากนั้นในเดือนมกราคม 2566 เธอประกาศพร้อมที่จะเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งระบุพร้อมจะจับมือกับทุกพรรคหากมีความคิดเรื่องนโยบายตรงกัน ก่อนที่ปี 2565 เธอจะเข้ามารับตำแหน่ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จากนั้นเธอประกาศพร้อมที่จะเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยทันที เมื่อนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค
และล่าสุด "แพทองธาร ชินวัตร" ขึ้นแท่นว่าที่ นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 นายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย
"ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เพิ่งเดินทางกลับมาจากเซี่ยงไฮ้ และทราบข่าวหลังจากคนอื่น มีการเตรียมการในพรรค มีการพูดคุยพรรคร่วม และแน่นอนว่าตนปรึกษาครอบครัวทุกเรื่อง ซึ่งทุกคนคิดว่าเรามาถึงจุดที่ต้องทำให้ประเทศชาติไปต่อ ตนจึงยินดี และตั้งใจ" แพทองธาร ระบุ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยอมรับ ‘คุณหญิงพจมาน’ เป็นห่วง หลังถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ คนที่ 31
- ‘อุ๊งอิ๊ง’ ว่าที่นายกฯ ประกาศพร้อมพาประเทศพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ลั่นประเทศต้องไปต่อ
- ด่วน! มติพรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 31
ติดตามเราได้ที่