โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

85% ของเสื้อผ้าต้องจบที่กองขยะ แบรนด์ระดับโลก เปิดบริการซื้อขายสินค้ามือสอง หวังลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

Thairath Money

อัพเดต 13 ก.ย 2567 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2567 เวลา 13.37 น.
ภาพไฮไลต์

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากธุรกิจ Fast Fashion หรือสินค้าแฟชั่นตามกระแสที่มาไวไปไว กลายเป็นประเด็นที่น่ากังวลมาอย่างยาวนาน จากรายงานของ Earth.Org พบว่า ในกระบวนการผลิตสินค้ากลุ่มนี้จะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 10% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมด หรือเท่ากับการปล่อยก๊าซของสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ ในกระบวนการผลิตสินค้า Fast Fashion ยังส่งผลกระทบต่อระบบน้ำ เนื่องจากต้องใช้น้ำปริมาณมาก และยังมีการปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำและทะเล ซึ่งพบว่าในแต่ละปีไมโครพลาสติกกว่า 500,000 ตันไหลลงสู่ทะเล ซึ่งปริมาณนี้เทียบเท่ากับขวดพลาสติกกว่า 50,000 ล้านใบเลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ในแต่ละปีสินค้าแฟชั่นทั้งที่ขายออกไปแล้วและที่ขายไม่ได้เนื่องจากคุณภาพไม่ผ่านการตรวจสอบ คิดเป็นประมาณ 85% ของสิ่งทอทั้งหมด ถูกทิ้งลงในกองขยะ สร้างมลพิษต่อดินอีก

ปัญหานี้ส่งผลให้แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นต้องเร่งปรับตัว ปั้นภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ให้ใส่ใจต่อความยั่งยืนมากขึ้น จนเกิดเป็นแนวคิด “Circular Fashion” หรือ “แฟชั่นหมุนเวียน” เพื่อให้เกิดการใช้ซ้ำ มีการนำมารีไซเคิล และลดขยะที่เกิดจากสินค้าแฟชั่น

แบรนด์ดังเปิดบริการรับ-ขาย-รีไซเคิลสินค้ามือสอง

จากข้อมูลของ Statista ชี้ว่า ปี 2024 มูลค่าของตลาดเสื้อผ้ามือสองจะอยู่ที่ 230,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และภายในปี 2028 มูลค่าจะโตไปที่ 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดสินค้ามือสองที่เติบโตขึ้นมีผลมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

จนแบรนด์ผู้ผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นหลายรายหันมาเปิดบริการซื้อ-ขายสินค้ามือสอง ที่จะให้ลูกค้าสามารถส่งต่อสินค้าของแบรนด์นั้น ๆ ต่อให้ลูกค้าคนอื่นที่ต้องการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น

  • Zara ภายใต้การบริหารของ Inditex ได้เปิดตัวบริการ “Zara Pre-Owned” เมื่อปี 2022 ในหลายประเทศของยุโรป เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะเปิดให้ลูกค้าเข้ามาขาย ส่งต่อ หรือบริจาคสินค้ามือสองของแบรนด์ให้กับลูกค้าคนอื่น ๆ พร้อมกับเปิดฟีเจอร์ให้ส่งสินค้าซ่อมได้อีกด้วย เพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้งานให้กับสินค้าของแบรนด์ตัวเอง โดยล่าสุด Zara เตรียมจะเปิดบริการในสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคมนี้

  • H&M อีกหนึ่งผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแฟชั่นรายใหญ่ ที่ได้เปิดบริการ “H&M Rewear” ในปี 2021 โดยจะเปิดให้ลูกค้านำเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วแบรนด์ใดก็ได้มาบริจาคในกล่องที่สาขา และเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ลูกค้ามาซื้อขายสินค้ามือสองได้ โดยเริ่มต้นเปิดให้ใช้งานในแคนาดา

  • Levi’s แบรนด์ยีนส์ชื่อดัง ที่ได้เปิดโครงการ “Levi’s SecondHand” เมื่อปี 2020 ที่ให้ลูกค้าเข้ามาแลกยีนส์เก่ากับเครดิต และ Levi’s จะนำมาขายต่อบนเว็บไซต์ SecondHand.levi.com

  • Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจากญี่ปุ่น ที่ได้เปิดตัวโปรเจกต์ “Re.Uniqlo” ไปเมื่อปี 2020 โดยจะเปิดให้ลูกค้าสามารถนำสินค้าของแบรนด์มาบริจาค โดยส่วนหนึ่ง Uniqlo จะนำไปบริจาคต่อ ส่วนเสื้อผ้าที่ใช้งานไม่ได้จะถูกนำไปรีไซเคิลผลิตเป็นสินค้าชิ้นใหม่ และนำออกมาขายเป็นคอลเลคชันใหม่ต่อไป

จะเห็นว่าแบรนด์สินค้า Fast Fashion ต่างกำลังพยายามที่จะปรับภาพตัวเองจากคำวิจารณ์และผลกระทบที่ส่งผลอย่างหนักต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการส่งต่อเสื้อผ้ามือสองให้กับผู้อื่น ด้านลูกค้ายังมองว่ามีข้อดีอีกว่า สินค้ามือสองเป็นสินค้าราคาย่อมเยาว์ เข้าถึงได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ดีอีกด้วย

ที่มา: Reuters, Earth.org, H&M, Levi’s, Statista, Uniqlo

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 85% ของเสื้อผ้าต้องจบที่กองขยะ แบรนด์ระดับโลก เปิดบริการซื้อขายสินค้ามือสอง หวังลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...