อดีตลูกจ้างแสบ อ้างเป็นลูกตร. ปลอมไลน์เป็นลูกค้าหลอกเช่าสินสอด สูญกว่า 11 ล้าน
อดีตลูกจ้างแสบ อ้างเป็นลูกตำรวจ ปลอมไลน์เป็นลูกค้าหลอกเช่าสินสอด-ออมทอง สูญกว่า 11 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นางสาวอธิจิตตรา อายุ 28 ปี นายปิยพัชร์ อายุ 34 ปี สองสามีภรรยาผู้เสียหาย เจ้าของธุรกิจให้เช่าสินสอดและทำธุรกิจออมทอง เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับนายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ว่า ถูกอดีตลูกจ้างและเป็นรุ่นน้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันและอ้างเป็นลูกตำรวจ ทำทีมาตีสนิทให้ตายใจ หลอกเจ้าของร้านว่าสามารถหาลูกค้าเช่าสินสอดได้ แต่สุดท้ายกลับถูกหลอกสูญเงินกว่า 11 ล้านบาท
หลังจับได้อดีตลูกจ้างทำแชตปลอมเป็นลูกค้าขอเช่าสินสอดจำนวน 253 ราย และปลอมแชตเป็นลูกค้าผ่อนทอง 494 ราย สลิปการโอนเงินใช้บัญชีของเพื่อนอดีตลูกจ้างทุกอย่างปลอมหมด แต่กลับใช้ชีวิตสุขสบายกับเงินของคนอื่น และหนำซ้ำพ่อที่เป็นตำรวจของผู้ก่อเหตุ บอกทางผู้เสียหายให้ไปฟ้องเอาเอง จึงมาร้องให้ช่วยในส่วนของคดี หลังจากแจ้งความกับตำรวจกลับไม่มีความคืบหน้า
นายกองตรีธนกฤตกล่าวว่า มิจฉาชีพที่ทำการโกงในลักษณะนี้ถือว่า ส่งกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเหมือนกัน ซึ่งกรณีนี้ มิจฉาชีพทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาเช่าสินสอด ซึ่งมีการผ่อนชำระและจ่ายเงินเข้าระบบจริง ทำให้มีความคาบเกี่ยวกันระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง มิจฉาชีพจะต่อสู้และอ้างได้ว่า มีการผ่อนชำระจ่ายเงินเข้าระบบและเป็นเรื่องของการผิดสัญญา ทำให้เป็นคดีแพ่ง แต่พฤติการณ์ที่มีการอุปโลกน์สร้างลูกค้าปลอมเข้ามาทำการเช่าสินสอดและทำเอกสารปลอมที่คนอื่นว่าเป็นคดีอาญาและต่างกรรมต่างวาระ มีการกระทำผิดไม่ต่ำกว่า 200 กรรม ดังนั้นในส่วนคดีอาญา นายฟิล์ม มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี
นายกองตรีธนกฤตกล่าวว่า เท่าที่ตนทราบมาบุคคลนี้ทำงานในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ซึ่งทางทีมงานของตน จะตรวจสอบเพิ่มเติมว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยหรือไม่ พร้อมทั้งเตรียมประสานไปที่ ตำรวจ สอท.เพื่อขยายผลด้วยว่ามีใครร่วมขบวนการหรือไม่และหากเส้นทางการเงินสาวไปถึงใครบ้าง ไม่ว่าพ่อที่เป็นตำรวจจะมีดาวกี่ดวงจะสอยให้ร่วงทั้งหมดและถ้าอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูลูกไม่ได้เดี๋ยวตนจะสั่งสอนให้
นางสาวอธิจิตตรากล่าวว่า ตนกับ นายปิยพัชร์ สามีทำธุรกิจผ่อนสินค้าผ่อนทองคำและธุรกิจให้เช่าสินสอดมา 3-4 ปี และมีรุ่นน้องที่มหาลัยชื่อว่านางสาวฟิล์ม อายุ 26 ปี ลูกจ้างฝ่ายการเงิน อบต.แห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ทักมาตนเมื่อตุลาคม 2566 เพื่อขอผ่อนทองคำ โดยแรกก็มีการจ่ายเงินตามปกติ และเริ่มบอกว่าจะขอเป็นนายหน้าหาลูกค้ามาผ่อนทองให้ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งตนก็มองว่าเป็นการขยายธุรกิจ และการซื้อทอง ตนจะใช้วิธีโอนเงินเข้าร้านทองโดยตรง และให้นางสาวฟิล์มผู้ก่อเหตุไปรับทองที่ร้าน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจ่ายผ่อนมาปกติ
จนกระทั่งช่วงเมษายน 2567 นางสาวฟิล์ม ผู้ก่อเหตุบอกว่าอยากขอร่วมทำธุรกิจให้เช่าสินสอดด้วย โดยอ้างว่ารู้จักกับคนเยอะและเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับงานแต่งมาก่อน โดยจะขอไปเปิดเพจและดึงลูกค้ามาให้กับตนแต่ขออ้างว่าเป็นเจ้าของเงินทั้งหมดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า ซึ่งผู้เสียหายเห็นว่าเคยร่วมทำธุรกิจกันจึงตกลงและจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ 30% และขอให้สร้าง LINE @ และขอเป็นแอดมินเองเพื่อดูคิวลูกค้า ในตอนแรก นางสาวฟิล์ม ผู้ก่อเหตุ ไม่เห็นด้วยแต่สุดท้ายก็ยอม
โดยครั้งแรกผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีลูกค้ามาเช่าค่าสินสอด 2 แสนบาท และเมื่อถึงกำหนดจะต้องคืนผู้ก่อเหตุก็จะอ้างว่ามีลูกค้าต่อเนื่องและยอดค่ายืมสินสอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอด 5 เดือน มีลูกค้าทั้งหมด 253 ราย และค่าสินสอดที่เอาไปจำนวนกว่า 6.2 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมามีการแคปแชตคุยกับลูกค้าสร้าง stories สร้างความน่าเชื่อถือจนตนหลงเชื่อมาโดยตลอด
นางสาวอธิจิตตรากล่าวอีกว่า จนมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 67 ตนได้ขอเงินจำนวน 900,000 บาทคืน เพื่อนำไปจ่ายให้กับญาติที่มาร่วมลงทุน เพราะเห็นว่าเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีงาน ทำให้นางสาวฟิล์ม ผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่า ได้โกงผู้เสียหาย และทุกแชตที่ผ่านมาอุปโลกน์แชตขึ้นมาทั้งหมดเพื่อต้องการเงิน โดยอ้างว่าเป็นเท้าแชร์และถูกโกงเช่นกัน ตนกับสามีได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2567
จากนั้นตนกับสามี จึงลงไปตรวจสอบที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าลูกค้าทั้งหมด ทั้งลูกค้าเช่าสินสอด 253 ราย และลูกค้าผ่อนทอง 494 ราย เป็นเรื่องโกหกทั้งหมดผู้ก่อเหตุไปเอารายชื่อคนรอบตัวญาติมาแอบอ้าง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าผู้เสียหายรู้สึกเอะใจบ้างหรือไม่ นางสาวอธิจิตตรากล่าวว่า รู้สึกเอะใจแต่ไม่คิดจะโกงขนาดนี้ คิดเพียงว่าน่าจะแอบเอาสินสอดไปให้เช่าเองโดยไม่ผ่านทางร้าน เพราะที่ผ่านมาก็จ่ายเงินเดือนและค่าเปอร์เซ็นต์ให้กับผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด และเมื่อไปตามที่บ้านของผู้ก่อเหตุก็พบว่าพ่อผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก และยังถูกฝั่งครอบครัวของผู้ก่อเหตุพูดกลับมาว่า เป็นคนให้มันไปทำไม ตนรู้สึกเสียใจมากเพราะตนเป็นคนทำธุรกิจ และมองว่าทำไมครอบครัวถึงไม่อบรมทำไมลูกถึงอยากได้เงินของคนอื่น เพราะมองว่าผู้ก่อเหตุมีพ่อเป็นตำรวจน่าจะมีการแนะนำหรือชี้ช่องทางสู้คดี เพราะหลังจากเกิดเรื่องได้ไปแจ้งความ แต่ทางผู้ก่อเหตุพยายามสู้คดีไปในทางคดีแพ่ง
นางสาวอธิจิตตรา ผู้เสียหาย พูดทั้งน้ำตาว่าครอบครัวของเธอพังหมดเพราะเงินที่ถูกโกงไปมูลค่า กว่า 11 ล้านบาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตลูกจ้างแสบ อ้างเป็นลูกตร. ปลอมไลน์เป็นลูกค้าหลอกเช่าสินสอด สูญกว่า 11 ล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th