โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สคบ.ชี้เหตุไม่รับฟ้อง ‘The Icon’ ในปี 2565 พร้อมอธิบายอำนาจกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

The Structure

อัพเดต 11 ต.ค. 2567 เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 06.33 น. • The Structure

นายจิติภัทร์ บุญสมผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวถึงกรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป (The Icon Group) จำกัด ซึ่งปรากฏผู้ร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากบริษัทดังกล่าวและมีเอกสารยืนยันว่า ในปี 2565 เคยมีการร้องเรียนไปยัง สคบ. แล้ว แต่ สคบ. ปฏิเสธคำร้อง

นายจิติภัทร์กล่าวว่า ในครั้งนั้นมีผู้มาร้องเรียนทั้งสิ้น 15 ราย เข้ามาร้องเรียนในลักษณะว่าได้เข้าไปร่วมลงทุนกับดิไอคอนฯ เพื่อการประกอบธุรกิจโดยคาดหวังผลกําไรจากส่วนกลาง–ค้าปลีกซึ่งตาม พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และ พรบ. ขายตรงและตลาดขายตรงนั้น จะเน้นการให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหลัก

การที่ประชาชนเข้าไปร่วมประกอบธุรกิจ จึงไม่เข้าองค์ประกอบที่กฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ให้การคุ้มครอง สคบ. จึงไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปพิจารณาในส่วนนี้ แต่ทั้งนี้ สคบ. ได้ใช้กระบวนการช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เสียหายกับบริษัทฯ โดยเจ้าหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา และทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้แล้ว อีกทั้งผู้เสียหาย 13 รายได้รับเงินคืนไปแล้ว ส่วนอีก 2 รายอยู่ในระหว่างการดำเนินการ นายจิติภัทร์กล่าวว่ากรณีข้างต้นนั้น เริ่มมีผู้ร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2563 เป็นการทยอยกันร้องเรียนเข้ามา และยังคงมีผู้ร้องเรียนทยอยกันร้องเรียนเข้ามา โดยเฉพาะนับตั้งแต่หลังเหตุการณ์คิด-19 ช่วงปี 2566 –2567 ที่ค่อนข้างจะเยอะเมื่อถามถึงการจดทะเบียนธุรกิจประเภทขายตรงจาก สคบ. นายจิติภัทร์กล่าวว่า ดิไอคอนฯ ได้รับการจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรง ในปี 2562 ซึ่งธุรกิจแบบขายตรง และตลาดแบบตรงนั้นมีความแตกต่างกันโดยธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น จะประกอบไปด้วยบุคคล 2 บุคคล คือผู้ขายผ่านช่องทางสื่อไปทางผู้บริโภคโดยตรง เป็นการขายสินค้าออนไลน์ผู้บริโภคซื้อสินค้าผ่านออนไลน์

แต่ตลาดแบบตรงนั้น เป็นการขายผ่านตัวแทนขายตรง หรือผู้จำหน่ายอิสระ ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคล 3 กลุ่มคือเจ้าของธุรกิจ, กลุ่มตัวแทนขายตรงและผู้จำหน่ายอิสระ และกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้านิยามของการขายตรงนั้น มีการกำหนดลักษณะของธุรกิจ โดยในกลุ่มตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระนั้น จะมีสัญญาแผนการจ่ายผลตอบแทนซึ่งกันและกันโดยมีตัวแทนแม่ข่ายไปหาสมาชิกที่เป็นลูกข่าย เมื่อลูกข่ายหรือแม่ข่ายขายสินค้าได้ จะมีเปอร์เซ็นต์ที่จะส่งต่อให้กับตัวลูกข่ายและย้อนกลับมาถึงแม่ข่ายเป็นทอดๆ ไป ทั้งนี้ ดิไอคอนฯ นั้นได้มายื่นจดทะเบียนขายตรง ในปี 2565 เพื่อการขายปลีก ซึ่งจะมีการกำหนดคล้าย ๆ กับยี่ปั๊ว (ผู้ค้าส่ง) ซาปั๊ว (ผู้ค้าปลีก) ซึ่งถ้าหากซื้อในปริมาณมาก ๆ ก็จะได้รับส่วนลดที่มากขึ้น ถ้าซื้อน้อย ก็ได้รับส่วนลดน้อย ซึ่งผู้ค้าปลีกจะได้รับการอบรม เพื่อการทำการขาย ซึ่งนายทะเบียนพิจารณาแล้วว่าไม่เข้านิยามของ พรบ. ขายตรง ที่จะต้องมีแม่ข่ายและลูกข่ายจึงมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเมื่อถามว่า โมเดลธุรกิจที่ดิไอคอนฯ มาขอยื่นจดต่อ สคบ. นั้น มีลักษณะที่ผสมผสานระหว่างตลาดแบบตรง และการขายตรงใช่ สคบ.จึงไม่รับจดทะเบียน แต่ทั้งนี้ ดิไอคอนฯ ได้มีการจดทะเบียนตลาดแบบตรงไปก่อนหน้านี้แล้ว ใช่หรือไม่ นายจิติภัทร์กล่าวว่าใช่

เมื่อถามว่า การที่ดิไอคอนฯ ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจขายตรง แต่กลับไปมีเครือข่ายเขาไปมีตัวแทนขาย(ทำตลาดแบบตรง) มันจะผิดกฎหมายหรือกฎระเบียบว่าด้วยตลาดแบบตรงหรือไม่ นายจิติภัทร์กล่าวว่า ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีการไปสร้างเครือข่ายจริง ผิดแปลกไปจากที่เคยยื่น

สคบ. จะเรียกทางบริษัทฯ เข้ามาชี้แจง และจะมีการตรวจสอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่า สคบ. จะไม่หยุดแค่นี้ แต่จะมีการประสานงานกับตำรวจในข้อหาฉ้อโกงประชาชน หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเมื่อถามว่า การกระทำเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ และ สคบ. จะดำเนินการอย่างไร นายจิติภัทร์กล่าวว่าหากตรวจสอบพบว่าเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะถือว่ามีความผิดฐานประกอบธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งจะมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายจิติภัทร์กล่าวว่าในการยื่นขอจดทะเบียนนั้น สคบ. จะพิจารณาจากแผนการประกอบธุรกิจเป็นหลัก ว่ามีรายได้หลักจากทางใด หากพิจารณาแล้วพบว่ามีโอกาสที่จะเป็นการแชร์ลูกโซ่ มีรายได้หลักมาจากการหาสมาชิกใหม่ ก็จะไม่อนุญาต

แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ยื่นขอจดทะเบียนหลายราย ยื่นขอไม่ตรงกับการประกอบธุรกิจจริง และเคยตรวจสอบพบมาหลายรายแล้ว และการแชร์ลูกโซ่นั้น เข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พรก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...