โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

อาการยางแท่นเครื่องเสื่อม เป็นอย่างไร?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 03.09 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
อาการยางแท่นเครื่องเสื่อม เป็นอย่างไร?

อาการยางแท่นเครื่องเสื่อม เป็นอย่างไร?

ยางแท่นเครื่อง คืออะไร
ยางแท่นเครื่อง (Rubber Pedestal Machine) คืออุปกรณ์ส่วนหนึ่งภายในรถยนต์ ที่ทำหน้าที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ขณะกำลังสตาร์ตเครื่องยนต์ การออกตัวรถ ทั้งเดินหน้า ถอยหลัง เข้าเกียร์ และเบรก เพราะในการออกตัว รถก็จะมีอาการโคลงไปมา ทำให้รถยนต์แต่ละรุ่นต้องมียางแท่นเครื่องเพื่อซับแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ และแรงสั่นสะเทือนภายในห้องโดยสาร

รถยนต์แต่ละรุ่นจะมีลักษณะของยางแท่นเครื่องแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากจะมียางแท่นเครื่องทั้งหมด 4 ตัว โดยจะติดตั้งใกล้หม้อน้ำ 1 ตัว ผนังห้องเครื่องยนต์ด้านหน้า 1 ตัว เพื่อป้องกันการกระแทกของตัวรถ และติดตั้งซุ้มล้อหน้า 2 ข้าง และเสื้อเกียร์ เพื่อรองรับการเข้าโค้งทั้งซ้าย และขวานั่นเอง

ยางแท่นเครื่องมีกี่ประเภท
ในปัจจุบัน ยางแท่นเครื่องสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

ยางแท่นเครื่องแบบยางสังเคราะห์สีดำ เป็นยางแท่นเครื่องที่นิยมใช้กับรถยนต์มากที่สุด เนื่องจากมีราคาถูกกว่ายางแท่นเครื่องประเภทอื่นๆ

ยางแท่นเครื่องแบบไฮดรอลิค เป็นยางแท่นเครื่องรูปทรงกระบอกแนวตั้ง ภายในบรรจุน้ำมันที่มีความหนืดสูง แต่หากใช้ไปนาน ๆ จนเกิดอาการยางแท่นเครื่องเสื่อม มีน้ำมันรั่วซึมออกมา ก็ไม่สามารถซ่อมได้ และต้องเปลี่ยนอย่างเดียว ทำให้ยางแท่นเครื่องแบบไฮดรอลิคมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าประเภทยางสังเคราะห์

ยางแท่นเครื่องแบบไฮดรอลิคที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ทำงานโดยใช้ระบบไฟฟ้าเป็นตัวควบคุมความยืดหยุ่น โดยภายในรถยนต์จะมียางแท่นเครื่องประเภทนี้อยู่บริเวณด้านหน้าเครื่องยนต์ ที่อยู่ใกล้กับหม้อน้ำเพียงตัวเดียว

อาการบ่งบอกว่ายางแท่นเครื่องเสีย
อาการที่บ่งบอกว่ายางแท่นเครื่องรถของคุณอาจมีปัญหา ได้แก่ การสั่นสะเทือนของตัวรถมากขึ้น โดยเฉพาะขณะสตาร์ทเครื่องยนต์หรือขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ นอกจากนี้ อาจมีเสียงดังผิดปกติ เช่น เสียงก๊อกแก๊ก หรือเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดบริเวณใต้ท้องรถ รวมถึงอาการเครื่องยนต์โยน เกียร์กระตุก และรอบเดินเบาไม่นิ่ง ก็อาจมีสาเหตุมาจากยางแท่นเครื่องเสื่อมสภาพได้เช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้ยางแท่นเครื่องเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
สาเหตุหลักที่ทำให้ยางแท่นเครื่องเสีย ได้แก่ การใช้งานที่หนักเกินไป การขับรถบนถนนที่ขรุขระบ่อยครั้ง อายุการใช้งานของยางแท่นเครื่อง และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวรถ ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ยางแท่นเครื่องเสื่อมสภาพได้ทั้งสิ้น

วิธีแก้ไขเมื่อยางแท่นเครื่องเสื่อมสภาพ
โดยปกติแล้วรถแต่ละคันจะมียางแท่นเครื่องประมาณ 2-3 จุด แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ ซึ่งยางแท่นเครื่องจะถูกออกแบบมาเฉพาะรุ่น ไม่สามารถทดแทนกันได้ (เว้นแต่รถบางรุ่นที่พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกัน) ส่วนค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของอะไหล่ หากเป็นอะไหล่เทียบอาจเริ่มต้นต่ำกว่า 2,000 บาทต่อชิ้น แต่หากเป็นอะไหล่แท้ก็มักมีราคาตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป

การดูแลไม่ให้เกิดอาการยางแท่นเครื่องเสื่อมไว ทำได้อย่างไร
วิธีดูแลยางของแท่นเครื่อง เพื่อไม่ให้เกิดอาการยางของแท่นเครื่องเสื่อมสภาพไว ทำได้โดยการสตาร์ตรถเพื่อวอร์มเครื่องยนต์ก่อนออกตัวประมาณ 5-10 นาที และไม่ควรออกตัวแรง หรือออกตัวด้วยความเร็วสูงในทันที ในส่วนของการเข้าเกียร์ ก็ควรเข้าเกียร์ด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษาสภาพยางแท่นเกียร์ และที่สำคัญ ในการขับขี่ หากเจอพื้นผิวถนนขรุขระ ถนนเป็นหลุม เป็นบ่อ รวมถึงลูกระนาดต่าง ๆ ก็ควรชะลอความเร็วในการขับขี่ และรักษาความเร็วให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อให้ยางแท่นเครื่องเกิดการสะเทือนให้น้อยที่สุด เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางแท่นเครื่อง ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นแล้ว

สรุป
ยางแท่นเครื่อง ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยลดแรงกระแทก และแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ขณะที่สตาร์ตรถ เข้าเกียร์ การออกตัวรถ รวมถึงการเบรก แต่หากใช้รถไปนาน ๆ แล้วมีอาการของยางแท่นเครื่องยนต์เสื่อม ก็จะทำให้การซับแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ลดลง จนสั่นสะเทือนเข้าไปในห้องโดยสาร และท้ายที่สุดก็อาจทำให้ห้องเครื่องยนต์เกิดความเสียหายได้

ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการยางแท่นเครื่องเสื่อมได้ เช่น อาการตัวถังของรถสั่นผิดปกติขณะขับขี่ อาการสั่นจากการที่สตาร์รถจอดทิ้งไว้ แล้วตัวรถมีอาการสั่นจนผิดปกติ อาการรถสั่นกระตุกตอนออกตัวรถ การเข้าเกียร์ หรือการค่อย ๆ แตะเบรก แล้วตัวรถสั่น หรือเครื่องยนต์มีเสียงดัง และวิธีง่าย ๆ ที่คนมีรถสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง คือการสังเกตว่ารถยนต์เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...