โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีตัดไม้สักยักษ์ในพื้นที่อนุรักษ์บ้านนาพูน พื้นที่รับรางวัลถ้วยพระเทพฯ ไม่คืบ

77kaoded

เผยแพร่ 29 ก.ย 2567 เวลา 02.19 น. • 77 ข่าวเด็ด

ขณะโลกร้อนเพราะขาดต้นไม้ ยังมีมือดีลอบตัดไม้อนุรักษ์ของชุมชนเป็นว่าเล่นใน จ.แพร่ ท้าทายผู้รับผิดชอบอิทธิพลใหญ่ไม่เถื่อนยังมีอยู่ ตัดไม้ริมทางไม่หยุดไม่สนสภาวะโลกร้อน พนักงานสอบสวนนาพูนพบกล้องวงจรปิดรถลำเลียงท่อนซุงไม้สักที่ถูกตัดผ่านด่านดงยางเฉยอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ผู้ตัองสงสัยเข้ารายงานตัวพนักงานสอบสวน ขณะชาวบ้านพบบัตรประชาชนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
หลังจากเหตุการณ์ลักลอบตัดไม้สักขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ในพื้นที่สาธารณะของตำบลนาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ นายวิเชียร สมฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาพูน ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.พิตตินันท์ คำศรีวาท พนักงานสอบสวนเวร สภ.นาพูน เพื่อสืบสวนหาคนร้ายมาดำเนินคดี เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา

ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.นาพูน ได้เข้าตรวจกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่ด่านตรวจยาเสพติด จุดสกัดด่านดงยาง หมู่ 7 ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ทางหลวงหมายเลข 101 พบภาพรถต้องสงสัยคือ รถหกล้อบรรทุกไม้สีฟ้า 1 คัน วิ่งผ่านด่านเมื่อเวลา 05.58.32 น. รถไถสีส้ม 1 คันวิ่งผ่านด่านเมื่อเวลา 05.58.54 น.ของวันที่ 25 กันยายน 2567 ซึ่งขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.นาพูน กำลังสอบพยานเพิ่มเติมคือชาวบ้านผู้พบเหตุเหตุการณ์การลำเลียงไม้สักออกจากจุดตัดไม้ ส่วนหลักฐานของรถนั้น กล้องวงจรปิดได้บันทึกเลขทะเบียนไว้หมดแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

เวลา 15.00 น. วันที่ 28 กันยายน ชาวบ้านได้แจ้งว่า พบบัตรประชาชนของนายวันชัย พันธ์สำโรง ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 368 หมู่ 1 ต.แก้ง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ตกอยู่ในที่เกิดเหตุบริเวณที่มีการตัดไม้สักยักษ์ ทำให้ร.ต.ท.พิตตินันท์ คำศรีวาท พนักงานสอบสวนเวร สภ.นาพูน ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม และทำการอายัดบัตรประชาชนดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
ในขณะเดียวกัน นายวันชัย พันธ์สำโรง เจ้าของบัตรเดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อขอบัตรประชาชนคืน โดยอ้างว่าทำตกใหม่หลังทราบข่าวว่า มีการตัดไม้จึงเข้ามาดูจึงทำให้บัตรตก นายวันชัยกล่าวด้วยว่า ตนเป็นเจ้าของรถบรรทุกสีฟ้าที่มีเครนอยู่ด้านหลังและบรรทุกไม้ที่ปรากฎอยู่ในกล้องวงจรปิดของตำรวจ ซึ่งได้ไปแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาพูนแล้ว ไม้ที่อยู่หลังรถบรรทุกของตนเป็นไม้แห้งนำมาจากสวนทุเรียนก่อนเข้าด่าน สวนทุเรียนทางเข้าอยู่ติดกับ “ดงยางโฮมสเตย์” บ้านดงยาง ก่อนผ่านด่านเล็กน้อย เมื่อนำไม้บรรทุกรถออกลำเลียงไปบ้านที่บ้านบ่อแก้ว ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ จึงผ่านด่านตำรวจจึงปรากฏในกล้องวงจรปิด เจ้าของ “ดงยางโฮมสเตย์”เป็นพยานได้ มีหลักฐานการตัดอยู่ที่สวนทุเรียน

นายศิริชัย โตสุวรรณ รองประธานป่าชุมชนบ้านเปาปม- ดงยาง และเป็นกรรมการดูแลพื้นที่สาธารณะที่อนุรักษ์เป็นป่าดั้งเดิมและฌาปนสถานของหมู่บ้านบริเวณที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ชุมชนได้รับถ้วยรางวัล “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน”ระดับประเทศเป็นถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกษิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วันที่ไปรับรางวัล 24 กันยายน คืนนั้นก็มีการลักลอบตัดกัน. อย่างนี้ชาวบ้านยอมไม่ได้ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้ออกมาเป็นพยาน แต่ขณะนี้ต้องปกปิดตัวพยานเนื่องจากเกรงอันตรายต่อชาวบ้าน ข้อความหนึ่งของพยานนั้นเห็นรถก่อเหตุ เป็นรถกระบะ6 ล้อสีฟ้ามีเครนยก และรถไถสีส้ม เดินทางออกจากจุดเกิดเหตุไปบนถนนสาย 101 ห่างจากจุดเกิดเหตุ 100 เมตร ในเวลาก่อนผ่านกล้องวงจรปิดของด่านตำรวจ ส่วนผู้ที่พบบัตรประชาชนของผู้ต้องสงสัยตกอยู่ในที่เกิดเหตุเตรียมไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน
นายศิริชัย กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีการแจ้งความไปแล้ว แต่พนักงานสอบสวนมิได้มาดูที่เกิดเหตุ แม้วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีมาดูและเก็บบัตรประชาชนก็มิได้มาตรวจสอบจุดที่ถูกตัดไม้แต่อย่างใด ร่องรอยรถไถ ร่องรอยเครน และการชักลากไม้ ที่สามารถเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ได้แต่พนักงานสอบสวนไม่ให้ความสำคัญจุดเกิดเหตุแต่อย่างใด
แหล่งข่าวกล่าวว่า ไม้สักท่อนดังกล่าวถูกนำไปเก็บซุกซ่อนไม่นำเข้าไปยังโรงงานแปรรูปไม้แต่อย่างใด เมื่อเรื่องเงียบก็จะนำออกมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์รากไม้ที่จำหน่ายอยู่ในเขตอำเภอเด่นชัย ก่อนหน้านี้มีการตัดอยู่เป็นประจำโดยที่ผู้นำหมู่บ้านทราบดีแต่ไม่มีใครกล้าแจ้งเบาะแสเนื่องจากอิทธิพลทางการเงิน โดยเฉพาะไม้สักที่ถูกตัดในป่าชุมชนบ้านดงยางที่มีการลักลอบตัดไปกว่า 30 ต้น และ ไม้ริมทางหลวงหมายเลข 101 ตรงเขตติดต่อ ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย- ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น ห่างจาก ศาลาคะชา ไปทางอำเภอวังชิ้นราว 20 เมตร มีการตัดไม้มีค่าสองข้างทางหลวงหมายเลข 101 อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า กลุ่มผู้ตัดไม้ในบริเวณบ้านบ่อแก้ว ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย มีอยู่ประมาณ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นอดีตสีกากี มีการทำไม้ชักรากไม้จากป่า มีโรงงานแปรรูป โรงงานสิ่งประดิษฐ์และโรงค้า สวมเอกสารเป็นไม้ถูกต้อง ปัจจุบันมีอิทธิพลมากเพราะมีเงิน จ่ายให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างถ้วนหน้า อีกกลุ่มเป็นกลุ่มทำไม้จากภาคอีสาน นำไม้จากป่าเข้าสู่การแปรรูป ทำสิ่งประดิษฐ์ และมีโรงค้าเป็นของตนเอง โดยทั้งสองกลุ่มอ้างว่า ทำไม้ที่ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมิได้เข้าตรวจสอบใดใด

นายวิเชียร สมฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาพูน ในฐานะประธานป่าชุมชนบ้านเปาปม-ดงยาง กล่าวว่าเริ่มมีกลิ่นอิทธิพลเข้ามาข่มขู่ชาวบ้านผู้นำหมู่บ้าน ในขณะที่พนักงานสอบสวนไม่ให้ความสำคัญต่อการทำคดีทั้งๆ ที่ประเทศกำลังวิกฤตด้วยภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ปล่อยให้มีการตัดไม้ข้างทางเข้าโรงงานโดยมีการนำไปสวมใบอนุญาต อยากวิงวอนผู้เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ปัญหาอย่าเห็นแก่อามิจเล็กๆ น้อยๆ นายวิเชียรกล่าว/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...