โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วีซ่า ระบุ คนไทยใช้ โมบายแบงกิ้ง 96% มากสุดในอาเซียน เมินพกเงินสด ถือบัตรเดบิตลดลง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 18.19 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 11.18 น.

วีซ่า ระบุ คนไทยใช้ โมบายแบงกิ้ง 96% มากสุดในอาเซียน พกเงินสดลดลง พบจำนวนบัตรเดบิตลดลง 20 % ต่อปี เพราะส่วนใหญ่หากบัตรหมดอายุเลือกไม่ต่อใหม่แล้ว โดยคนไทยพร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ( Cashless Society) ในปี 2028

2 ต.ค. 2567 นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้จัดการ วีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปีฉบับล่าสุดของวีซ่า (Visa Consumer Payment Attitudes Study) ว่าประเทศไทยเป็นผู้นำด้านความถี่ในการใช้แอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอ้างอิงจากการศึกษาล่าสุดพบว่า 97 %ของผู้บริโภคชาวไทยบอกว่าพวกเขาใช้งานแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์หรือมากกว่านั้น ตามมาด้วยผู้บริโภคชาวเวียดนาม (95%) และชาวอินโดนีเซีย (90%)

โดยเฉลี่ย 89% ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้แอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งยังเป็นการทำธุรกรรมออนไลน์ที่คนเลือกใช้มากที่สุดในทุกประเทศที่ทำการสำรวจ โดยประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยตัวเลข 96 % ของผู้บริโภคที่ระบุว่านิยมใช้แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือมากกว่าบริการบนเว็บไซต์ ตามด้วยผู้บริโภคชาวอินโดนีเซีย (95%) และชาวเวียดนาม (92%)

ทั้งนี้ยิ่งผู้บริโภคในภูมิภาคใช้จ่ายแบบดิจิทัลมากขึ้นเท่าใด พวกเขาก็พกเงินสดน้อยลงเท่านั้น โดยการศึกษาของวีซ่าระบุว่า 46 % ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พกเงินสดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นำโดยชาวเวียดนาม (56%) มาเลเซีย (49%) และไทย (47%)

“ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาพกเงินสดน้อยลง คือ ใช้จ่ายผ่านการชำระเงินแบบดิจิทัลในรูปแบบคอนแทคเลส หรือไร้สัมผัสมากขึ้น มีสถานที่รับชำระเงินแบบดิจิทัลมากขึ้น และกังวลว่าเงินสดจะสูญหายหรือถูกขโมย คนไทยมองว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ( Cashless Society) เร็วกว่าประเทศอื่น โดยผู้บริโภคชาวไทยคาดว่าไทยจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดภายในปี 2028”

นายปุณณมาศ กล่าวว่า จำนวนบัตรเดบิตถูกใช้น้อยลง เพราะปัจจุบันกดเงินตู้ ATM ไม่ต้องมีบัตรเดบิตก็กดได้จากฟังก์ชั่นกดเงินไม่ใช้บัตรโดยจำนวนบัตรเดบิตน้อยลง 20 % ทุกปี เพราะหากบัตรเดบิตหมดอายุแล้วเลือกจะไม่ถือบัตรต่อ แต่คนที่ใช้บัตรเดบิต อยู่คือคนที่ไม่มีบัตรเครดิตและต้องการซื้อของออนไลน์ เพราะการซื้อของออนไลน์อาจจะไม่ครอบคลุมพร้อมเพย์

“แต่มองว่าบัตรเดบิตจะไม่หายไปจากประเทศไทย ส่วนหนึ่งด้วยสถานการณ์หนี้ล้น ทำให้ความต้องการซื้อโดยบัตรเดบิตมีบทบาท เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคมีความเป็นห่วงเรื่องหนี้ของตัวเอง และจะบังคับตัวเองไม่ให้ใช้เงินในอนาคตแต่ใช้เงินปัจจุบัน ทำให้การซื้อของจะใช้บัตรเดบิตมากกว่าบัตรเครดิต และปีหน้า บัตรเดบิต จะเข้ามามีบทบาทในระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งเดบิตมีอยู่แต่ไม่โต”

การชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-time payments หรือ RTP) ก็เป็นอีกทางเลือกที่กำลังแพร่หลายอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยมีผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 76 % รู้จักวิธีการชำระเงินในรูปแบบนี้ และ 47 % เคยใช้บริการโอนเงินแบบเรียลไทม์มาก่อน ประเทศไทยอยู่อันดับแรกของภูมิภาคในด้านความถี่ของการใช้บริการชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดย 86 % ของผู้ตอบแบบสอบถามทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ตามด้วยเวียดนามที่ 84 % และอินโดนีเซียที่ 69 %

แม้การชำระเงินแบบเรียลไทม์จะเป็นที่รู้จักและมีอัตราการยอมรับสูง แต่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังคงสงวนท่าทีในการเลือกชำระเงินในรูปแบบนี้โดยข้อกังวลลำดับต้นๆ ที่ทำให้พวกเขาลังเลคือ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (44%) ชอบชำระเงินดิจิทัลรูปแบบอื่นมากกว่า เช่น บัตรเครดิต/ บัตรเดบิต (42%) และขาดความเข้าใจในการใช้งาน (41%)

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...