10 เรื่อง #dek68 ควรรู้ ก่อนสมัคร TGAT/TPAT 2 - 5
สวัสดีค่ะน้องๆ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2567 นี้ ทปอ. จะเปิดรับสมัครสอบ TGAT/TPAT 2 - 5 ประจำปี 2568 ที่เว็บไซต์ mytcas โดยน้องๆ จะต้องทำการลงทะเบียน mytcas ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถสมัครสอบได้ ซึ่งระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 28 ตุลาคม เป็นต้นไป
สำหรับการสมัครสอบ TGAT/TPAT 2 - 5 จะเปิดรับแค่ 8 วันเท่านั้น และจะเข้าสอบพร้อมกันในวันที่ 7 - 9 ธันวาคม 2567 เพื่อนำคะแนนไปใช้ยื่นสมัคร TCAS68 รอบ 1 Portfolio, 2 Quota, 3 Admission และ 4 Direct Admission ถ้าน้องๆ กำลังจะลงสมัครสอบ ตามไปดูกันว่า 10 เรื่อง ที่ต้องรู้ก่อนที่จะยื่นสมัครกันบ้าง
10 เรื่อง #dek68 ควรรู้ ก่อนสมัคร TGAT/TPAT 2 - 5
1) ใครสมัครสอบ TGAT/TPAT 2 - 5 ได้บ้าง
คนที่จะสมัครสอบ TGAT/TPAT 2 - 5 ได้ จะต้องเป็นน้องๆ นักเรียนม.6, ปวช. 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป นั่นหมายความว่า เด็กซิ่วสามารถยื่นสมัครได้ และทปอ. ไม่มีจำกัดอายุผู้สมัครไว้
2) สมัครสอบได้กี่วิชา
ทปอ. จัดสอบ TGAT/TPAT 2 - 5 ทั้งหมด 5 รายวิชา โดยน้องๆ แต่ละคนจะยื่นสมัครกี่รายวิชาก็ได้ แค่ 1 รายวิชา หรือทั้ง 5 รายวิชาก็ได้ แต่ถ้าให้แนะนำ จะแนะนำให้ยื่นสมัครในรายวิชาที่น้องๆ ต้องการจะนำคะแนนไปคัดเลือกเท่านั้น และสำหรับการสอบวิชา TGAT และ TPAT 2 จะสามารถเข้าสอบได้ ทั้ง 3 พาร์ต
3) เลือกรูปแบบการสอบได้ไหม
ข้อสอบ TGAT/TPAT 2 - 5 จะจัดสอบใน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบกระดาษ (paper-based) และรูปแบบคอมพิวเตอร์ (computer-based) โดยเนื้อหาข้อสอบแต่ละรายวิชาจะมีรายละเอียดที่เหมือนกัน จะแตกต่างกันที่วิธีการทำข้อสอบ และระยะเวลาในการประกาศผลคะแนน โดยรูปแบบคอมพิวเตอร์จะประกาศผลเร็วกว่า หลังจากสอบวันสุดท้ายประมาณ 7 วัน ส่วนรูปแบบกระดาษ จะประกาศผลหลังจากสอบเรียบร้อยประมาณ 1 เดือน
น้องๆ สนใจเข้าสอบรูปแบบไหน ก็สามารถเลือกได้เลย หรือจะเลือกแบบผสมกันก็ได้ โดยระบบจะให้ยึด 1 รูปแบบการสอบ ต่อ 1 วัน แต่ถ้าสอบหลายวัน จะเลือกวันนึงเป็นกระดาษ วันนึงเป็นคอมพิวเตอร์ก็สามารถทำได้
นอกจากนี้ถ้าใครเลือกสมัครรูปแบบคอมพิวเตอร์ สามารถเข้าไปทดลองระบบสอบ TGAT/TPAT เสมือนจริงได้ก่อน จะได้เรียนรู้หน้าตาระบบสอบกัน (แต่จริงๆ ถ้าเลือกรูปแบบกระดาษ ก็สามารถเข้าไปใช้ระบบทดลองนี้ได้เช่นกัน)
4) ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
การสมัครสอบ TGAT/TPAT 2 - 5 ไม่จำเป็นต้องเตรียมเอกสารอะไรในการสมัครเลย เพราะทุกคนจะต้องลงทะเบียน mytcas ก่อน ซึ่งในขั้นตอนของการลงทะเบียน mytcas นั้น จะมีการดึงข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครไว้แล้ว
5) เลือกสนามสอบอย่างไร
- ปีนี้ทปอ. จัดสอบรูปแบบกระดาษ 195 สนาม และคอมพิวเตอร์ 19 สนาม
- ทุกคนจะต้องเลือกสนามสอบให้ครบทั้ง 5 ลำดับ
- ยกเว้น ถ้าจังหวัดในลำดับแรก มีสนามสอบน้อยกว่า 5 สนาม ก็ให้เลือกทุกสนามสอบที่มีจังหวัดนั้นแทน หรือถ้าอยากเลือกจังหวัดอื่นๆ เองก็ได้ แต่แนะนำให้น้องๆ เลือกปุ่ม "กรณีที่สนามสอบที่เลือกไว้ในจังหวัดนั้น เต็มและมีการเปิดสนามสอบใหม่ ให้เลือกสนามสอบที่เปิดใหม่นี้ก่อนเลือกสนามสอบในจังหวัดอื่น" เอาไว้ด้วย
- ถ้าเลือกสอบรูปแบบคอมพิวเตอร์ จะต้องเลือกสนามสอบกระดาษ เพิ่มเติมอีก 5 อันดับด้วย สำรองเผื่อสนามสอบคอมพิวเตอร์เต็ม
- สำหรับ "กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ" นับเป็นจังหวัดเดียวกัน
- หากต้องการสมัครสอบข้ามจังหวัด สามารถทำได้ค่ะ แต่ระบบจะให้ยืนยันเลือกสนามสอบข้ามจังหวัดด้วย
6) วิธีจ่ายเงินค่าสมัครสอบ
ค่าสมัครสอบวิชาละ 140 บาท ทั้งแบบกระดาษ และคอมพิวเตอร์
สมัครกี่รายวิชาก็จ่ายค่าสมัครตามจำนวนนั้น
เลือกจ่ายค่าสมัครได้ 2 ช่องทาง ได้แก่
QR Code ทุกธนาคาร : ไม่มีค่าธรรมเนียม ปิดรับชำระ 23.29 น. ของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567
- เคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-11) : ค่าธรรมเนียม 10 บาท ปิดรับชำระ 23.59 น. ของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567
7) อย่าลืม! ยืนยันการสมัคร
หลังจากเลือกรายวิชาที่จะยื่นสมัครเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้น้องๆ ยืนยันการสมัคร ด้วยรหัส OTP โดยเลือกรับรหัสผ่านอีเมล หรือเบอร์โทรศัพท์ เมื่อยืนยันการสมัครเรียบร้อยแล้ว จึงจะถือว่าการสมัครสมบูรณ์
แต่ถ้ามีการแก้ไขรายละเอียดการสมัคร ไม่ว่าจะเป็นสนามสอบ/รายวิชาที่สมัคร หลังจากยืนยันการสมัคร ด้วย OTP และชำระค่าสมัครไปแล้ว ก็จะต้องทำการยืนยันการสมัครใหม่ โดยน้องๆ จะสามารถแก้ไขได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ซึ่งจะนับจากการยืนยัน OTP และในระบบก็จะแทนด้วยสัญลักษณ์หัวใจ 3 ดวง
8) เปลี่ยนสนามสอบ/อันดับสนามสอบได้ไหม
- ถ้ายังไม่ได้ยืนยัน OTP : สามารถเปลี่ยนแปลง/แก้ไข/สลับอันดับของสนามสอบเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- ถ้ายืนยัน OTP แล้ว หรือรอจ่ายค่าสมัครอยู่ : จะต้องชำระค่าสมัครการสมัครครั้งแรกก่อน จึงจะแก้ไขสนามสอบได้
- หลังจากชำระค่าสมัครแล้ว : เปลี่ยนได้ แต่จะทำได้ไม่เกิน 3 ครั้ง
- จะดำเนินการได้เฉพาะช่วงเวลาที่ระบบรับสมัครยังเปิดอยู่เท่านั้น หรือ ภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 นั่นเอง ถ้าระบบปิดแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขได้อีก
9) เปลี่ยนวิชาสอบได้ไหม
- ถ้ายังไม่ได้ยืนยัน OTP : จะเพิ่ม/ลด หรือเปลี่ยนรายวิชาเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- ถ้ายืนยัน OTP แล้ว หรือรอจ่ายค่าสมัครอยู่ : จะเปลี่ยนรายวิชาไม่ได้ ต้องชำระค่าสมัครการสมัครครั้งแรกก่อน
- หลังจากที่ชำระค่าสมัครแล้ว : สามารถเพิ่มรายวิชาสอบใหม่ได้อย่างเดียว จะไม่สามารถลด หรือเปลี่ยนรายวิชาที่เคยสมัครไปได้
- จะดำเนินการได้เฉพาะช่วงเวลาที่ระบบรับสมัครยังเปิดอยู่เท่านั้น หรือ ภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 นั่นเอง ถ้าระบบปิดแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขได้อีก
10) ทปอ. สุ่มสนามสอบอย่างไร
การสมัครก่อน - สมัครหลัง จะไม่มีผลกับการจัดสนามสอบเลย เพราะ ทปอ. จะเริ่มจัดสนามสอบหลังจากที่ปิดระบบรับสมัครไปเรียบร้อยแล้ว โดยในแต่ละสนามสอบ จะสุ่มผู้สมัครที่เลือกสนามนั้นๆ ไว้เป็นอันดับแรกขึ้นมา หากมีที่นั่งว่างก็จะได้สนามสอบนั้นไป แต่ถ้าหากสนามอันดับแรกเต็มแล้ว ระบบจะไปดูสนามสอบในอันดับถัดไปตามลำดับ วนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ที่นั่ง หรือครบทั้ง 5 อันดับ
ย้ำอีกครั้ง ทปอ. ปิดรับสมัครสอบ TGAT/TPAT
เวลา 23.59 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567
ทปอ. จะเปิดรับสมัครสอบแค่ 8 วันเท่านั้น หากเลยกำหนดแล้ว จะไม่สามารถขอสมัคร หรือชำระเงินย้อนหลังได้ ส่วนใครที่สมัครเรียบร้อยแล้ว รอประกาศสนามสอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบได้ ตั้งแต่ 25 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป