โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปี 2023 ที่แล้ว ต้นไม้กับพื้นดิน แทบจะดูดซับคาร์บอนไม่ได้เลย

Environman

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

เมื่อปีที่แล้ว ต้นไม้และพื้นดินแทบจะดูดซับคาร์บอนไม่ได้เลย ตามรายงานใหม่จากนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่พื้นโลกดูดซับไว้ลดลงอย่างมาก ซึ่งสร้างความกังวลว่ากระบวนการสำคัญในวัฏจักรโลกกำลังพังทลายหรือไม่?

ในทุก ๆ วันเมื่อดวงอาทิตย์ตกลง แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์จำพวกกุ้ง และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในทะเลอื่น ๆ นับพันล้านตัวจะลอยขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อกินสาหร่ายขนาดเล็ก จากนั้นก็กลับไปยังส่วนลึกของน้ำเมื่อดวงอาทิตย์กลับขึ้นมา กระบวนการดังกล่าวเป็นหนึ่งในวัฏจักรที่สำคัญที่สุดของโลก นั่นคือวัฏจักรคาร์บอน

พวกมันทำให้คาร์บอนปริมาณหลายล้านตันถูกดูดซับออกจากชั้นบรรยากาศทุกปี เช่นเดียวกันป่าไม้ พื้นดิน และแหล่งดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติอื่น ๆ (เช่นพื้นที่ชุ่มน้ำ) ก็รวมพลังกันกลืนคาร์บอนที่มนุษย์ปล่อยออกมาได้ราวครึ่งหนึ่ง

แต่เมื่อโลกร้อนขึ้นโดยเฉพาะในปี 2023 ที่ผ่านมาซึ่งกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา นักวิทยาศาสตร์ก็เริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากระบวนการสำคัญนี้กำลังถดถอยลงไป การวิจัยเบื้องต้นของทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติเผยให้เห็นว่าปีดังกล่าว ธรรมชาติแทบจะดูดซับคาร์บอนไม่ได้เลยเมื่อนำมาคำนวณกับปริมาณที่มนุษย์ปล่อยออกไป

“เรากำลังเห็นรอยร้าวในความยืดหยุ่นของระบบโลก เราได้เห็นรอยร้าวบนบกซึ่งระบบนิเวศกำลังสูญเสียแหล่งกักเก็บคาร์บอนและความสามารถในการดูดซับ CO2 มหาสมุทรก็แสดงสัญญาณถึงความไม่มั่นคงนี้เช่นกัน” Johan Rockström ผู้อำนวยการสถาบันพ็อทซ์ดัมเพื่อการวิจัยผลกระทบต่อสภาพอากาศ กล่าว

“จนถึงขณะนี้ ธรรมชาติได้สร้างสมดุลให้กับการละเมิด(ปริมาณคาร์บอนส่วนเกิน)ของเรา แต่สิ่งนี้กำลังจะสิ้นสุดลง” เขาเสริม

น่าเศร้า เมื่อปีที่แล้วมนุษยชาติได้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณที่ทำลายสถิติ โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 37,400 ล้านตัน แม้ในสถานการณ์ปกติคาร์บอนที่มากขึ้นนี้อาจเป็นผลดีต่อต้นไม้ในทางอ้อมเนื่องจากทำให้พืชเติบโตเร็วขึ้น ทว่าสภาพอากาศในปี 2023 ก็เลวร้ายเช่นกัน

เกิดไฟป่าใหญ่ทั่วโลกและเกิดคลื่นความร้อนเต็มมหาสมุทร สิ่งเหล่านี้สร้างความเครียดอย่างมากให้กับระบบนิเวศซึ่งทำให้อะไรที่เคยดูดซับ CO2 ได้ปกติ ก็น้อยลงอย่างน่าตกใจ เช่นเดียวกันพื้นที่ป่าไม้จำนวนมาก็ถูกทำลายลงเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอมะซอนหรือแอ่งคองโก

“โลกที่เครียดนี้กำลังช่วยเหลือเราอย่างเงียบ ๆ และช่วยให้เราสามารถปัดหนี้(คาร์บอนส่วนเกิน)ไปอยู่ใต้พรมได้ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ” Rockström กล่าว นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าสัญญาณการถดถอยเหล่านี้กำลังเตือนถึงอันตรายที่จะมาถึง

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าหลายประเทศทั่วโลกจะยังไม่ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะมีการเผยแพร่การประเมินหลายฉบับที่พูดถึงวิธีการช่วยให้ป่าและระบบนิเวศตามธรรมชาติดูดซับคาร์บอนได้มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่คนจำนวนมากลืมไปคือการปกป้องแหล่งที่มีอยู่แล้วให้ดีที่สุด รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากที่สุด

“เราไม่ควรพึ่งพาป่าธรรมชาติในการทำงาน เราต้องจัดการกับปัญหาใหญ่จริง ๆ นั่นคือการปล่อยก๊าซเชื้อเพลิงฟอสซิลในทุกภาคส่วน” ศาสตราจารย์ Pierre Friedlingstein จากมหาวิทยาลัย Exeter ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการคำนวณงบประมาณคาร์บอนทั่วโลกประจำปี กล่าว

“เราไม่สามารถสรุปเอาเองว่าเรามีป่าและป่าจะดูดซับช่วย CO2 ได้บ้าง เพราะมันจะไม่ได้ผลในระยะยาว”

ที่มา

https://arxiv.org/pdf/2407.12447

https://www.theguardian.com/…/nature-carbon-sink…

https://www.ecowatch.com/carbon-sinks-land-trees-net…

Photo: Kevin Key/Flickr

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...