โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

พิษ Nogfu-PDD หุ้นดิ่งเหว เจ้าของบริษัทรวยลดฮวบ เสียทรัพย์รวมกัน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ส.ค. 2567 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 10.30 น.

2 มหาเศรษฐีจีน เจ้าของบริษัท Nogfu และ PDD Holdings สูญเสียความมั่งคั่ง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังหุ้นดิ่งหนัก สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจจีน อุปสงค์ผู้บริโภคตกต่ำ

วันที่ 28 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทรายใหญ่ของจีน 2 แห่ง หุ้นร่วงลงมากที่เป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ 2 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยรวยที่สุดของจีน สูญเสียความมั่งคั่งไปมากกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจจีน ซึ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

นายจง ส่านซาน ผู้ก่อตั้ง หนงฟู สปริง (Nongfu Spring) ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีน ทรัพย์สินลดลงประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามดัชนี Bloomberg Billionaires Index เนื่องจากหุ้นของบริษัท ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ร่วงลง 10% ในวันพุธ (28 ส.ค.) ส่งผลให้นายจงมีทรัพย์สินเหลือรวม 4.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านนายโคลิน หวง ผู้ก่อตั้งพีดีดี โฮลดิงส์ (PDD Holdings) บริษัทแม่ของ เทมู (Temu) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่กำลังมาแรง เผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ยิ่งกล่าว โดยเขาสูญเสียรายได้ 1.41 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ (26 ส.ค.) หลังจากบริษัทเตือนว่าการเติบโตของรายได้จะชะลอตัวลง นับเป็นการสูญเสียความมั่งคั่งในวันเดียวที่มากที่สุดสำหรับนายหวง ส่งผลให้เขาร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 4 ของดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก หลังจากที่เคยครองอันดับหนึ่งได้ชั่วคราวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

แนวโน้มขาลงยังคงดำเนินต่อไปในวันอังคาร (27 ส.ค.) โดยหุ้น PDD ร่วงลงอีก 4.1% ส่งผลให้ทรัพย์สินของนายหวงลดลงไปอีก 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานระบุว่า ความมั่งคั่งที่ลดลงอย่างมากนี้สะท้อนถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวจีนที่หดตัว และความเชื่อมั่นในระยะยาวก็ลดลง ซึ่งแม้แต่บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดก็ยังประสบปัญหาจากอุปสงค์ที่ซบเซาของผู้บริโภค นอกจากนี้แล้ว การแข่งขันอย่างรุนแรงในสงครามราคาทำให้ต้องลดราคาลงอย่างมาก เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายและเลือกซื้อสินค้าที่ราคาถูกที่สุด โดย ผลิตภัณฑ์น้ำดื่มใหม่ล่าสุดของ Nongfu ขายในราคาต่ำกว่า 1 หยวน (0.14 ดอลลาร์) ต่อขวด ซึ่งทำให้ผลกำไรลดลงอย่างมาก

นายเวย์-เซิร์น หลิง กรรมการผู้จัดการของ Union Bancaire Privée กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนอาจอยู่ในสภาพที่แย่กว่าที่ผู้คนคาดคิด หากบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่อย่าง Nongfu และ PDD กำลังประสบปัญหา เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ดำเนินธุรกิจในภาคส่วนที่อุปสงค์มักจะคงที่ เช่น เครื่องดื่มและสินค้าราคาประหยัด

ทั้ง 2 บริษัทต่างประสบปัญหาด้านชื่อเสียงในปีนี้ โดยหนงฟูถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดียของจีน หลังจากการเสียชีวิตของนายจง ฉินโห่ว ผู้ก่อตั้งบริษัทคู่แข่งอย่าง หางโจว วาฮาฮา กรุ๊ป (Hangzhou Wahaha Group) โดยผู้ใช้โซเชียลบางส่วนกล่าวหาว่า Nongfu ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน นอกจากนี้แล้ว รายงานจากสภาผู้บริโภคของฮ่องกงยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำของ Nongfu แม้ว่าบริษัทจะชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวในภายหลังแล้วก็ตาม

Nongfu เผชิญกับปัญหาการรายได้ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยรายได้จากผลิตภัณฑ์น้ำดื่มบรรจุหีบห่อลดลง 18% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 และส่วนแบ่งรายได้รวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์ลดลงเหลือประมาณ 39% จากประมาณ 48% ในปีที่แล้ว ซึ่งผลกระทบส่วนใหญ่เกิดจากความรู้สึกเชิงลบของสาธารณชนที่มีต่อทั้งตัวบริษัท Nongfu และนายจง ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.พ.

ขณะที่ PDD เผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหลายร้อยรายเมื่อเดือนที่แล้ว โดยพวกเขาออกมาประท้วงหน้าสำนักงานของบริษัท โดยกล่าวหาว่าบริษัทได้ตั้งกฎหาลงโทษที่ไม่เป็นธรรมนอกจากนี้แล้ว Temu ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของบริษัทก็ตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยสหภาพยุโรป (EU) กำลังดำเนินการเสนอร่างกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่ด้านภาษีนำเข้าซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสินค้าราคาถูกที่ซื้อทางออนไลน์

ทั้งนี้ นายหลี่ เสวี่ยถง ผู้จัดการกองทุนจาก Shenzhen Enjoy Investment Management Co. กล่าวว่า Nongfu และ PDD เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งที่จ้องแย่งส่วนแบ่งการตลาด โดยบริษัทเหล่านี้เคยถูกมองว่าเป็นผู้นำในธุรกิจของตน แต่ปัจจุบันกลับต้องเจอกับการแข่งขันที่รุนแรงเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ และนักลงทุนก็ดูเหมือนจะกำลังพิจารณาใหม่ว่าจุดยืนของบริษัทเหล่านี้มีความมั่นคงเพียงใด

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...