โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทรนด์สุขภาพมาแรง คาดปี'68 มีมูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 230 ล้านล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ส.ค. 2567 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2567 เวลา 03.00 น.
ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล

สถาบันด้านสุขภาพสากล ชี้การดูแลสุขภาพทั่วโลก มีแนวโน้มขยายตัวอย่างสูง 8.6% ต่อปี มีมูลค่าตลาดสูงกว่า 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดปี 2568 เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพทั่วโลกจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 230 ล้านล้านบาท

วันที่ 3 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพยังเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นต้นมา อีกทั้งในปัจจุบันหลายประเทศได้เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) โดยเฉพาะประเทศไทยเองนั้นได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบแล้วในปี 2567 หลังจากมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไปแตะ 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ นั่นจึงทำให้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นตามไปด้วย

เทรนด์สุขภาพมาแรง คาด ปี 68 มีมูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 230 ล้านล้านบาท

ข้อมูลล่าสุดของสถาบันด้านสุขภาพสากล หรือ Global Wellness Institute (GWI) ประเมินภาพรวมของเศรษฐกิจด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลก มีแนวโน้มขยายตัวอย่างสูง 8.6% ต่อปีจนถึงปี 2027 โดยมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยถึง 306 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2020 และสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ขณะที่ในปี 2568 คาดว่าเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพทั่วโลกจะมีมูลค่าอย่างน้อย 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 230 ล้านล้านบาท

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการบริหาร บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในฐานผู้จัดงาน INTERCARE ASIA 2024 (อินเตอร์แคร์ เอเชีย) ให้ข้อมูลว่า สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันนั้น ตลาดสินค้า อาหาร และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ก็ยังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางของเศรษฐกิจการดูแลสุขภาพของโลก

เช่นเดียวกับธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการด้านสุขภาพที่มีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่องจากอานิสงส์ของภาวะเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว โดยที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขประเมินมูลค่าตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยอาจแตะระดับ 5 แสนล้านบาทในปี 2567 หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปีคิดเป็น 13.7%

มากไปกว่านั้นหากมองตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินของประเทศไทย ในปัจจุบันก็ยังมีทิศทางการเติบโตที่สดใส โดยที่ผ่านมาจากข้อมูลของ Euro Monitor พบว่าปี 2559 ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินของประเทศไทย มีมูลค่า 53,810 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 74,247 ล้านบาท ในปี 2564 และในช่วงต่อจากนี้ยังมีแนวโน้มขยายตัวดี และคาดว่าในปี 2567 ตลาดเสริมอาหารจะมีมูลค่า 83,330 ล้านบาท หรือเติบโตถึง 7.1%

เทรนด์สุขภาพมาแรง คาด ปี 68 มีมูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 230 ล้านล้านบาท

ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพของไทยที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยตลาดมีมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านบาท และที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งนั่นคือ ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2567 ตลาดของคนกลุ่มนี้อาจจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 34,000 ล้านบาท หรือขยายตัวประมาณ 6% จากปีที่ผ่านมา

จากสถานการณ์ข้างต้น ประกอบกับแนวโน้มความต้องการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคที่กำลังขยายตัวได้ดี ถือเป็นแรงหนุนสำคัญสำหรับธุรกิจที่พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริหาร รวมไปถึงนวัตกรรมมากมายเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ตัวอย่างเช่น

กลุ่มของผลิตภัณฑ์อาหาร จากข้อมูลของสภาข้อมูลอาหารนานาชาติ หรือ International Food Information Council (IFIC) คาดการณ์แนวโน้มความนิยมด้านอาหารที่จะมาแรงในปี 2567 อาทิ อาหารที่มีผลต่อจิตใจผู้บริโภคว่าเมื่อรับประทานแล้วจะทำให้สุขภาพดี อาหารที่ช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลในร่างกายพร้อมทั้งให้ความสดชื่น โปรตีนจากพืชที่มาในรูปแบบของขนมทานเล่น และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีฉลากชัดเจนส่งต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เป็นต้น

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี AI ก็กำลังเข้ามามีบทบาทต่อผู้บริโภคเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหาร นั่นเพราะผู้บริโภคอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น พวกเขาสามารถเข้าถึงและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพว่าอาหารที่รับประทานนั้นปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อร่างกายหรือไม่

ยกตัวอย่างเช่น ChatGPT หนึ่งในรูปแบบของโปรแกรมแชตบอต AI ที่สามารถใช้งานและตอบโจทย์ได้ทุกคำถามหรือข้อสงสัยจากผู้ใช้ได้ โดย ChatGPT สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ ช่วยในเรื่องของการวางแผนมื้ออาหาร และปรับปรุงนิสัยการกินของผู้ใช้โปรแกรมได้

รวมไปถึงเทรนด์อาหารบนโซเชียลมีเดีย จากข้อมูลการสำรวจของ IFIC เกี่ยวกับอิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่มีต่อผู้บริโภคชาวอเมริกัน พบว่า 51% มีการทดลองสูตรอาหารใหม่ 42% ได้ลองแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ 29% ได้ลองร้านอาหารใหม่ 28% กลับมาทบทวนอีกครั้งถึงอาหารที่พวกเขารับประทานไป

และ 6 ใน 10 กล่าวว่าพวกเขาตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นโดยเป็นผลมาจากข้อมูลที่พวกเขาเห็นบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทยเองก็มีลักษณะไม่แตกต่างกัน

เทรนด์สุขภาพมาแรง คาด ปี 68 มีมูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 230 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ดี หากใครที่สนใจสินค้า และบริการ รวมถึงนวัตกรรมทางด้านสุขภาพแบบเจาะลึก สามารถเข้าร่วมชมเลือกช็อปได้ที่งาน INTERCARE ASIA 2024 งานแสดงสินค้าและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตสำหรับทุกวัย ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 สิงหาคม 2567 ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุด

ภายในงานได้รวบรวมสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องในหมวดต่าง ๆ อาทิ เครื่องลู้วิ่งสายพานใต้น้ำ จักรยานในสระว่ายน้ำ ที่จะช่วยให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าที่เคย, เยลลี่พร้อมทาน นุ่ม ลื่น กลืนง่าย มีสารอาหารครบ 5 หมู่ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหากลืนลำบาก สำลักง่าย, อุปกรณ์ช่วยลุกยืน และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย, ผลิตภัณฑ์ Prediawell

สำหรับผู้ป่วยไตเสื่อมเรื้อรังระยะยังไม่ต้องฟอกไตอาหาร, เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์และสินค้าเพื่อความงาม ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม สปา แพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แพ็กเกจท่องเที่ยววัยเกษียณ และแพ็กเกจที่พักแบบ long stay เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทรนด์สุขภาพมาแรง คาดปี’68 มีมูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 230 ล้านล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...