เปิด 3 กลุ่มหุ้นตัวท็อป ฝ่าภาวะตลาดผันผวน
โพยหุ้นสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จะพาคุณมาเจาะลึก 3 กลุ่มหุ้นเด่นประจำเดือนสิงหาคมที่นักลงทุนไม่ควรพลาด โดยบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGS International ซึ่งคัดสรรหุ้นที่มีศักยภาพใน 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ หุ้น New Economy, หุ้นปันผลและการลงทุนแบบ DCA, และหุ้นกลุ่ม UNDERVALUED มาดูบทวิเคราะห์ไปพร้อมกันว่าหุ้นกลุ่มไหนมีความน่าสนใจยังไงบ้าง
หุ้นกลุ่ม New Economy
การเจาะตลาดใหม่ออกนอกประเทศไทยเป็นสิ่งที่เสี่ยงน้อยสำหรับบริษัทจดทะเบียนไทย ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ต่ำกว่าเป้าหมาย (ไม่ถึง 2% ในปี 2566) ที่ต่ำกว่า รวมถึงการขยายส่วนแบ่งการตลาดในตลาดใหม่
HANA ตลาดชิปแบบอนาล็อก (analog chip) มีการเติบโตสูงสุดในไตรมาส 1/2567และคาดว่ากำไรของ HANA จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำไรของ HANA คาดว่าจะเติบโตถึง 36% เป็น 480 ล้านบาทในไตรมาส 2/2567 คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 46 บาท
SAPPE ผลลัพธ์ในบริษัทอินโนวาโนเมดในไตรมาส 2-3/2567 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และบริษัทมีการขยายส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดว่ากำไรในไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ปี 2567 จะยังคงเติบโตในทิศทางบวก คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 116.30 บาท
MINT อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุโรปกำลังจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3/2567 ซึ่งคาดว่ากำไรของ MINT จะกลับมาฟื้นตัว และราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าจริง โดยมีเป้าหมายกำไรที่ 38 บาท คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 38 บาท
หุ้นปันผลและการลงทุนแบบ DCA
ในตลาดหลักทรัพย์ ณ ปัจจุบัน มีหุ้นหลายกลุ่มที่ปรับตัวลงมาให้สะสมและมีผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลที่น่าสนใจ หรือมากกว่า 5% ดังนั้น เราเชื่อว่าหุ้นเหล่านี้เป็นโอกาสที่ดีในการสะสมเพื่อรับทั้งผลตอบแทนในเชิงส่วนต่างราคา (Capital Gain) และเงินปันผล (Dividend)
LH คาดว่าจะมีกำไรเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงปี 2566-2568 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 18.1% จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ LH ยังมีการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 6.4-7.4% ในช่วงปี 67-68 คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.35 บาท
ADVANC คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 8.57 พันล้านบาท +19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน +1.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ในไตรมาส 2/2567 ซึ่งคาดว่ารายได้สูงถึง 58% มาจากบริการที่มีอัตรากำไรสูง คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 252.00 บาท
BBL เป็นหุ้นที่น่าสนใจเนื่องจากมีการประเมินมูลค่าต่ำ โดยมีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) อยู่ที่ 0.5-0.7x สำหรับปี 2567 และมีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คงที่ประมาณ 8.6% คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 143.50 บาท
หุ้นกลุ่ม UNDERVALUED
ในช่วงไตรมาส 1/2567 มีหุ้นหลายตัวที่ทำผลงานต่ำกว่าเป้าหมาย หรือมีมุมมองเชิงลบสำหรับไตรมาส 2/2567 ทำให้ราคาหุ้นเหล่านี้ลดลงอย่างมาก ด้วยระดับดัชนี SET Index ที่ -2 S.D. (P/Ex) (P/BVx) เราเชื่อว่าหุ้นเหล่านี้เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อสะสมจากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดในตลาด
CRC คาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2567เนื่องจากโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง การประเมินมูลค่าตามวิธี DCF ที่มีต้นทุนเงินทุน (WACC) 6.7% และการเติบโตต่อเนื่อง (TG) 2% ทำให้ CRC เป็นหุ้นที่น่าลงทุน คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 46 บาท
SHR มีโอกาสที่ดีในการลงทุน โดยมีค่า EV/EBITDA ที่ 8.8x สำหรับปี 2568 (-2SD) แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 1/2567 แต่คาดว่า SHR จะฟื้นตัวในไตรมาส 2 และมีการคาดการณ์กำไรที่แข็งแกร่งในครึ่งหลังของปี 2567 คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.6 บาท
SPRC มีมูลค่าการลงทุนที่น่าสนใจ โดยมีค่า EV/EBITDA ที่ 6.0x สำหรับปี 2568 และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวในภาคการกลั่น โดยเฉพาะในตลาดแบบ ship-to-ship (STS) ซึ่งจะส่งผลให้ EPS ของบริษัทเติบโต 1.4-1.5 ในครึ่งหลังของปี 2567 คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11 บาท
ที่มา : CGS International