โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เฟ้นหาหุ้นเวียดนามเติบโตศักยภาพสูง ด้วย PRINCIPAL VNEQ-A

Share2Trade

อัพเดต 11 ส.ค. 2567 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

ตลาดหุ้นเวียดนาม เป็นตลาดหุ้นที่นักลงทุนไทยทั้งรายเล็กและรายใหญ่ได้เข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนักลงทุน VI อย่าง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ก็ถือเป็นหนึ่งคนที่ให้ความสนใจและให้น้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต

ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเขียนถึงผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นรายตัวของตลาดดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากที่ตนเคยคัดเลือก หุ้น “ซุปเปอร์สต็อก” และ หุ้นแห่งอนาคต 10 ตัว ซึ่งมี 4 ตัวที่ซ้ำกับหุ้นที่คิดว่าจะเป็นหุ้น “ซุปเปอร์สต็อก” ก็คือ FPT MWG, VRE และ ACV
สำหรับผลงานของหุ้นแต่ละตัวตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 จนถึงล่าสุดวันที่ 2 สิงหาคม 2567 ของหุ้นที่ถูกคิดว่าจะเป็นหุ้น “ซุปเปอร์สต็อก” 4 ตัว หุ้น MWG ติดลบ 6.1% หุ้น VRE ติดลบ 47.8% ขณะที่หุ้น FPT บวกถึง 114.3% และหุ้น ACV บวก 52.5% เฉลี่ยให้ผลตอบแทน 28.2% ในช่วงเวลา 2 ปี 7 เดือน เทียบกับดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามที่ติดลบถึง 17.3%
จากผลตอบแทนที่นักลงทุน VI ได้เอาแชร์ ก็เชื่อว่าต้องทำให้นักลงทุนไทยสะดุดตาไม่น้อยสายตา แต่การจะลงทุนในหุ้นรายตัวก็อาจจะเป็นเรื่องยาก ดังนั้นทางเราจึงได้ทำสำรวจข้อมูลกองทุนรวมหุ้นเวียดนามที่น่าสนใจและสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี
โดยกองทุนที่เราหยิบยกมาก็คือ กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า หรือ PRINCIPAL VNEQ-A ที่กองทุนให้นักลงทุนทั่วไปได้เข้าลงทุนและยังให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 7 ก.ค. 67) อยู่ที่ 16.19% และ 1 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 20.13%
ทั้งนี้ ในด้านของนโยบายลงทุนจะพาผู้ถือหน่วยลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลัก ในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว
รวมไปถึงตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และคลอบคุลมไปถึงกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน และกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม
สำหรับสัดส่วนการลงทุนแบ่งเป็นรายอุตสาหกรรม 5 อันดับที่มูลค่าลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย ธนาคาร 23.68%, เงินทุนและหลักทรัพย์ 8.97%, เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ 8.87%, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 8.81% และบริการรับเหมาก่อสร้าง 8.10%
ทั้งนี้ นักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกองทุนดังกล่าว สามารถลงทุนได้ด้วยเงิน 1,000 บาท ตามข้อกำหนดเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ผู้สนับสนุนการขาย และผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง Principal TH

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...