แม่เผยปมเหตุ พยาบาลฉีดยาพ่นเข้าเส้นเลือด 4ขวบโคม่า ลั่นรพ.ต้องรับผิดชอบ
แม่ร้อง ลูกแค่เป็นไข้หวัด แต่พยาบาลพลาดฉีดยาพ่นเข้าเส้นเลือด เด็กน้อยวัย 4 ขวบ ช็อกโคม่า เผยทางโรงพยาบาลต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด
จากกรณีหญิงรายหนึ่งออกมาโพสต์เรื่องราวของลูกชาย วัย 4 ขวบ ที่ไม่สบายเป็นไข้หวัด แต่อาการโคม่าเพราะพยาบาลฉีดยาพ่นเข้าเส้นเลือด ช็อกหนักอาการข้างเคียงตามมาเพียบ วอนโรงพยาบาลรับผิดชอบอย่างเหมาะสม
วันที่ 29 ส.ค. 66 น.ส.สุพินญา เดือนเป็ง อายุ 35 ปี คุณแม่น้องอลัน เปิดเผยกับ "ข่าวสดออนไลน์" ว่า วันที่ 21 มิ.ย. 66 น้องอลัน ลูกชาย วัย 4 ขวบ ของตนมีอาการไข้หวัดและไอจึงได้เข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง จากนั้นวันที่ 22 มิ.ย. 66 พยาบาลได้นำยามาฉีดให้น้อง1 เข็ม โดยแจ้งว่าเป็นยาอะดรีนาลีน 2 มิลลิกรัม ฉีดเพื่อขยายหลอดลม แต่หลังจากฉีดเข้าไปแล้วน้องมีอาการช็อก ตัวเกร็ง มีเลือดออกทางปากและ ฉี่ราดไม่ค่อยได้สติ
จากนั้นส่งตัวน้องไปห้องฉุกเฉินอยู่ ประมาณ 4-5 ชั่วโมง คุณหมอบอกว่าน้องอาการไม่ดีขึ้นจำเป็นที่จะต้องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งมีเครื่องมือที่พร้อมกว่า และตอนนั้นคุณหมอแจ้งอาการของน้องว่ามีน้ำท่วมในปอด และยาตัวนี้อาจจะไปทำ ให้แพ้ยารุนแรง และระหว่างอยู่ในรถพยาบาลก็จะมีเครื่องช่วยหายใจแบบปั๊มเมื่อปั๊มแต่ละทีก็มีเลือดกระฉูดออกมาตลอดเวลา จะมีผ้าสีขาวที่ปิดหน้าอกน้องไว้เปื้อนเลือดเต็มไปหมด พอไปถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด คุณหมอก็แจ้งอาการน้องเพิ่มมาอีกอย่างคือ มีเลือดออกในปอดไม่ใช่น้ำ
น้องแอดมิตอยู่ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด 1 คืน พยาบาลบอกว่าน้องอาการทรุดตัวหนักจำเป็นจะต้องส่งตัวน้องไปยังโรงพยาบาลศูนย์ที่ภาคใต้เมื่อไปถึงโรงพยาบาลศูนย์คุณหมอก็แจ้งเพิ่มว่าน้องมี 3 อาการ ก็คือ หัวใจวายเฉียบพลัน มีเลือดออกในปอด และปอดข้างขวาทะลุ จากนั้นน้องรักษาตัวอยู่ในไอซียูนานถึง 12 วัน ในระหว่างรักษาตัวก็มีโรคแทรกซ้อนขึ้นมาอีก 8 อาการ ทั้งหัวใจวายเฉียบพลัน มีเลือดออกในปอด อะดรีนาลีนเกินขนาด ภาวะทางเดินหายใจติดเชื้อ โพแทสเซียมสูง สายตาเอียง กล้ามเนื้อหัวใจหดตัวไม่ดี ปอดข้างขวาทะลุและฮอร์เนอร์
หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลแรกได้ชี้แจงมาว่าคุณหมอสั่งยาผ่านระบบคอมพิวเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์รวน คุณหมอสั่งเป็นพ่นยาให้น้องแต่ในระบบไปติ๊กให้เป็นฉีด พยาบาลจึงได้เอายามาฉีดให้น้องจึงทำให้ยาตัวนี้เกินขนาดไป
ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเป็นพยาบาลวิชาชีพ หรือพยาบาลชำนาญการจะทราบว่าอะดรีนาลีน 2 มิลลิกรัมฉีดเข้าเส้นเลือดไม่ได้ เพราะมันอันตรายมาก แต่พยาบาลคนที่มาฉีดให้น้องคือเป็นพยาบาลพาร์ทไทม์ไม่ใช่พยาบาลวิชาชีพ ไม่ใช่พยาบาลชำนาญการ แล้วก็ไม่ใช่พยาบาลของโรงพยาบาลด้วย โดยทางโรงพยาบาลเพิ่งจะมาแจ้งตน ตอนน้องอาการดีขึ้นแล้ว ทั้งที่ผ่านมาระหว่างที่รักษาตัวน้องตนก็ถามทางโรงพยาบาลมาตลอด ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ได้บอกว่าเดี๋ยวรอน้องอาการดีขึ้นก่อนแล้วค่อยชี้แจงทีเดียว
"ตอนแรกลูกเราป่วยแล้วเอาลูกไปรักษา เพื่อที่จะให้ลูกหาย แต่กลับกลายเป็นว่าเกือบเสียลูกไป แล้วก็ได้ อีก 8 อาการเพิ่มมา ความรู้สึกของแม่ก็ตอนนั้นก็คือใจสลายไปแล้ว คิดว่าไม่ได้ลูกกับคืนมาแล้ว เพราะว่าอาการน้องที่เห็นตอนนั้นคือหนักมาก"
หลังจากน้องออกมาจากไอซียูก็มีผลข้างเคียงก็คือกล้ามเนื้ออ่อนแรง หายใจหอบง่าย มีนอนผวากลางคืนก็จะสะดุ้ง และครึ่งฝั่งขวาของใบหน้าระบบประสาททำงานบกพร่อง ไม่มีเหงื่อออก ไม่มีเลือดหมุนเวียน หนังตาตก และรูม่านตาหดตัวลงไป
สำหรับการรับผิดชอบ ทางโรงพยาบาลก็ได้ติดต่อมาขอตัวน้องไปดูแลต่อจนหาย และรักษาฟรี 2 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเงินค่าทดแทนสินไหมอยู่ที่ 870,000 กว่าบาท แต่ว่าทางครอบครัวไม่ได้รับข้อเสนอไว้ เพราะว่าประเมินจากอาการน้องระยะยาวและอาการที่เกิดอยู่ในช่วงระหว่างที่อยู่ไอซียูมันหนักมาก จำนวนเงินที่ทางโรงพยาบาลเสนอมาตนคิดว่าถ้าต้องดูแลน้องไปยาว ๆ ตนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าน้องจะเกิดอะไรขึ้น หรือเป็นอะไรในอนาคตหรือไม่ เพราะว่าน้องเพิ่งผ่านวิกฤตรุนแรงไป กับปอดและหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ
ตอนนี้สภาพจิตใจของน้องหลังจากออกจากไอซียูมาน้องกลายเป็นเด็กขี้น้อยใจ บางครั้งก็จะมีอารมณ์รุนแรง ตนก็สันนิษฐานว่าตอนอยู่ไอซียูมีการมัดมือมัดเท้าน้องไว้ และน้องไม่เคยห่างพ่อแม่แล้วต้องไปอยู่ในไอซีอยู่คนเดียว น้องอาจจะมีสภาพจิตใจที่แย่ในจุดนั้น พอออกมาแล้วก็เลยกลายเป็นเด็กขี้น้อยใจและอารมณ์รุนแรง ส่วนสภาพจิตใจของทางครอบครัวตอนนี้ก็ยังมีความกังวลว่าน้องจะกลับมาเป็นปกติไหม น้องจะหายไหม และในอนาคตน้องจะเป็นยังไง ก็ยังมีความหวาดกลัวกันอยู่
สุดท้ายนี้ ตนก็อยากให้โรงพยาบาลช่วยดูในเรื่องของค่าสินไหมที่ทางทนายของทางครอบครัวได้ยื่นไปเพราะว่ามันเป็นความรับผิดชอบของโรงพยาบาล ตอนนี้น้องยังอยู่ในความดูแลของครอบครัว อนาคตไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็อยากให้ทางโรงพยาบาลช่วยดูในจุดนี้
อยากฝากถึงเรื่องของระบบการสั่งจ่ายยาและบุคลากรที่นำมาปฏิบัติงานในโรงพยาบาล อยากให้ช่วยดูแลให้ดีกว่านี้และอยากให้ตรวจสอบให้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์มาดูแลผู้ป่วย จะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดแบบนี้อีก เพราะพยาบาลคนที่ฉีดยาให้น้อง ตั้งแต่วันเกิดเรื่องก็ไม่เจอพยาบาลคนนั้นอีกเลย